ทำไมต้องฝืนให้เจ็บตัวด้วย
เมษายน 7, 2010 ที่ 5:06 am | บันทึกโพสใน Ashtanga Yoga | 2 ความเห็นป้ายกำกับ: ทางสายกลางกับฝึกโยคะ, รักษาตัว, เจ็บจากฝึกโยคะ, back bend, drop back
หลังจากที่กลับมาฝึกใหม่กับครู William หนิงรู้สึกว่าครูได้สอนท่ายาก ๆ ที่ต้องใช้ทั้งกำลังแขน กำลังหน้าท้อง และการเปิดอกให้กับพวกเราเยอะมาก ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีอีกหลาย ๆ คนที่ยังไม่พร้อม ซึ่งมุมมองตรงส่วนนี้อาจจะแตกต่างกันในการฝึก
สำหรับหนิงแล้ว การฝึกท่าใหม่ ๆ และเป็นท่าที่ยาก ๆ หนิงมักจะใช้ความระมัดระวังสูง เพราะกลัวได้รับการบาดเจ็บ ซึ่งก็เห็นเพื่อน ๆ หลายคนในห้องหัวโขกพื้นไปบ้าง ซึ่งบางคนก็สุดแสนจะทรหดอดทนจริง ๆ เพราะไม่ว่าเธอจะเจ็บเนื้อเจ็บตัวยังไงเธอก็ยังไม่ลดความพยายามที่จะฝึกลงเลย ซึ่งหนิงเองจะไม่ฝืนตัวเองมาก แต่จะพยายามฝึกเรื่อย ๆ โดยที่เราจะพยายามให้ร่างกายเราคุ้นเคย เพราะเราคงไม่สามารถที่จะทำในสิ่งใหม่ ๆ ได้ภายในวันสองวันอยู่แล้ว และมันจะเป็นการป้องกันการบาดเจ็บได้ด้วย
เช่นท่า Hand Stand ครูพยายามให้พวกเราขึ้น โดยขึ้นจากข้างฝาก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง หรือไม่งั้นก็ให้ฝึกขึ้นกลางห้องเลย แต่อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อนคอยจับขึ้นให้ และช่วยพยุงเราไว้ตลอดเวลาจนกระทั่งลง แบบนี้ก็เห็นด้วยอีก แต่ประเภทที่พยายามจนเอาหน้าจุ่มพื้นนี้หนิงก็ว่าไม่น่านะคะ เพราะเราต้องพยายามฝึกสร้างกำลังแขน และการเรียนรู้ให้กับตัวเราให้ได้ก่อน
อีกท่าก็คือการ Drop Back เพื่อทำสะพานโค้ง หรือ Back bend ซึ่งตรงนี้แหละที่หนิงเห็นแต่ละคนเอาหัวโขกพื้นกันละนาว ยกเว้นหนิง เพราะหนิงรู้ตัวเองดีว่า การโค้งหลังของเรายังไม่ปัญหา และเรายังมีกำลังหน้าขาที่ไม่เพียงพอ รวมไปถึงการเปิดหน้าอกด้วยซึ่งถ้าอกและไหล่ไม่เปิด เราก็จะไม่สามารถยืดแขนตรงออกไป เพื่อให้ฝ่ามือถึงพื้นก่อนได้ ดังนั้นส่วนที่ถึงพื้นก่อนก็จะเป็นหัวของพวกเรานั่นเอง ท่านี้แหละที่หนิงรู้สึกว่าทุกคนเสี่ยงมาก ๆ กับการฝึก ถึงแม้ว่าครูจะให้ไปฝึกบนสนามหญ้าเพื่อลดการกระแทกแล้วก็ตาม แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่บาดเจ็บเลย เพราะจริง ๆ แล้วเราควรจะค่อย ๆ ฝึก จนรู้ตัวเองว่ากำลังและความสามารถในการทำท่านี้ดีพอแล้ว จึงค่อยไปฝึกลงเอง เพราะไม่งั้นก็จะได้รับการบาดเจ็บอย่างแน่นอน
หนิงคิดว่าเราฝึกเพื่อการออกกำลังกาย เพื่อปรับปรุงจิตตัวเอง ดังนั้นเราก็ควรจะต้องรู้จักตัวเอง และอยู่บนทางสายกลางด้วย เพราะการที่เราฝืนตัวเองมากไปจนกระทั่งได้รับบาดเจ็บจะไม่มีใครมารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ นอกจากตัวเราได้รับกับสิ่งที่มากระทบนั้นเอง แล้วมันจะคุ้มกันหรือเปล่า กับสิ่งที่เรามีความอยากคืออยากทำอยากฝึกให้ได้ในวันนั้น
ซึ่งจริง ๆ แล้วบางคนอาจจะเห็นต่างจากนี้ คือ อาจจะมองว่าไม่ฝึกไม่ฝืนแล้วจะทำได้เหรอ ในความหมายที่หนิงบอกคือ ยังไงก็ต้องฝึกและต้องฝืนแต่อยู่ในขอบเขตที่เรารู้ตัวเองว่าแค่ไหน ไม่ใช่ปล่อยตามสบายเลย ซึ่งส่วนนี้หนิงคิดว่าทุกคนคงเข้าใจดี
สุดท้ายนี้ หนิงก็ขอให้ผู้ฝึกโยคะทุกคน มีความสุขกับการฝึกโยคะนะคะ
2 ความเห็น »
RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้ TrackBack URI
ใส่ความเห็น
บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
รายการ และ ข้อคิดเห็น feeds.

เห็นด้วยกะครูหนิง 100% ครับ
ต่อให้ฝึกโยคะเพื่อออกกำลังกาย ก็ยังต้องฝืนตัวเองแต่พอสมควรเท่่านั้น เพราะเราไม่ได้ฝึกแต่วันนี้วันเดียวนี่นา
…ท่่าน Iyengar บอกไว้ในหนังสือ LigLight on Life ตอนนึงว่า…
“…หากการฝึกในวันนี้ทำลายการฝึกของวันพรุ่ง แสดงว่ามันเป็นการฝึกที่ผิด”
ผมเห็นหลายคนเหมือนกันครับเป็นอย่างที่ครูหนิงเล่า, ผมเองก็เคยเป็น มุ จะให้ได้ ทั้งที่ความพร้อมของร่างกายอยู่ในระดับต่ำมาก…แล้วก็เจ็บ สุดท้ายต้องพักอยู่นาน อดฝึกไปซะงั้น
แต่หลังหลังได้ิคิดและคิดได้ ว่ามีอะไรให้เรียนรู้ในท่าอาสนะเดิมเดิมอีกมาก หลุดจากอาสนะจากร่างกาย ลึกเข้าไปในจิตใจ…
ผมเขียนเก็บไว้เตือนใจตัวเองว่า
“วางความทุกข์ใจ” … ที่เกิดจากอาสนะ เพราะเรา “ทำไม่ได้”
“ถือความสุขใจ” … ที่เกิดจากอาสนะ เพราะเรา “ได้ทำ”
Comment by Mining— เมษายน 7, 2010 #
อืม เยี่ยมไปเลยค่ะ เตือนใจตัวเองได้ดีจัง ขอยืมใช้บ้างนะคะ อิอิ
Comment by ningyogaphuket— เมษายน 10, 2010 #