ออก TV.

เมษายน 22, 2010 ที่ 7:11 am | บันทึกโพสใน Ashtanga Yoga | 6 ความเห็น
ป้ายกำกับ: , , ,

อิอิ  ไม่ค่อยอยากเม้าท์เลย  แต่ขอซะหน่อย  เพราะรู้สึกว่าคราวนี้จะเป็นจริงเป็นจัง  ว่าเราเป็นตัวเอกของเรื่องซะจริง ๆ ก็ก่อนหน้านี้เคยเป็นแบบถ่ายโยคะมาหลายครั้งเหมือนกัน  แต่ส่วนใหญ่ก็โชว์ร่วมกับคนอื่น ๆ หรือไม่งั้นก็เป็นแบบโดยตัวเองเป็นนักเรียนซะมากกว่า  ไม่งั้นก็เป็นแบบโชว์เพื่อให้ Agent Tour ดูบ้าง

แต่คราวนี้  ได้ข่าวมาว่า  เป็นโทรทัศน์ท้องถิ่นช่อง 11  มาขอถ่ายทำการสอนโยคะ  เนื่องจากปกติที่สุโข  จะสอนในแนวของ Ashtanga ซะมากกว่า  เลยต้องการจะเผยแพร่ตัวนี้  แต่ปรากฎว่าครูบุษที่มาแทนครูทิพย์ไม่สามารถสอน Ashtanga ได้  ก็เลยจำเป็นที่จะต้องหนิงเป็นครูสำรองในการถ่ายทำวันนี้  เพิ่งเสร็จหยก ๆ เลยนะเนี่ย

การถ่ายทำชุดแรก  เขาเตรียมนักเรียนไว้ให้หนิง 5 คน  ซึ่งเป็น 5 คนที่ใหม่สดสำหรับโยคะจริง ๆ ยังไม่เคยมีประสบการณ์การฝึกมาก่อนเลย  ก็คิด ๆ อยู่ว่าจะยังไงดี  ถ้าไม่ใช่เป็นการถ่ายทำก็คงไม่ยากเท่าไหร่  เพราะคิดว่าสามารถอยู่แล้ว  และอีกอย่างต้องทำกลางแดดจ้าเลยล่ะ  กันแดดก็ไม่ได้เอามา  แถมมันร้อนมากเท้าแทบพองเลย  เพราะหนิงใช้ black mat ซึ่งเป็นสีดำ  มันดูดความร้อนได้ดีจริง ๆ ค่ะ 

จากนั้นช่างภาพเขาก็ขอให้หนิงย้ายบริเวณเพื่อขอถ่ายการฝึกเดี่ยว ๆ ของหนิงคนเดียว  คิดดูซิมันเด่นขนาดไหน  ได้ออกโทรทัศน์แบบโชว์โยคะเต็ม ๆ มันช่างเป็นประสบการณ์ที่เราเองก็ไม่ได้คาดคิดว่าจะมีโอกาสจริง ๆ แต่อีกใจก็กลัวว่าจะทำได้ไม่ดี  มาถึงขั้นนี้แล้วเอาไงก็เอากัน  เขาก็ไม่รู้ท่าเรา  เราก็ไม่รู้ว่าต้องการได้ภาพแบบไหน  สรุปแล้วก็คิดท่าไหนได้ก็ทำไปเรื่อย  ร้อนก็ร้อน  เหงื่อออกมากจนเข้าตาแสบไปเหมือนกัน  เพราะหนิงไม่ได้ล้างหน้าจากที่ไปสอนเรื่องพัฒนาบุคลิกภาพมาเมื่อเช้านี้ด้วย  อิอิ

แว่ว ๆ มาว่า  เขาจะออกโทรทัศน์พรุ่งนี้บ่ายสามแหละ  ท่าฟังไม่ผิดเหมือนจะเป็นช่อง อสมท. อ่ะ

เปิดไหล่

เมษายน 17, 2010 ที่ 10:25 am | บันทึกโพสใน Ashtanga Yoga | 1 ความเห็น
ป้ายกำกับ: , , , , ,

