มาเติมพลังในการใช้ชีวิตกันดีกว่า
กรกฎาคม 29, 2009 ที่ 4:32 am | บันทึกโพสใน ผู้หญิงคิดบวก | 3 ความเห็นป้ายกำกับ: จัดการกับความเครียด, ท้อแท้, นฤภัค ฤธาทิพย์, พลังชีวิต, พลังสุขภาพจิต, พลังในการใช้ชีวิต, สุขภาพจิต, สู้ ๆ, เครียด
ช่วงนี้ด้วยภารกิจมากมาย และกิจกรรมที่วุ่นวายในแต่ละวัน ทำเอาหนิงรู้สึกเหนื่อยมาก ๆ เหนื่อยทั้งกายและใจเลยล่ะ บางวันถึงกับนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวด้วยที่นั่งคิดไปคิดมาว่า ทำไมน่าเราพยายามคิดที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มากมาย หากทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ งานมันก็น่าจะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี สรุปสุดท้ายน้ำตามันก็ล้างสิ่งที่รู้สึกแย่ ๆ ไปได้จริง ๆ และสิ่งที่ทำให้หนิงรู้สึกดีขึ้นอีกอย่างก็คือกำลังใจของคนข้าง ๆ ค่ะ มันมีผลมากจริง ๆ
สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดในเบื้องต้น ทำให้หนิงมองเห็นอะไรหลาย ๆ อย่างมากขึ้น และรู้สึกว่าตัวเองแกร่งขึ้นมาอีกหนึ่งขีด เพราะทุก ๆ ครั้งที่มีปัญหา เมื่อเราเอาสิ่งเหล่านั้นมาไตร่ตรองและกลับมามองใหม่ เราจะได้จากสิ่งที่เราทั้งคิดทั้งกระทำ และจากการกระทำของคนอื่น ๆ มาเป็นบันไดชีวิตให้ตัวเองให้สูงขึ้นไปอีกทุกครั้งค่ะ (แต่ก็ยังกลัวนะคะ กลัวไปตกหลุมเก่าค่ะ อิอิ)
วันนี้พอหนิงได้อ่านบทความหนึงของคุณนฤภัค ฤธาทิพย์ รู้สึกว่าโดนใจจัง เลยอยากจะเอามาแชร์ให้เพื่อน ๆ ชาว blog ค่ะ เป็นเรื่องของพลังในการใช้ชีวิต ซึ่งเขาเขียนไว้ดังนี้ค่ะ
พลังสุขภาพจิต เป็นพลังที่ช่วยให้คนเรามีความสามารถในการอดทนกับปัญหา สามารถจัดการและควบคุมอารมณ์ของตนได้ ไม่ท้อแท้สิ้นหวัง รวมทั้งมีความสามารถในการจัดการกับปัญหาได้อย่างเหมาะสม พลังสุขภาพจิต ประกอบด้วย
- ความมั่นคงทางอารมณ์ คือ ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ มีความอดทนในสถานการณ์ที่กดดัน คนที่มีความมั่นคงในอารมณ์ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็สามารถที่จะอยู่ได้อย่างมั่นคงและผ่านพ้นสถานการณ์นั้นไปได้
- มีกำลังใจ คือ จิตใจที่มีความมุ่งมั่น ไม่ท้อถอย มีพลังที่จะเอาชนะอุปสรรคหรือฝ่าฟันไปสู่ความสำเร็จ กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในขณะที่มีปัญหาหรือวิกฤต คนที่ไม่มีกำลังใจ จะท้อแท้ ไม่สู้ชีวิต คิดถึงแต่ความทุกข์
- การจัดการกับปัญหา คือ ความพยายามในการแก้ไขปัญหา โดยคิดหาเหตุผลในการแก้ไขปัญหา หาข้อมูล หาสาเหตุของปัญหา รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น หาทางออกที่ดีที่สุด แล้วประเมินผลว่าวิธีการที่ใช้ได้ผลดีหรือไม่ หากปัญหาหนักหนารู้จักขอคำปรึกษาจากผู้รู้หรือขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น
หากเรามีสุขภาพจิตที่ดี เราก็จะมีความสามารถในการจัดการกับปัญหาและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
หนิงหวังนะคะ หวังว่าคนที่ได้อ่านบทความนี้ไปแล้ว คงจะไปสร้างพลังให้กับตนเองขึ้นมาได้อีก สู้ ๆ นะคะ
คุณแม่ขา…มาป้องกันท้องลายกันดีไห๊ม?
