เป็นไปตาม plan
กุมภาพันธ์ 25, 2010 ที่ 10:44 am | บันทึกโพสใน ก่อนคลอด | 1 ความเห็นป้ายกำกับ: ลูกน้อย, ฮอร์โมน, เด็กหลอดแก้ว, แม่
ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง ตั้งหน้าตั้งตารอคอยว่าเมื่อไหร่ประจำเดือนจะมา ในที่สุดเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ก็มาที่วันที่คุณหมอได้คาดการณ์ไว้ สรุปแล้ว หนิงก็คงได้ดำเนินการตามแผนที่ได้ทำตารางไว้กับคุณหมอแล้วล่ะ
วันที่ 22 ก.พ. หนิงต้องเริ่มฉีดฮอร์โมนที่หอบหิ้วมาจากกรุงเทพฯ ต้องฉีดก่อน 7 วัน
วันที่ 1 มี.ค. นี้ หนิงก็ต้องไปให้คุณหมอเช็คฮอร์โมน แล้วก็ดูว่าได้ไข่กี่ใบ แล้วก็ยังคงต้องฉีดฮอร์โมนต่ออีก 2 วัน
วันที่ 4 มี.ค. นี้ ก็ไปดูดไข่ออกมา แล้วก็เอาน้ำเชื้อ ไปผสม
วันที่ 9 มี.ค. นี้ ก็เป็นวันที่นำลูกน้อยเข้าไปอยู่ในมดลูก
ตอนนี้ก็กำลังนึกภาพตัวเอง ว่าตอนตั้งท้องจะเป็นยังไงน่า ก็ปกติไฮเปอร์ออกอย่างนั้น จะบังคับให้ตัวเองเดินช้า ๆ ไม่โลดโผนได้ป่าวก็ยังไม่รู้เลย แต่ยังไงก็คงต้องระวังให้มากที่สุด ไม่เงินสิ่งที่ลงทุนไปทั้งหมด มันจะหายไปด้วยแค่เราไม่ระวังตัวเอง เสียทั้งเงินเสียทั้งใจ แล้วยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะสามารถกลับไปทำได้อีก
เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็ต้องขอบอกว่า จะตั้งใจดูแลตัวเองกับเจ้าตัวน้อย ๆ ให้มากที่สุดค่ะ เพราะคนที่เรารักยังไงก็ทำได้อยู่แล้วค่ะ หนิงคิดว่าทุกคนก็คงเหมือนกัน
นั่งรอวัน
กุมภาพันธ์ 7, 2010 ที่ 7:44 am | บันทึกโพสใน ก่อนคลอด | 8 ความเห็นป้ายกำกับ: ขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้ว, มีบุตรยาก, หมอวิวัฒน์, เด็กหลอดแก้ว
ตอนนี้ทั้งหนิงและแฟนน่าจะตัดสินใจแน่นอนแล้วว่า เราจะ “ทำเด็กหลอดแก้ว” กันในเดือนนี้อย่างแน่นอนค่ะ ตอนนี้ก็แค่นั่งรอวัน-เวลา ทุกวันนี้คุณหมอวิวัฒน์ก็ได้ให้ธาตุเหล็กมาทานเสริมหลังอาหารเช้า-เย็นทุกวัน ส่วนก่อนนอนก็ให้ทานฮอร์โมนเป็นยาคุมอ่ะค่ะ แต่ไม่ใช่เพื่อคุมกำเนิดนะคะ อิอิ คุณหมอให้หนิงทานฮอร์โมนจนถึงวันที่ 15 ก.พ. 53 ค่ะ
