คุณแม่ขา…มาป้องกันท้องลายกันดีไห๊ม?

กรกฎาคม 25, 2009 at 12:28 pm | In ก่อนคลอด | 1 Comment

ปัญหาเรื่องผิวแตกลายตอนตั้งตรรภ์มันเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่คุณแม่ตั้งครรภ์กังวล  และไม่ปรารถนาเอาซะเลย  ขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะคะว่า  จริง ๆ แล้วปัญหาเรื่องท้องลายเนี่ยมันแก้ไขหรือป้องกันยากมาก ๆ ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละคนมากกว่า  เพราะเท่าที่หนิงเคยสอบถามมา  บางคนมีลูกตั้ง 2-3 คนด้วยซ้ำ  แต่ท้องไม่ลายเลย  มิหนำซ้ำเขาไม่ได้ดูแลผิวเลยด้วยซ้ำ  ไม่ว่าจะเป็นครีม  โลชั่น  น้ำมัน  ไม่ได้ใช้เลยซักอย่าง  หนิงก็เลยเดาเอาเองนะคะว่า  ให้ดูง่าย ๆ ว่าปกติเรามีร่องรอยของการแตกลายบริเวณก้น  ต้นขา  หรือด้านล่างของข้อพับเข่าบ้างหรือเปล่า  หากมีนั่นน่าจะเป็นตัวบ่งบอกได้ว่าโอกาสในการที่ตั้งครรภ์แล้วท้องน่าจะต้องลายเป็นแน่  แต่ไม่ใช่ว่าพอหนิงบอกไปแบบนี้แล้ว  เราจะไม่ทำการป้องกันเอาซะเลยนะคะ  เพราะวันนี้หนิงตั้งใจว่าจะมาบอกถึงแนวทางในการป้อกันท้องแตกลายค่ะ

ก่อนอื่นต้องขอบอกกับเหล่าบรรดาคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ทุกคนก่อนนะคะว่า  เรื่องท้องลายเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับผู้ที่เป็นแม่เกือบทุกคน  อย่าไปกังวลจะเกิดความเครียดเพราะจะทำให้ลูกในท้องเครียดไปด้วยนะคะ  สำหรับข้อแนะนำมีดังนี้ค่ะ

  1. การออกกำลังกาย  เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงและยืดหยุ่นของผิวหนังและกล้ามเนื้อค่ะ
  2. ควรเลือกทานอาหารที่ดีมีประโยชน์  โดยเฉพาะอาหารที่มีส่วนช่วยในการดูแลผิว  เช่น  มะเชือเทศ  ส้ม  แครอต  โยเกิร็ต  ถั่ว  หรือแม้กระทั่งน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอกับร่างกายเพื่อไม่ให้ผิวขาดความชุ่มชื้น  และขณะเดียวกันต้องไม่รับประทานอาหารที่ทำลายสุขภาพผิวด้วย  เช่น  ของทอด  แอลกอฮอล์  น้ำอัดลม  และคาเฟอีน  เป็นต้นนะคะ
  3. พยายามควบคุมน้ำหนักไม่ให้ขยับสูงขั้นเร็วเกินไป
  4. การใช้ครีมบำรุงผิว  สำหรับวิธีนี้หนิงมองว่าอาจจะช่วยไม่ได้มากนัก  และอาจจะก่อให้เกิดโทษกับลูกน้อยด้วยซ้ำไปค่ะ  เพราะส่วนใหญ่แล้วครีมหรือโลชั่นตาง ๆ มักจะประกอบไปด้วยสารเคมีต่าง ๆ มากมาย  หนิงจึงขอแนะนำให้ใช้น้ำมันงาดีกว่าเพราะมีวิตามินสูงมาก ๆ เลย  ไม่งั้นก็เป็นน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอกก็ยังดีกว่าครีมหรือโลชั่นนะคะ แต่กลิ่นอาจจะไม่พึงประสงค์นัก  อิอิ
  5. พยายามอย่าเกา  แค่เอามือลูบ ๆ ก็พอค่ะ  และควรจะตัดเล็บให้สั้นด้วยนะคะ
  6. ท่านอน  เพราะช่วงที่ท้องโตอาจจะนอนหงายไม่สะดวกเพราะอาจจะปวดหลัง  จึงต้องนอนตะแคง  แต่ขณะเดียวกันการนอนตะแคงก็จะทำให้เกิดการดึงรั้งไปข้างหนึ่งซึ่งอาจทำให้หน้าท้องลายได้ง่าย ๆ จึงควรหาผ้าหรือหมอนมารองรับหน้าท้องขณะที่นอนตะแคงเอานะคะ

เห็นไห๊มค่ะ  ไหน ๆ ก็เป็นเรื่องธรรมชาติที่คนทั่วไปไม่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าไม่ได้เป็นแม่คน  จงภูมิใจกับสิ่งที่จะเกิดดีกว่านะคะ  อย่าน้อยสิ่งนี้ก็ทำให้เราคิดบวกและสบายใจขึ้น  แต่หากเราสามารถหาวิธีป้องกันได้จะลองทำดูก็ไม่เสียหาย  จริงไห๊มค่ะ  เจ้านาย  อิอิ