วันนี้หนิงไปฝึกโยคะตอน 10.00-11.30 น.  ซึ่งเป็นรอบที่แทบจะไม่เคยฝึกเลย  เพราะเป็นเวลาทำงานเต็ม ๆ ค่ะ  และถ้าฝึกรอบนี้ก็ค่อนข้างเปลืองเวลาด้วย  เพราะจะทำอะไรก็ค่อนข้างลำบากสำหรับหนิงนะคะ

วันนี้ก็ยังคงเป็นคิวของครูบุษสอนอยู่ค่ะ  ซึ่งวันนี้ครูก็สอนคล้าย ๆ เดิม  แต่จะเน้นเรื่องของขาและสะโพก  ซึ่งก็ได้เหงื่อพอสมควรเหมือนกันนะคะ

ครูบุษก็รู้ดีว่าหนิงเองจะมีปัญหาในเรื่องของท่าต่าง ๆ ที่จะต้องเปิดไหล่พอสมควร  หลังจากจบคลาสครูเลยเข้ามาบอกกับหนิงว่า  ให้หนิงฝึกท่าที่เปิดไหล่ให้มาก ๆ เพราะจะช่วยในเรื่องของการทำ Back bend ของหนิงให้ดีขึ้น  ซึ่งท่าที่ครูให้ทำมีดังนี้ค่ะ

  • กางขาออกให้กว้างที่สุด  จากนั้นค่อย ๆ เดินมือมาด้านหน้า  โดยที่ให้หลังตรงตลอด  กดสะโพกไว้  จากนั้นคลาย
  • พับขาข้างซ้ายเข้ามา  เอามือขวาไปพาดหัวเข่าซ้าย  มือซ้ายค้ำไว้ด้านหลัง  แล้วบิดตัว  แล้วบิดอีกข้าง
  • เอามือซ้ายจับข้างเท้าขวาด้านนอก  มือขวาจับข้างเท้าขวาด้านใน  แล้วก้มตัวลง  โดยให้หลังตรง  และกดไหล่ซ้ายไว้  ค้างไว้สักพัก  แล้วคลาย
  • เอามือขวาจับหัวเข่าด้านซ้าย  แล้วพยายามบิดตัวให้มาก  มือซ้ายอ้อมศีรษะไปจับปลายเท้าขวาไว้  ค้างไว้สักพัก  แล้วคลาย
  • จากนั้นกลับมาที่ท่ากางขาเหมือนเดิม  แล้วพับขาขวาเข้ามา  สลับข้างกับเมื่อกี้  แล้วฝึกเหมือนกับข้างขวาค่ะ  แต่ทั้งนี้เปลี่ยนมือเองนะคะ

ครูบอกว่าท่าได้ฝึกท่านี้บ่อย ๆ จะช่วยหนิงเปิดไหล่ได้มากเลย  แล้วหนิงจะสามารถทำท่าสะพานโค้งได้ดีขึ้นเอง  อิอิ  หวังไว้ 3 ปีมาแล้วยังขึ้นไม่ค่อยได้เลย  แต่ยังไงก็จะพยายามค่ะ  ก็ทำไงได้ค่ะ  ร่างกายเราเป็นแบบนี้  นี่ถ้ายังทิ้งไว้ไม่ได้ฝึกโยคะ  หนิงคงจะเป็นยายแก่หลังค่อมก่อนอายุอันควรแน่เลยล่ะ 555

เปลี่ยนแนว

เมษายน 13, 2010 ที่ 2:40 am | บันทึกโพสใน Ashtanga Yoga | 4 ความเห็น
ป้ายกำกับ: , , , ,

ประมาณครึ่งปีหลังที่ผ่านมา  หนิงเองได้เริ่มเรียนรู้การฝึกโยคะในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่อัษฎางคโยคะ (Ashtanga yoga) ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ช่วงครูทิพย์แล้วค่ะ  คือ  ครูจะให้ฝึก ashtanga ในวันจันทร์, พุธ, ศุกร์  ส่วนวันอังคาร, พฤหัส, เสาร์  จะเป็น mix style ค่ะ

หนิงว่าจากที่ได้ฝึกโยคะรูปแบบอื่นบ้างนั้น  ก็เป็นส่วนดีนะคะ  เพราะหนิงเองมีปัญหาในเรื่องของความยืดหยุ่นพอสมควร  (แต่ความแข็งแรงพอใช้ได้ค่ะ อิอิ)  พอมาได้ฝึกรูปแบบอื่นเสริม  ทำให้เราได้ฝึกการยืดหยุ่นให้กับตัวเองได้พอสมควรค่ะ