หลังจากนั้นคุณหมอคาดเดาว่า รอบเดือนหนิงน่าจะมาวันที่ 19 ก.พ. อันนี้ก็ต้องลุ้นกันดูว่าจะเป็นไปตามความคาดเดาของคุณหมอหรือเปล่า ถ้าใช่สิ่งที่หนิงต้องทำถัดไปก็คือ เมื่อวันที่รอบเดือนมาเป็นวันที่ 4 นั่นก็คือวันที่ 22 ก.พ. นี้หนิงจะต้องทำการฉีดฮอร์โมนเป็นวันแรก ซึ่งยาที่คุณหมอให้มาฉีดมีทั้งหมด 2 ตัว ต้องฉีดตัวละ 2 เข็ม ซึ่งถ้าทำตามนั้นหนิงคงต้องถูกฉีดวันละ 4 เข็ม ซึ่งน่าจะชินกับเข็มไปเลย แต่มันไม่ได้เป็นเยี่ยงนั้นหรอกค่ะ เพราะว่าคุณพยาบาลที่น่ารัก คือ คุณก้อได้แนะนำว่า ยาทั่งสองชนิดนี้สามารถผสมกันได้ ดังนั้น หนิงสามารถผสมน้ำกับยาผงเข้าด้วยกัน ให้ใช้เข็มดูดออก จากนั้นเอาไปฉีดผสมเข้ากับอีกขวดจนกระทั่งครบทั้ง 4 ขวดที่คุณหมอจัดให้ในแต่ละวัน ถามว่าเข้าใจตามที่คุณก้อพยาบาลสาวแนะนำหรือเปล่า ก็เข้าใจนะคะ แต่ไม่แน่ใจตัวเองมากกว่าว่าจะสามารถฉีดยาให้ตัวเองได้อ่ะป่าว ถึงแม้ว่าคุณหมอมีเข็มอีกอันที่มันสั้นกว่ามาให้ด้วยก็เถอะ มันเสียวนะ สรุปแล้วหนิงคิดว่าหนิงคงต้องอาศัยคลีนิคหรือโรงพยาบาลเป็นตัวช่วยแน่นอนค่ะ ซึ่งหนิงจะต้องทำการฉีดอยู่ที่ภูเก็ตประมาณ 7 วันด้วยกัน แต่จริง ๆ แล้วต้องฉีดฮอร์โมนทั้งหมด 9 วัน ซึ่งคุณหมอจะให้หนิงขึ้นไปตรวจก่อนในวันที่ 1 มี.ค. (วันเกิดหนิงพอดีเลย) ซึ่งเป็นวันที่ 8 ของการฉีดยา ดังนั้นวันที่ 8 และ 9 ของการฉีดยา หนิงคงต้องขึ้นไปฉีดยาที่ศูนย์ของคุณหมออย่างแน่นอนค่ะ
หลังจากนั้นก็รออีก 2 วัน นั่นก็คือ วันที่ 4 มี.ค. เป็นวันที่ 11 ของการเริ่มแผนการ คุณหมอจะทำการเก็บไข่ และน้ำเชื้อ เอาไปผสมกัน หลังจากนั้นอีก 5 วัน นั่นก็คือวันที่ 9 มี.ค. คุณหมอก็จะทำการฝังตัวอ่อนเข้าไปในมดลูก หากไม่มีความผิดปกติใด ๆ จากนั้นก็ให้นั่งนับวันรอไปอีก 14 วัน ซึ่งก็น่าจะตรงกับวันที่ 23 มี.ค. ก็จะทำการตรวจได้ว่าผลงานที่ทำมาสำเร็จหรือเปล่า
หากทำสำเร็จ หลังจากนี้หน้าที่คุณแม่ก็คงเริ่มขึ้นอย่างจริงจังซะที เพราะเท่าที่ทราบมา การทำเด็กหลอดแก้วครั้งแรกนั้นโอกาสหลุดก็มีสูงเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเพราะร่างกายคุณแม่เอง หรือว่าความเคยชินจากพฤติกรรมเดิม ๆ ของคุณแม่ด้วย ดังนั้นจะต้องลดกิจกรรมลงอย่างน้อย 50% เลยล่ะ เพื่อสิ่งที่เรารอมานาน และเราจะต้องรักษาให้เขามีชีวิตอยู่ มีคนที่เคยทำเด็กหลอดแก้วมาแล้วหลายคนบอกกับหนิงว่า “ใครจะว่าเรายังไงก็ช่าง ต้องอดทน เพราะช่วงนั้นจะดูเหมือนเราเป็นคนขี้เกียจ เอาแต่นอน ไม่ต้องไปสนใจเลย เพราะนอกจากเราจะเสียเงินที่ทำมาแล้ว สิ่งที่เราจะเสียมากกว่าก็คือการเสียใจซึ่งจะรักษายากมาก และทำใจยากด้วยค่ะ” ว่าม่ะ