Aqua Yoga

มิถุนายน 15, 2008 at 12:51 am | In การออกกำลัง, ก่อนคลอด, ดูแลสุขภาพคุณแม่ | 2 Comments
Tags: , , , , , , , , ,

เป็นความโชคดีของหนิงอีกแล้วค่ะ  ที่ทางบริษัทฯ ได้ให้โอกาสกับหนิง  เพราะเขากำลังจะส่งหนิงไปเรียน Aqua Yoga ด้วยล่ะ

จริง ๆ แล้วหนิงเองเคยได้มีโอกาสเรียน Aqua Yoga มาแล้วครั้งนึง  เป็นช่วงที่บริษัทฯ เริ่มเปิดดำเนินการ  โดยได้เชิญอาจารย์ Dr. ราดรี และคณะมาสอนให้  พวกเราเรียนกัน 5 คน  ซึ่งตอนนี้ก็เหลือหนิงเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังอยู่เพราะคนอื่นเขาแยกย้ายไปเอาดีด้านอื่นกันหมดแล้ว

มัวแต่เล่าที่มาที่ไป  ยังไม่ได้พูดถึง Aqua Yoga ซ๊ากที 

Aqua Yoga จริง ๆ แล้วเหมาะกับหลายบุคคลนะคะ  ขอพูดเป็นข้อ ๆ ไปน่าจะดีกว่า

  • บุคคลแรกที่หนิงคิดว่าเหมาะสำหรับการเล่นกีฬาประเภทนี้  ก็คือ  ผู้สูงอายุ  โดยส่วนใหญ่แล้วผู้สูงอายุมักจะมีปัญหาเรื่องของข้อต่อต่าง ๆ ค่อนข้างเยอะ  จะให้ผู้สูงอายุไปเล่น fitness ก็น่าจะลำบาก  เพราะส่วนใหญ่แล้วจะมีแรงกระแทกบ้าง  หรือไม่งั้นก็ไม่ค่อยมีตัวช่วยในการ support บ้าง  แต่สำหรับ Aqua นั้น  เหมาะมาก ๆ เลยทีเดียวนะคะ  เดี๋ยวตอนท้ายหนิงจะอธิบายให้ฟังอีกทีเกี่ยวกับการทำงานของ Aqua นะคะว่ามันจะเหมาะกับผู้สูงอายุยังไง
  • บุคคลที่สองก็คือ  คนท้องนั่นเองค่ะ  เพราะคุณแม่ทั้งหลายก็ต้องการการระมัดระวังเป็นพิเศษสำหรับการเล่นกีฬา
  • ผู้ที่ชอบเล่นกีฬาทางน้ำ
  • ผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ
  • ผู้ที่มีเส้นเลือดขอด

สำหรับตัวของ Aqua นั้น  มีการทำงานหลัก ๆ จากน้ำเอง  หนิงจะอธิบายเป็นอย่าง ๆ ไปนะคะ

  • น้ำมีแรงพยุง  และแรงลอยตัว  ดังนั้นเวลาที่เราลงไปในน้ำ  น้ำหนักตัวของเราจะลดลง  และน้ำที่มีแรงพยุง  และแรงลอยตัวนี้จะทำให้เราลดแรงกระแทกได้มากทีเดียวนะคะ
  • น้ำมีแรงดัน  โดยเฉพาะยิ่งลึกแรงดันยิ่งมาก  ดังนั้นผู้ที่เป็นเส้นเลือดขอดจะได้ประโยชน์มากจากคุณสมบัติของน้ำในข้อนี้นะคะ
  • น้ำมีแรงต้าน  ลองสังเกตกันดูนะคะ  เวลาที่เราวิ่งในน้ำ  เราจะวิ่งได้ช้า  และจะเหนื่อยมาก ๆ เลยทีเดียว  นั่นล่ะค่ะเกิดจากการที่น้ำมีแรงต้านนั่นเอง  ดังนั้นเวลาที่เราเล่น Aqua จึงสามารถสร้างกล้ามเนื้อได้ดียังไงล่ะค่ะ