กรกฎาคม 25, 2009 ที่ 12:28 pm | บันทึกโพสใน ก่อนคลอด, Uncategorized | 1 ความเห็นปัญหาเรื่องผิวแตกลายตอนตั้งตรรภ์มันเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่คุณแม่ตั้งครรภ์กังวล และไม่ปรารถนาเอาซะเลย ขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะคะว่า จริง ๆ แล้วปัญหาเรื่องท้องลายเนี่ยมันแก้ไขหรือป้องกันยากมาก ๆ ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละคนมากกว่า เพราะเท่าที่หนิงเคยสอบถามมา บางคนมีลูกตั้ง 2-3 คนด้วยซ้ำ แต่ท้องไม่ลายเลย มิหนำซ้ำเขาไม่ได้ดูแลผิวเลยด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นครีม โลชั่น น้ำมัน ไม่ได้ใช้เลยซักอย่าง หนิงก็เลยเดาเอาเองนะคะว่า ให้ดูง่าย ๆ ว่าปกติเรามีร่องรอยของการแตกลายบริเวณก้น ต้นขา หรือด้านล่างของข้อพับเข่าบ้างหรือเปล่า หากมีนั่นน่าจะเป็นตัวบ่งบอกได้ว่าโอกาสในการที่ตั้งครรภ์แล้วท้องน่าจะต้องลายเป็นแน่ แต่ไม่ใช่ว่าพอหนิงบอกไปแบบนี้แล้ว เราจะไม่ทำการป้องกันเอาซะเลยนะคะ เพราะวันนี้หนิงตั้งใจว่าจะมาบอกถึงแนวทางในการป้อกันท้องแตกลายค่ะ
ก่อนอื่นต้องขอบอกกับเหล่าบรรดาคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ทุกคนก่อนนะคะว่า เรื่องท้องลายเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับผู้ที่เป็นแม่เกือบทุกคน อย่าไปกังวลจะเกิดความเครียดเพราะจะทำให้ลูกในท้องเครียดไปด้วยนะคะ สำหรับข้อแนะนำมีดังนี้ค่ะ
- การออกกำลังกาย เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงและยืดหยุ่นของผิวหนังและกล้ามเนื้อค่ะ
- ควรเลือกทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีส่วนช่วยในการดูแลผิว เช่น มะเชือเทศ ส้ม แครอต โยเกิร็ต ถั่ว หรือแม้กระทั่งน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอกับร่างกายเพื่อไม่ให้ผิวขาดความชุ่มชื้น และขณะเดียวกันต้องไม่รับประทานอาหารที่ทำลายสุขภาพผิวด้วย เช่น ของทอด แอลกอฮอล์ น้ำอัดลม และคาเฟอีน เป็นต้นนะคะ
- พยายามควบคุมน้ำหนักไม่ให้ขยับสูงขั้นเร็วเกินไป
- การใช้ครีมบำรุงผิว สำหรับวิธีนี้หนิงมองว่าอาจจะช่วยไม่ได้มากนัก และอาจจะก่อให้เกิดโทษกับลูกน้อยด้วยซ้ำไปค่ะ เพราะส่วนใหญ่แล้วครีมหรือโลชั่นตาง ๆ มักจะประกอบไปด้วยสารเคมีต่าง ๆ มากมาย หนิงจึงขอแนะนำให้ใช้น้ำมันงาดีกว่าเพราะมีวิตามินสูงมาก ๆ เลย ไม่งั้นก็เป็นน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอกก็ยังดีกว่าครีมหรือโลชั่นนะคะ แต่กลิ่นอาจจะไม่พึงประสงค์นัก อิอิ
- พยายามอย่าเกา แค่เอามือลูบ ๆ ก็พอค่ะ และควรจะตัดเล็บให้สั้นด้วยนะคะ