ครบอาทิตย์แล้ว น่าจะฝึกโยคะได้แล้วล่ะ
กุมภาพันธ์ 7, 2010 ที่ 4:08 am | บันทึกโพสใน Ashtanga Yoga | 2 ความเห็นป้ายกำกับ: บ่นไปเรื่อย, ฝึกโยคะ, เจ็บแล้วฝึกโยคะ
วันนี้ คือ วันอาทิตย์ที่ 7 ซึ่งเป็นวันที่หนิงไปส่องกล้องครบหนึ่งอาทิตย์พอดี แต่ยังไม่ได้เห็นแผลตัวเองเลย ก็กำลังคิด ๆ อยู่ว่าจะไว้อีกสักวันสองวันก่อน ค่อยแกะพลาสเตอร์ปิดแผลออก for sure อิอิ
สำหรับอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ หนิงว่ามันหายไปเกือบหมดแล้วล่ะ ยังเว้นแผล ที่ยังมีเสียว ๆ บ้างกับบางอิริยาบถ เดินก็คล่องเกือบเป็นปกติแล้ว กะไว้ว่าวันพรุ่งนี้น่าจะไปเริ่มฝึกโยคะได้แล้ว เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของร่างกายได้เกิดขึ้น ก็จะไม่ให้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ยังไงล่ะค่ะในเมื่อ แค่อาทิตย์เดียวทำเอา รูปร่างหนิงเปลี่ยนไปพอควร คือ พุงยื่นออกมามาก ไม่รู้ว่าเพราะอาการบวมของแผลหรือแก๊สที่หมอใส่เข้าไป หรือว่าเพราะทานมากกันแน่ อิอิ
เมื่อวานแค่เกริ่น ๆ ว่าจะไปฝึกโยคะก็ทำเอาหลาย ๆ คนตกใจว่าชลอก่อนดีไห๊ม ไว้ให้หายดีก่อนรอให้ครบสองอาทิตย์ดีก่าอ่ะป่าว แต่หนิงว่าถ้ารอก็คงต้องรอไปเรื่อย ๆ เราน่าจะรู้กำลังตัวเองนะคะว่าได้แค่ไหน ได้แค่ไหนก็แค่นั้น ไม่เห็นต้องอะไรมากเลยจริงไห๊มคะ ก็หนิงคิดว่าแค่ให้เหงื่อออก แล้วก็จะได้เตรียมร่างกายให้แข็งแรงก่อนที่จะไปทำเด็กหลอดแก้วนี่คะ คงไม่ผิดหรอกนะ อิอิ
ในที่สุดก็ต้องตัดสินใจทำ “เด็กหลอดแก้ว”
กุมภาพันธ์ 1, 2010 ที่ 9:21 am | บันทึกโพสใน ก่อนคลอด | 2 ความเห็นป้ายกำกับ: ท่อนำไข่ตัน, ผ่าตัดมดลูก, สวนอุจจาระ, ส่องกล้อง, เด็กหลอดแก้ว
จากความเดิมตอนที่แล้ว หนิงบอกว่าขึ้นมาพบหมอนั้น คุณหมอก็ได้นัดขึ้นมาทำการส่องกล้องเพื่อดูความปกติภายในมดลูก ซึ่งมันก็ค่อนข้างเร็วมาก หนิงตัดสินใจขึ้นมาส่องกล้องที่ รพ.พญาไท 2 ในวันที่ 31 มกราคม เลย