พอมาในช่วงของ willaim ซึ่งจะเน้นในเรื่องของการฝึก Back bend ก็ดีอีกค่ะ  ก็รู้ ๆ กันอยู่นะคะว่าเป็นจุดบอดอย่างแรงของหนิงเลยอ่ะ  ถามว่าทรมานไห๊ม  ตอบได้เลยค่ะว่ามาก  เพราะคนอื่น ๆ ใน class ทำกันได้อย่างสบาย  ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนเก่าหรือนักเรียนใหม่  แต่สำหรับหนิงซึ่งเรียกว่าเป็นย่า เป็นยาย ใน class ได้เลย  แต่ต้องร้องเสียงโอดโอยทุกครั้งที่ครูให้ฝึกท่าของการใช้หลัง  แต่ก็ยังดีนะคะ  เพราะว่าหนิงไม่ได้มีอาการเจ็บปวดใด ๆ เลยหลังจากฝึก

มาปัจจุบันครูบุษแทบไม่ได้สอนในรูปแบบ ashtanga เลย  เพราะครูไม่ค่อยได้ฝึกรูปแบบนี้  ทำให้หนิงและเพื่อน ๆ ไม่ได้ฝึก ashtanga เลย  คิดว่าคงต้องหาเวลาฝึกเองบ้างแล้วล่ะ  ไม่งั้นคงแย่  เพราะก่อนหน้านี้หนิงฝึกได้ประมาณนึงแล้วแต่พอไม่ได้ฝึกทำให้การฝึกในบางท่าเราก็ติดขัดขึ้นเหมือนกันค่ะ

3 ปีแห่งการเป็นสาวกโยคะ

เมษายน 10, 2010 ที่ 12:39 pm | บันทึกโพสใน Ashtanga Yoga | 2 ความเห็น
ป้ายกำกับ: , , ,

วันนี้เป็นวันที่หนิงฝึกโยคะครบ 3 ปีเต็ม  ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ  ถึงแม้ว่าช่วงหลังมาจะฝึก ๆ หยุด ๆ ยังไงก็แล้วแต่  แต่หนิงก็ยังไม่ได้หลุดจากการเป็นสาวกของโยคะเลย

เมื่อวานนี้หนิงลองนับจำนวนครูที่ให้ความรู้ในการฝึกโยคะให้กับหนิง  ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ  หนิงผ่านมาเรียนกับครูมาถึงสิบกว่าคนเชียวล่ะ  จะ List ให้ดูนะคะ 

  1. ครู อุ้ม
  2. ครู  Amy
  3. ครู Jonus
  4. ครู Lisa
  5. ครู Michiko
  6. ครู ทิพย์
  7. ครู William
  8. ครู Matthew
  9. ครู Ken
  10. ครู แอล
  11. ครู บุษ

ที่ List มายังไม่รวมถึงครูที่หนิงไปฝึกเป็นบาง Class ตอนที่เข้าเรียนใน Yoga Conferance ที่ Yoga Journal จัดเลยนะคะ  ผ่านมากับหลากหลายอาจารย์  ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าครูทุกคนต่างก็มีเทคนิคที่แตกต่างกัน  ถนัดในท่าที่แตกต่างกันเช่นกัน  ซึ่งก็เป็นข้อดีในการสับเปลี่ยนครูผู้สอน

3 ปีที่ผ่านมากับการเป็นสาวกโยคะนั้น  หนิงคิดว่าตัวเองก็มีพัฒนาการพอสมควร  แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสมบูรณ์นะคะ  เพียงแค่ดีขึ้นเท่านั้น  ยังไงก็ยังคงต้องฝึกฝนอีกเยอะ  และยังคงเป็นสาวกของโยคะต่อไปค่ะ  เพราะสิ่งที่หนิงได้จากการฝึกมันมากมายจนสุดบรรยายจริง ๆ หากไม่เข้ามาสัมผัสด้วยตัวเองก็คงจะเข้าใจยากในบางจุดนะคะ