- ท่านอน เพราะช่วงที่ท้องโตอาจจะนอนหงายไม่สะดวกเพราะอาจจะปวดหลัง จึงต้องนอนตะแคง แต่ขณะเดียวกันการนอนตะแคงก็จะทำให้เกิดการดึงรั้งไปข้างหนึ่งซึ่งอาจทำให้หน้าท้องลายได้ง่าย ๆ จึงควรหาผ้าหรือหมอนมารองรับหน้าท้องขณะที่นอนตะแคงเอานะคะ
เห็นไห๊มค่ะ ไหน ๆ ก็เป็นเรื่องธรรมชาติที่คนทั่วไปไม่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าไม่ได้เป็นแม่คน จงภูมิใจกับสิ่งที่จะเกิดดีกว่านะคะ อย่าน้อยสิ่งนี้ก็ทำให้เราคิดบวกและสบายใจขึ้น แต่หากเราสามารถหาวิธีป้องกันได้จะลองทำดูก็ไม่เสียหาย จริงไห๊มค่ะ เจ้านาย อิอิ
มาดูเทคนิคการมีสุขภาพจิตดีกันดีก่า
กรกฎาคม 25, 2009 ที่ 3:07 am | บันทึกโพสใน ดูแลสุขภาพคุณแม่ | 1 ความเห็นหนิงเชื่อว่าทุกคนคงอยากจะเป็นคนที่มีสุขภาพจิตดีนะคะ แต่คงไม่ต้องถึงกับดีตลอดจนควบคุมไม่ได้นะคะ ไม่งั้นคนที่บ้านอาจจะต้องส่งไปศรีธัญญาแน่ ๆ 5555
แล้วจะทำไงกันดีล่ะจ๊ะ มันเป็นเรื่องง่าย ๆ แค่
- ตื่นขึ้นมาให้สูดลมหายใจเข้า-ออก ลึก ๆ แล้วยิ้มให้ตัวเองในกระจกหนึ่ครั้งสวย ๆ ด้วยนะคะ
- เมื่อรู้ว่าตัวเองเกิดความเครียด ให้พยายามหยุดคิดเรื่องนั้นทันที แล้วไปสนใจเรื่องอื่นแทน แล้วก็บอกกันตวเองด้วยว่าคุณกำลังเครียดอยู่นะเดี๋ยวจะแก่เร็วนะ สำหรับคนที่มีตั้งครรภ์อยู่ก็ให้คิดถึงลูกน้อยในครรภ์ของคุณด้วยเพราะคุณกำลังทำให้เขาเครียดตามคุณไปด้ยอยู่ งั้นมาอารมณ์ดีกันกีหว่า
- หามุมสงบ ๆ ให้ตัวเอง อ่านหนังสือ ฟังเพลง นอนหลับ ดูรูปน่ารัก ๆ หรือหากิจกรรมที่ทำให้คุณรู้สึกสบายใจขึ้น
- ลองหลับตาแล้วสร้างจินตนาการถึงสถานที่สวยงาม หรือธรรมชาติที่สดชื่น เช่น คุณกำลังอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจีบนภูเขาที่มีลมโชยเอื่อย ๆ หรือคุณกำลังแช่เท้าอยู่ในลำธารที่ใสเย็น พร้อมกับได้ยินเสียงน้ำไหลแผ่ว ๆ เหมือนจังหวะดนตรี อย่างนี้เป็นต้นค่ะ
- หากข้อแนะนำที่ผ่านมายังไม่ได้ผล แนะนำให้คุณหลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียว เพราะคุณไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกใบนี้ หาเพื่อนพูดคุยเพื่อปรับทุกข์ ซึ่งอาจจะเป็นสามี พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน หรือญาติสนิทมิตรสหายทั้งหายที่เขาพร้อมจะให้กำลังใจและห่วงใยคุณ
เห็นไม่ค่ะ ไม่ยากแล้ว เมื่อสุขภาพจิตดี เราก็จะคิดดี ทำดี ทุกอย่างก็จะดีเองค่ะ อิอิ
ในความโชคร้ายมักจะมีโชคดีด้วยเสมอ
กรกฎาคม 20, 2009 ที่ 4:21 am | บันทึกโพสใน Ashtanga Yoga | 6 ความเห็นป้ายกำกับ: ปวดข้อศอก, รายละเอียดการฝึกโยคะ, รายละเอียดท่า, โชคดี, โชคร้าย
วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ตื่นเช้าขึ้นมาแล้วต้องมานั่งตัดสินใจว่าจะมาฝึกโยคะดีหรือเปล่า เพราะเมื่อคืนหนิงรู้สึกว่าข้อศอกด้านขวามีปัญหาไม่สามารถงอได้ คิดไว้ว่าถ้าตื่นเช้าขึ้นมายังเจ็บอยู่จะไม่มาฝึก แต่แล้วก็นึกไปอีกว่าเมื่อวานได้นัดกับเจ้าชายน้อย ๆ ไว้คนนึงว่าจะมาฝึกโยคะด้วยกันในเช้านี้ก็ไม่อยากผิดนัด เลยตัดสินใจกระชากร่างตัวเองขึ้นมาจากที่นอน ทั้ง ๆ ที่รู้สึกว่ายังปวดข้อศอกอยู่แม้กระทั่งตอนรวบผมก็ยังลำบากเลยล่ะ เพราะงอเกือบไม่ได้เลย
เมื่อมาถึงสุโข เห็นยังไม่มีใครมากะว่าจะนั่งรอจนกว่าจะเจอใครซักคนก่อนแล้วค่อยลงไป แต่พอมานึก ๆ ดู เฮ้อ! ไหน ๆ ก็มาแล้ว ลงไปคุยกับครูก็ยังดี ก็เป็นจริงค่ะ เพราะวันนี้พอเข้า class ปุ๊บ หนิงก็บอกครูก่อนเลยค่ะว่า
วันนี้หนิงมีปัญหาที่ข้อศอกค่ะ คงไม่สามารถใช้ข้อศอกได้เต็มที่ หนิงขอเปลี่ยนรูปแบบการฝึกจาก class ปกติ เป็นขอให้ครูช่วยอธิบายรายละเอียดในแต่ละท่าให้โดยละเอียดได้ไห๊มค่ะ แต่ถ้ามีนักเรียนคนอื่นเข้ามาก็ค่อยฝึกแบบปกติก็แล้วกันค่ะ
ครูใจดีมาก บอกว่าไม่มีปัญหา ยินดีมาก ๆ ค่ะ
หนิงเลยคิดว่า สิ่งที่หนิงตัดสินใจในวันนี้ไม่ผิดเลย ที่ลงไปเรียนโดยไม่รอใคร เพราะหนิงพยายามถามครูไปเรื่อย ๆ ในแต่ละท่า ทำให้เราได้รู้รายละเอียดแบบลึก ๆ เลยนะคะ จากที่บางจุดเราไม่เคยใส่ใจมันเลยว่าต้องบิดกล้ามเนื้อตรงนี้ด้วยเหรอ ต้องกดข้างเท้าด้วยนะสำหรับท่านี้ และจะต้องกดสะโพกด้านหลังลง และยกสะโพกด้านหน้าขึ้น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้พอเราได้รับรู้และปฏิบัติตามทำให้ท่าทางที่เราฝึกดูดีขึ้น และบางท่ารู้สึกว่าทำได้ง่ายขึ้นด้วยซ้ำไปค่ะ
แล้วอย่างนี้จะไม่ให้หนิงบอกว่า ในความโชคร้ายมักจะมีโชคดีด้วยเสมอได้ยังไงล่ะค่ะ เพราะหากวันนี้หนิงไม่เจ็บข้อศอก หนิงคงไม่ได้ความรู้ในส่วนนี้เพิ่มอย่างแน่นอนเลยค่ะ และหนิงยังรู้สึกอีกนะคะว่าความรู้ที่เราได้ในวันนี้มันไม่ได้หามาง่าย ๆ เลย เพราะบังเอิญเข้า class แค่คนเดียว ยิ่งทำให้มีโอกาสในการซักถามครูได้ง่ายขึ้น ดีใจจังค่ะ อิอิ
ปล. แต่วันนี้ก็ไม่สามารถยกตัวเองในท่า back bend ได้อีกเช่นเคย สงสารครูจังอุตส่าห์ช่วยลุ้น แต่ครูก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอก แล้วแต่วัน พรุ่งนี้เราอาจจะทำได้ก็ได้นะ
ไม่ทรมานแล้ว
กรกฎาคม 6, 2009 ที่ 4:24 am | บันทึกโพสใน ผู้หญิงคิดบวก | 4 ความเห็นป้ายกำกับ: ตาย, มะเร็ง, มะเร็งต่อมน้ำเหลือง, มะเร็งลำไส้, หลับให้สบาย, เพื่อน, เพื่อนใหม่, ไม่ทรมาน