ขั้นวันใหม่ของวันที่ 31 มกราคม 53 หนิงก็ได้เดินทางมาถึง รพ. พญาไท 2 ประมาณตีหนึ่งเศษ ๆ ทำบัตรผู้ป่วยเรียบร้อย ก็ถูกเจาะเลือดซะแล้ว (เขาต้องดูก่อนอ่ะค่ะ ว่ามีเชื้อ HIV อ่ะป่าว จริง ๆ นะคะไม่ได้ล้อเล่น) จากนั้นไปถ่าย x-ray ปอด แล้วเขามาส่งที่ห้องพักเพื่อให้พักผ่อน แต่ก็นอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่ อาจจะเพราะเลยเวลานานแล้วด้วย
ได้เวลาตี 4.30 น. พยาบาลก็เคาะประตูขอเข้ามาสวนอุจจาระ (เป็นครั้งแรกเลยเหมือนกันค่ะ กับประสบการณ์นี้) ทรมานนิดหน่อย เพราะจะมวน ๆ ท้องด้วย เข้าห้องน้ำอยู่พักใหญ่ ก็มานอนต่อจนเกือบ 6 โมง พยาบาลก็เข้ามารับตัวไปห้องผ่าตัด ถูกเสียบสายโน้น-นี่-นั้น พอควร และได้รับคำอธิบายจากพยาบาลไว้บ้างแล้วว่าจะเจออะไรบ้าง ไม่นานหนิงรู้สึกว่าท้องไม่ค่อยดี เสยถามพยาบาลไปว่า ถ้าเราทำการสวนอุจจาระแล้วจะมีโอกาสปวดได้อีกหรือเปล่าค่ะ พยาบาลตอบว่าไม่น่านะ แต่สรุปสุดท้ายหนิงต้องขอเข้าห้องน้ำจนได้ และมันก็สามารถอีกจริง ๆ เสร็จกิจเรียบร้อย หนิงก็มานอนบนเตียงผ่าตัด เกรงใจพยาบาลเขาเหมือนกันค่ะ ต้องมาทำงานเดิมซ้ำอีก แล้วเขาก็แจ้งว่าคุณหมอมาแล้ว ก็มีผู้หญิงคนนึงมาแจ้งว่าเดี๋ยวจะให้ยานอนหลังนะคะ น่าจะฉีดเข้าทางสายน้ำเกลือ จากนั้นไม่น่าจะถึง 1 นาที หนิงก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลย จนกระทั่งมารู้สึกตัวอีกทีก็นอนบนเตียงในห้องพักซะแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าเขาทำอะไรไปบ้าง อิอิ
หลังจากรู้สึกตัว พูดอะไรก็ยังไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ซึ่งก็ตรงกับที่พยาบาลบอกไว้ช่วงต้นว่า ต้องใส่สายลงไปในคอด้วย เพราะเราไม่สามารถหายใจเองได้ หลังจากผ่าแล้วเราจะรู้สึกเหมือนคอแห้ง กว่าจะพูดได้เป็นปกติก็น่าจะเกือบค่ำแล้วล่ะ ตลอดที่หลังผ่าเสร็จ สิ่งที่หนิงรู้สึกก็คือ จุดที่บริเวณหน้าอก หลังด้วย เพราะเกิดการที่เขาพ่นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เข้าท้องช่วงผ่าตัดด้วย แล้วก็เจ็บแผลนิดหน่อย ตัวก็บวม ๆ แต่ไม่แน่ใจว่าเพราะอ้วนขึ้นตั้งแต่ก่อนมาแล้วหรือเปล่านะ อิอิ
วันรุ่งขึ้น หมอก็มาพบ แล้วก็ให้ดู CD ที่อัดเอาไว้ น่ากลัวเหมือนกัน สรุปคือ หมอบอกว่าหมอได้จัดการปัญหาในมดลูกให้เรียบร้อยแล้ว แต่ส่วนของท่อนำไข่จัดการไม่ได้ ก็เลยต้องทำ “เด็กหลอดแก้ว” ซะแล้ว
บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
รายการ และ ข้อคิดเห็น feeds.