ทำไมต้องฝืนให้เจ็บตัวด้วย

เมษายน 7, 2010 ที่ 5:06 am | บันทึกโพสใน Ashtanga Yoga | 2 ความเห็น
ป้ายกำกับ: , , , ,

หลังจากที่กลับมาฝึกใหม่กับครู William หนิงรู้สึกว่าครูได้สอนท่ายาก ๆ ที่ต้องใช้ทั้งกำลังแขน  กำลังหน้าท้อง  และการเปิดอกให้กับพวกเราเยอะมาก ๆ  แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีอีกหลาย ๆ คนที่ยังไม่พร้อม  ซึ่งมุมมองตรงส่วนนี้อาจจะแตกต่างกันในการฝึก

สำหรับหนิงแล้ว  การฝึกท่าใหม่ ๆ และเป็นท่าที่ยาก ๆ หนิงมักจะใช้ความระมัดระวังสูง  เพราะกลัวได้รับการบาดเจ็บ  ซึ่งก็เห็นเพื่อน ๆ หลายคนในห้องหัวโขกพื้นไปบ้าง  ซึ่งบางคนก็สุดแสนจะทรหดอดทนจริง ๆ เพราะไม่ว่าเธอจะเจ็บเนื้อเจ็บตัวยังไงเธอก็ยังไม่ลดความพยายามที่จะฝึกลงเลย  ซึ่งหนิงเองจะไม่ฝืนตัวเองมาก  แต่จะพยายามฝึกเรื่อย ๆ โดยที่เราจะพยายามให้ร่างกายเราคุ้นเคย  เพราะเราคงไม่สามารถที่จะทำในสิ่งใหม่ ๆ ได้ภายในวันสองวันอยู่แล้ว  และมันจะเป็นการป้องกันการบาดเจ็บได้ด้วย 

เช่นท่า Hand Stand ครูพยายามให้พวกเราขึ้น  โดยขึ้นจากข้างฝาก่อน  ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง  หรือไม่งั้นก็ให้ฝึกขึ้นกลางห้องเลย  แต่อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อนคอยจับขึ้นให้  และช่วยพยุงเราไว้ตลอดเวลาจนกระทั่งลง  แบบนี้ก็เห็นด้วยอีก  แต่ประเภทที่พยายามจนเอาหน้าจุ่มพื้นนี้หนิงก็ว่าไม่น่านะคะ  เพราะเราต้องพยายามฝึกสร้างกำลังแขน  และการเรียนรู้ให้กับตัวเราให้ได้ก่อน

อีกท่าก็คือการ Drop Back เพื่อทำสะพานโค้ง หรือ Back bend ซึ่งตรงนี้แหละที่หนิงเห็นแต่ละคนเอาหัวโขกพื้นกันละนาว  ยกเว้นหนิง  เพราะหนิงรู้ตัวเองดีว่า  การโค้งหลังของเรายังไม่ปัญหา  และเรายังมีกำลังหน้าขาที่ไม่เพียงพอ  รวมไปถึงการเปิดหน้าอกด้วยซึ่งถ้าอกและไหล่ไม่เปิด  เราก็จะไม่สามารถยืดแขนตรงออกไป  เพื่อให้ฝ่ามือถึงพื้นก่อนได้  ดังนั้นส่วนที่ถึงพื้นก่อนก็จะเป็นหัวของพวกเรานั่นเอง  ท่านี้แหละที่หนิงรู้สึกว่าทุกคนเสี่ยงมาก ๆ กับการฝึก  ถึงแม้ว่าครูจะให้ไปฝึกบนสนามหญ้าเพื่อลดการกระแทกแล้วก็ตาม  แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่บาดเจ็บเลย  เพราะจริง ๆ แล้วเราควรจะค่อย ๆ ฝึก  จนรู้ตัวเองว่ากำลังและความสามารถในการทำท่านี้ดีพอแล้ว  จึงค่อยไปฝึกลงเอง  เพราะไม่งั้นก็จะได้รับการบาดเจ็บอย่างแน่นอน