หนิงไม่ได้หมายถึงหนิงหรอกนะคะสำหรับหัวเรื่องนี้ แต่หมายถึงเพื่อนคนนึงที่เคยเรียนร่วมโรงเรียนเดียวกันตั้งแต่ ม.ปลาย บังเอิญมาเจอกันอีกได้ปีก่า ๆ ก็ที่สนามแบตบิลตันนั่นแหละ เห็นเขามีก๊วนเล่นกันอยู่ก็เลยไปขอร่วมก๊วนด้วยคนก็ได้เพื่อนใหม่เข้ามาในชีวิตอีกหลายคนอยู่เหมือนกัน
คุยกันไปคุยกันมา ก็ได้ทราบว่าที่เพื่อนคนนี้ได้กลับมาอยู่บ้าน (ภูเก็ต) เพราะเขาเป็นโรคมะเร็งที่ลำไส้ซึ่งก็ได้ทำการรักษาโดยการตัดออกไปเรียบร้อยแล้ว แต่จากนั้นมาได้ไม่กี่เดือนซักประมาณเดือน ต.ค. ปีที่แล้วก็ได้ทราบข่าวว่าเชื้อมะเร็งกำเริบขึ้นอีกแล้ว และตอนนี้มันเข้าไปที่ระบบน้ำเหลืองล่ะ ตอนนั้นหนิงคิดในใจแล้วล่ะว่ารักษายากแน่ ๆ เพราะมันเป็นอวัยวะที่ตัดไม่ได้ด้วยซี
หนักกว่านั้นคือหมอบอกว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกือบสิ้นปี (ที่แล้วนะ) ซึ่งหมอจะให้เขาไปทำคีโม แต่เขาเคยเจอสภาพนั้นมาแล้ว เขาบอกกับหนิงว่าเขาขอตายเลยดีกว่า ดีกว่าที่ต้องทรมานก่อนตาย เขาว่าเขาจะพยายามดูแลตัวเองให้มากขึ้น หลังจากที่เขารู้สึกโรคเก่ากำเริบเขาก็ไม่ค่อยได้มาเล่นแบต แต่เขาให้เวลากับตัวเองไปหาสถานที่ถ่ายรูป วิ่งแล้วก็ว่ายน้ำ กลับบ้านไปทานยาตามเวลา ปีใหม่ผ่านไปเขาก็ยังสบายดีอยู่ จนกระทั่งประมาณเดือน เม.ย. ที่รู้สึกว่าเขาไม่สบาย พูดไม่ได้เสียงแห้งแหบตลอดเวลา ตอนแรกหนิงก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะเขาบอกยังงั้น แต่ที่ไหนได้ล่ะเพราะคุยกับใครก็บอกแบบนี้เกือบทุกคนและอาการมันกินเวลามาเกือบสองเดือนแล้ว
จากนั้นก็ได้ข่าวมาว่าเขาไม่ค่อยสบาย แต่ก็ไม่ได้ไปเยี่ยมหรอก จนกระทั่งทราบว่าเขาเข้าโรงพยาบาล พวกเราก็แวะไปเยี่ยมกัน ไม่น่าเชื่อเลย หนิงว่าเขาน่าจะทรมานน่าดู เพราะดูเหมือนเขาไม่สามารถยกศีรษะของเขาให้ตั้งตรงได้ เห็นบอกว่าเจ็บ เพราะบริเวณแผ่นอกด้านขวา มันเป็นก้อนนูนขึ้นมา เขาบอกว่ากล่องเสียงบวม แต่ก็ไม่กล้าถามอะไรมาก เพราะไม่อยากให้ทางครอบครัวเขาคิดมากด้วย ก็ชวนคุยจิปาถะ แล้วพวกเราก็กลับ
จากนั้นมาไม่นาน วันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา หนิงก็ได้รับข่าวมาว่าเพื่อนคนนี้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งทราบมาว่าเขาไปอย่างสงบมาก ๆ ก่อนที่จะเสียชีวิตที่บ้านเขาบอกว่าอาการดูดีขึ้นมาก หน้าตาก็สดใสขึ้น แต่เจ้าตัวน่าจะรู้ตัวเองดี เพราะเขาบอกกับแม่ว่าให้ถอดสายน้ำเกลือ จากนั้นเขาก็นอนหลับไป…แล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย มือของเขาอยู่ที่หน้าอกเหมือนกับพนมมือไหว้อยู่ด้วยซ้ำไป
ขอให้เพื่อน หลับให้สบายนะ…ไม่ต้องทรมานอีกแล้ว
บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
รายการ และ ข้อคิดเห็น feeds.
