บะหมี่น้ำ ยาวหน่อย แต่ได้ใจค่ะ (ตอนที่ 5)

พฤศจิกายน 12, 2008 at 7:58 am | In ผู้หญิงคิดบวก | 2 Comments
Tags: , , , , ,

ชายหนุ่มสองคนยืนสง่าในชุดสูทสากล  พาดโอเวอร์โค้ทไว้บนแขน  พอเห็นว่าผู้ที่มาเป็นใครทุกคนก็รู้สึกว่าบรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง  และเริ่มสนทนากันต่อไปอย่างคึกคัก 

ในขณะที่เถ้าแก่เนี้ยกำลังจะพูดว่า  “ขอโทษค่ะ ที่นั่งเต็มหมดแล้วค่ะ”  เพื่อปฏิเสธลูกค้าที่ไม่ได้รับเชิญอยู่นั้น  ก็มีหญิงคนหนึ่งสวมชุดกิโมโนเดินเข้ามายืนระหว่างกลางของชายหนุ่มทั้งสองคน 

ทุกคนในร้านแทบจะหยุดหายใจเมื่อได้ยินคุณนายผู้นั้นพูดว่า  “เอ้อ…รบกวน…รบกวนช่วยทำบะหมี่ให้สามชามได้ไหมคะ”

ทันทีที่เถ้าแก่เนี้ยได้ยินสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที  เวลาผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว  ภาพของสามแม่ลูกในความทรงจำกับภาพของสามแม่ลูกตรงหน้า  เธอพยายามจะนำทั้งสองภาพมาวางซ้อนกัน  เถ้าแก่ที่ยืนตะลึงอยู่ที่โต๊ะทำบะหมี่  ชี้นิ้วไปยังทั้งสามแม่ลูก “พวกคุณ .. พวกคุณ”  เขาพูดได้เพียงแค่นั้น  คำพูดทุกคำจุกอยู่ที่คอ

ชายหนุ่มหนึ่งในสองคนเห็นท่าทีของเถ้าแก่เนี้ยที่ทำอะไรไม่ถูกก็เลยพูดกับเถ้าแก่เนี้ยว่า 

“พวกเราสามคนแม่ลูกที่เมื่อสิบสี่ปีก่อนในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่มา  สั่งบะหมี่น้ำหนึ่งชามทานกันสามคนไงครับ  และพวกเราก็ได้รับกำลังใจจากบะหมี่น้ำชามนั้น  พวกเราจึงได้สามารถยืนหยัดมาถึงวันนี้ได้”

“หลังจากนั้นก็อพยพครอบครัวไปอาศัยอยู่กับยายที่อำเภอชิกะ  ปีนี้ผมสอบผ่านได้เป็นนายแพทย์แล้ว  ตอนนี้ผมเป็นแพทย์ฝึกหัดแผนกกุมารเวชที่โรงพยาบาลเกียวโต  ปีหน้าเดือนเมษายนก็จะย้ายมาประจำโรงพยาบาลกลางของซัปโปโรแล้ว”

“วันนี้พวกเราก็เลยแวะมาที่โรงพยาบาลเพื่อทำความรู้จักและฝากเนื้อฝากตัว  แล้วเลยไปไหว้สุสานของคุณพ่อ  และน้องชายที่ครั้งหนึ่งเคยใฝ่ฝันว่าจะเป็นเจ้าของกิจการร้านบะหมี่นั้น  ขณะนี้ได้ทำงานในธนาคารเกียวโต  ได้เสนอความคิดที่เลิศเลออย่างหนึ่งก็คือ  ปีนี้ในวันส่งท้ายปีเก่าพวกเราสามคนแม่ลูกจะมาเยี่ยมคารวะเจ้าของร้านบะหมี่ฮอกไกที่ซัปโปโร  และทานบะหมี่น้ำสามชามของร้านฮอกไกด้วย”

สองตายายฟังไปพลาง พยักหน้าไปพลางด้วยน้ำตาคลอเบ้า  เถ้าแก่ร้านขายผักที่นั่งอยู่ตรงหน้าประตู  พยายามใช้แรงอย่างเต็มที่ที่จะกลืนบะหมี่คำที่คาอยู่ในปากลงไปในคอ  แล้วลุกขึ้นยืนพูดว่า “อ้าว…เถ้าแก่… เป็นอะไรไปหล่ะ  อุตสาห์เตรียมการมาตลอดสิบปีเพื่อเฝ้าคอยวันนี้ 

“โต๊ะจอง”  ตัวนั้นไงที่พวกเถ้าแก่จองให้ลูกค้าที่จะมาตอนหลังสิบโมงของคืนวันสิ้นปีไง  รีบๆ ต้อนรับพวกเขาสิ เร็วเข้า”  ในที่สุดเถ้าแก่เนี้ยก็ได้สติ  ตบไหล่ของเถ้าแก่ร้านขายผัก แล้วพูดว่า

“ยินดีต้อนรับค่ะ…เชิญนั่งข้างในค่ะ…นี่ตาเฒ่า…บะหมี่น้ำสามชามโต๊ะสอง”

เถ้าแก่ที่ยืนตะลึงอยู่ก็รีบปาดน้ำตาแล้วรับคำว่า  “ครับ..บะหมี่น้ำสามชาม”

หากดูกันตามจริงแล้ว  สิ่งที่เถ้าแก่ร้านบะหมี่ทั้งสองได้ให้ไปมันไม่ได้มีค่ามากมายอะไรเลย  มันเป็นแค่เพียงบะหมี่ไม่กี่ก้อน  คำพูดที่จริงใจและให้กำลังใจเพียงไม่กี่คำ  รวมทั้งคำอวยพรว่า “ขอบคุณค่ะ(ครับ) 

สวัสดีปีใหม่ค่ะ(ครับ)”  ก็เท่านั้นเอง  แต่มันกลับให้ผู้ที่ถูกความจริงอันโหดร้ายบีบให้จมอยู่ในสถานการณ์คับขันได้สามารถกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

เป็นไงบ้างค่ะ  อ่านจบแล้ว  สำหรับหนิงรู้สึกดีมาก ๆ ค่ะ  มันบอกเราหลายเรื่องมาก  ถ้าเรามองให้ดีในแต่ละตัวละคร  และภาพรวม  ลองคิดดูดี ๆ นะคะ  แล้วคุณจะได้อะไรเยอะแยะมากมายที่จะเอาไปประยุกต์ใช้กับชีวิตของคุณค่ะ  หากเพียงแต่เปิดใจ  ฝึกคิด  และฝึกทำ  รับรองค่ะว่าเราจะพัฒนาตัวเราไปเรื่อย ๆ แน่นอนค่ะ

2 ความเห็น »

RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้ TrackBack URI

  1. Although I have read it before, but I still wanted to read it again. It’s very amazing story (true story?). Very touching.

  2. เรื่องนี้ดีมากครับ ผมเคยได้ยินมาจากรายการวิทยุตอนกลางคืนหลายครั้ง ฟังครั้งใดก็กินใจทุกครั้ง


ใส่ความเห็น

XHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
Entries and comments feeds.