หายตัวไปศึกษา…Macrobiotics

ตุลาคม 18, 2008 at 4:00 am | In ดูแลสุขภาพคุณแม่ | Leave a Comment
Tags: , , , , , , , , , , , , , ,

ห่างหายไปหลายวันคิดถึง blog มากเลย  มีเรื่องอยากเล่าให้ฟังเยอะเลย  เพราะช่วงที่หายไปก็ไปใช้เวลาศึกษาวิถีใหม่ คือ วิถี Macrobiotics ซึ่งตอนแรกหนิงก็คิดว่าเป็นแค่การทานอาหารสุขภาพ  รสชาดจืด ๆ ก็คงจะแค่นั้น  และมันก็เป็นอย่างที่คิดไว้จริง ๆ ค่ะ  รสชาด (โคตร) จืด  มันแตกต่างจากที่เราเคยลิ้มรสอยู่ทุก ๆ วันจริง ๆ  แต่พอได้ไปสัมผัสถึงกรรมวิธีจริง ๆ ก็ได้พบกับความอัศจรรย์กับธรรมชาติหลายอย่างเหมือนกันค่ะ  และก็ยังมีความเป็น Art ของพืชผักแต่ละตัวด้วย  หนิงขอบอกเครื่องปรุงที่เอามาใช้ปรุงอาหาร Macrobiotic ให้ทราบกันก่อนดีกว่า  แล้วจะทราบกันว่าทำไมมันจืดได้ขนาดนั้น

  • ซีอิ้ว  ที่ไม่มีการใส่สารแต่งสี  สารแต่งกลิ่น  สารกันบูด  ผงชูรส  และไม่หมักด้วยน้ำตาล (ขอบอกว่าใช้แต่ละครั้งนิดเดียวมาก ๆๆๆๆๆ)
  • เต้าเจี้ยว  ก็ต้องไม่ใส่สารแต่งเหมือนกับซีอิ้ว
  • เกลือทะเล
  • งาขาว (ต้องงาขาวอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ  ใช้งาดำแทนไม่ได้ค่ะ)
  • กะปิเจ
  • น้ำมันงา, น้ำมันมะกอก
  • บ๊วยดองเกลือ
  • กะปิญี่ปุ่น  ได้ยินเขาเรียกกันว่า  มิโสะ

ขอย้ำว่าทุกรายการจะไม่มีการใช้สารเคมีเจือปนแต่อย่างไร  และยังมีการถกเถียงกันอีกต่างหากว่าถ้าเป็นไปได้อยากจะให้ผู้ผลิตเขาผลิตออกมาแบบใส่ขวดแก้วน่าจะดีกว่าค่ะ  เพราะตอนนี้ยังบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกบ้าง  ขวดพลาสติกบ้าง  ซึ่งก็น่าจะยังมีสารบางตัวออกจากขวดได้อยู่บ้างค่ะ  ปกติหนิงเองก็ชอบที่จะเลี่ยงสารเคมีอยู่แล้ว  มางานนี้ก็รู้สึกว่าดีนะคะเพราะเราได้แหล่งของเครื่องปรุงที่สามารถหาซื้อเพิ่มเติมได้อีกหลายตัวเลยล่ะ  ซึ่งราคาก็ไม่ได้แพงมากมายอะไรถ้าเทียบกับเงินและความทรมานที่เราจะต้องนอนป่วย  เช่น  ซีอิ้ว  และเต้าเจี้ยว  เราก็สามารถหาซื้อได้ในภูเก็ต  ราคาขวดละ 35 บาทเท่านั้นเองค่ะ  แถมใช้น้อยอีกต่างหาก 

เท่าที่ดูรายการของเครื่องปรุงเป็นไงกันบ้างค่ะ  งงไปเลยล่ะค่ะ  เพราะไม่มีการใช้น้ำตาลเลยแม้แต่น้อย  หนิงก็แปลกใจว่าแล้วเราเอาความหวานมาจากไหนล่ะ  นี่แหละค่ะ  ที่หนิงบอกว่าได้พบกับอัศจรรย์จากธรรมชาติค่ะ  เพราะความหวานเราได้มาจากพืชผักที่ใช้ทั้งหมดค่ะ  และไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่ามันหวานจริง ๆ และหวานไม่เลี่ยนด้วยค่ะ

อีกคำนึงที่หนิงได้กล่าวไว้ตอนต้น ๆ ก็คือ  Art จากธรรมชาติ  ไม่น่าเชื่อนะคะว่าพืชผักแต่ละอย่าง  มันมีหลากหลายรสชาด  มันอยู่ที่เราจะดึงรสชาดไหนออกมาใช้  เช่น  หัวหอมใหญ่ 

  • กึ่งสุกกึ่งดิบ  จะมีรสเผ็ด
  • ถ้าสุก  คือ  ตัวมันเองจะใส  มีรสหวาน
  • ถ้าสุกมาก ๆ จะมีรสเปรี้ยว

นั่นแหละค่ะ  หนิงถึงต้องใช้คำว่า Art  เพราะมันเป็นศิลปจริง ๆ ค่ะ  และเราก็ต้องทำหน้าที่ค้นหามันให้เจอว่า  พืชผักแต่ละชนิดมันสามารถให้รสไหน  ช่วงไหน  จะต้องทำกรรมวิธีอย่างไร  เวลาเท่าไหร่  เป็นต้น  ไม่ได้มาเรียนในครั้งนี้หนิงก็ยังไม่ทราบหรอกนะคะ

หนิงยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ macrobiotics ให้ทราบกันอีกหลายเรื่องเลย  แล้วจะพยายามหาช่วงเวลามาเขียนนะคะ  แต่ตอนนี้ขอเวลาทำงานก่อนนะคะ  ก่อนที่จะกลายเป็นนักเขียน blog แต่ต้องตกงานค่ะ  อิอิ

No Comments Yet »

RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้ TrackBack URI

ใส่ความเห็น

XHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
Entries and comments feeds.