หนิงคิดว่าเราฝึกเพื่อการออกกำลังกาย  เพื่อปรับปรุงจิตตัวเอง  ดังนั้นเราก็ควรจะต้องรู้จักตัวเอง  และอยู่บนทางสายกลางด้วย  เพราะการที่เราฝืนตัวเองมากไปจนกระทั่งได้รับบาดเจ็บจะไม่มีใครมารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้  นอกจากตัวเราได้รับกับสิ่งที่มากระทบนั้นเอง  แล้วมันจะคุ้มกันหรือเปล่า  กับสิ่งที่เรามีความอยากคืออยากทำอยากฝึกให้ได้ในวันนั้น 

ซึ่งจริง ๆ แล้วบางคนอาจจะเห็นต่างจากนี้  คือ  อาจจะมองว่าไม่ฝึกไม่ฝืนแล้วจะทำได้เหรอ  ในความหมายที่หนิงบอกคือ  ยังไงก็ต้องฝึกและต้องฝืนแต่อยู่ในขอบเขตที่เรารู้ตัวเองว่าแค่ไหน  ไม่ใช่ปล่อยตามสบายเลย  ซึ่งส่วนนี้หนิงคิดว่าทุกคนคงเข้าใจดี

สุดท้ายนี้  หนิงก็ขอให้ผู้ฝึกโยคะทุกคน  มีความสุขกับการฝึกโยคะนะคะ

จุดประกาย

เมษายน 2, 2010 ที่ 4:26 am | บันทึกโพสใน ผู้หญิงคิดบวก | ใส่ความเห็น
ป้ายกำกับ: , , , , ,

หนิงยอมรับนะคะ  ว่าช่วงนี้ตัวหนิงเองค่อนข้างจะรู้สึกว่าตัวเองเฉื่อยลง  และทำงานที่ได้งานเป็นชิ้นงานน้อยลง  อาจจะหลากหลายเหตุผล  ยังไงก็แล้วแต่หนิงเองก็ไม่ควรที่จะปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเองนานจนเกินไป

ก็เป็นความโชคดีนะคะ  ที่ทางบริษัทได้โอกาสดีที่ทางพาณิชย์จังหวัดได้เข้ามาใช้สถานที่เพื่อทำการอบรมโครงการส่งเสริมและพัฒนาตลาดสินต้าและบริการจังหวัดภูเก็ต  ทำให้หนิงเองได้มีโอกาสเข้าไปอบรมด้วย  ถึงแม้ว่าเนื้อหาโดยส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อหาที่หนิงเองได้เรียนรู้มาแล้วก็ตาม  แต่กลับมีบางสิ่งที่หนิงได้มาโดยทางอ้อมก็คือ  “ไฟ”  เพราะเรื่องของการขาย  การให้บริการ  หรือแม้กระทั่งการทำมาตรฐานต่าง ๆ นั้น  เราหาข้อมูลได้ไม่ยาก  แต่ในส่วนของการสร้าง “แรงบันดาลใจ” ในการทำงานให้กับเราใหม่นั้น  มันไม่ได้หากันง่าย ๆ เลยนะคะ

หนิงได้มีฟังคุณกิรณา  ศรีพงษ์พันธุ์กุล  ผู้จัดการฝ่ายสปา  โรงแรม ซิกต์เซนต์สมุย  มาบรรยายในหัวข้อปัจจัยแห่งความสำเร็จในการดำเนินการธุรกิจสปา  เพราะเธอผู้นี้เป็นผู้ที่ทำให้ ซิกซ์เซนต์สมุย  ได้รับรางวัล Platinum Thai World Class Spa จากกระทรวงสาธารณสุขแต่เพียงผู้เดียวด้วยนะคะ  สิ่งเหล่านี้เธอทำได้อย่างไร  วันนั้นเธอเล่าให้พวกเราฟังแบบหมดเปลือกจริง ๆ และอย่างที่บอกค่ะว่าสิ่งที่หนิงได้มากกว่าความรู้ทั้งหมดทั้งมวล  คือ การจุดประกายให้กับตัวเองอีกครั้ง  ได้ปลุกตัวเองอีกครั้ง  ให้กลับมาคิด  กลับมาพัฒนาทั้งตัวเราและองค์กรเราต่อไป  ต้องขอขอบคุณเธอคนนี้จริง ๆ ค่ะ

บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
รายการ และ ข้อคิดเห็น feeds.

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.