เมื่อเราทราบการทำงานของเจ้า Aqua แล้ว  เราก็ต้องมาปฏิบัติให้ถูกด้วยนะคะจึงจะได้ผล  เพราะขณะที่ทำการฝึกช่วงตั้งแต่ไหล่เราลงไปควรจะต้องอยู่ในน้ำตลอดเวลา  เพราะถ้าอยู่เหนือน้ำก็จะไม่เกิดแรงต้านไงค่ะ  ดังนั้นระดับน้ำที่เหมาะสมจึงควรจะต้องอยู่ประมาณระดับอกเรา  โดยทั่วไปแล้วมาตรฐานของสระควรจะอยู่ที่ 140 cm สำหรับคนบ้านเรานะคะ  แต่หากเป็นชาวยุโรปอาจจะต้องลึกกว่านี้นิดหน่อยเพราะความสูงโดยเฉลี่ยของบ้านเขาสูงกว่าบ้านเรานั่นเอง  สำหรับการฝึก Aqua นั่นไม่ยากเลย  เพราะโดยปกติก็จะมีคนคอยนำท่าให้เราคล้าย ๆ กับการเต้นแอโรบิคอยู่แล้ว  เห็นไห๊มค่ะง่ายจะตาย  อีกหน่อยทางสุโข ก็กำลังจะเปิดให้บริการ Aqua  หลาย ๆ ท่านที่สนใจก็สามารถเข้าไปใช้บริการกันได้นะคะ  เพราะเท่าที่ทราบมาในภูเก็ตเองยังไม่มีใครให้บริการทางด้านนี้เลยค่ะ 

ค่าน้ำนม

เมษายน 26, 2008 at 9:33 am | In ก่อนคลอด, ดูแลสุขภาพคุณแม่, หลังคลอด, แพทย์แผนไทย | Leave a Comment
Tags: , , , , , , , , , , ,

วันนี้เกิดคิดถึง “แม่” ขึ้นมา  ก็เลยอยากจะเขียนเรื่องนี้  ก่อนอื่นก็ต้องขอพูดถึงประโยชน์ของ “น้ำนม” ให้ทราบกันก่อนนะคะ  ว่ามันมีประโยชน์ยังไง  เพราะเราอาจจะคิดว่าน้ำนมมีประโยชน์เพียงแค่ลูกน้อยเท่านั้น  ขอบอกค่ะ  ว่าเข้าใจผิดแล้ว  ประโยชน์ของน้ำนมนั้นมีเยอะจนเราไม่สามารถประมาณค่าได้  หนิงขออธิบายเป็นตัว ๆ ไปเลยนะคะ

เกี่ยวกับตัวของคุณแม่โดยตรง  คือ 

  • มดลูกจะเข้าอู่เร็วขึ้น  จากการที่ลูกน้อยได้ดูดน้ำนมจากอกของแม่
  • รูปร่างของคุณแม่จะเข้าที่เร็วขึ้น
  • ทำให้โอกาสเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมของคุณแม่ลดลง
  • สร้างความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกได้ดีมาก ๆ (คุณพ่อไม่ต้องเสียใจนะคะ  พยายามอุ้มลูกให้มาก ๆ ก็ช่วยในส่วนของคุณพ่อได้ค่ะ)

บางคนอาจจะคิดมากไปว่า 

“ให้ลูกดูดนมมาก ๆ นมก็เหี่ยวหมดซิ” 

เราสามารถดูแลในส่วนนั้นได้  โดยการใส่ชุดชั้นในที่สามารถเปิดฝาออกให้นมลูกนะคะ  และควรดูขนาดให้เหมาะสมกับขนาดของเต้าคุณแม่ด้วยค่ะ

ในส่วนของลูกน้อย  การที่จะได้รับประโยชน์จากน้ำนมของคุณแม่นั้นมากมายกว่าอาหารเสริมใด ๆ ทั้งสิ้นนะคะ  เพราะหากคุณแม่ให้นมลูกตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่คลอดออกมา  โดยไม่มีการให้นมอื่น ๆ เสริมเลย  สิ่งที่ลูกจะได้ก็คือ  น้ำนมจะเป็นตัวช่วยในการขับ “ขี้เทา” ออกมา  และในน้ำนมแรกของแม่ยังมีคุณค่าทางอาหารสูงมากกับลูก  ชนิดที่ไม่สามารถหาอาหารใด ๆ มาทดแทนได้เลยนะคะ 

ระยะเวลาในการให้นมแม่  คุณแม่สามารถให้นมลูกได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 4-6 เดือน  เพราะน้ำนมของแม่ยังมีประโยชน์กับลูกสูงอยู่  แต่ก็ต้องเข้าใจอีกส่วนนะคะว่า  ตั้งแต่ลูกน้อยอายุ 4 เดือนขึ้นไปควรให้อาหารเสริมอย่างอื่นตามวันของเขาด้วย

ที่นี้เรามาดูกันว่า 

“แล้วจะทำยังไงล่ะ  ให้มีน้ำนม”

ถ้าเราจะเตรียมตัวตั้งแต่ก่อนคลอดก็คือ  สัก 1 เดือนก่อนคลอด  ให้ทำการประคบร้อนบริเวณเต้านมเรื่อย ๆ เพื่อเป็นการเตรียมให้มีน้ำนม  ไปจนถึงกระทั่งคลอดแล้วก็ยังควรกระตุ้นด้วยความร้อนอยู่  สำหรับบางท่านที่ทำการ “อยู่ไฟ” เราจะทำการประคบให้ด้วยหม้อเกลือหรือลูกประคบอยู่แล้วค่ะ  แต่ขณะเดียวกันหลังคลอดควรกระตุ้นด้วยวิธีการให้ลูกดูดกระตุ้นด้วยนะคะ  เพราะในช่วงแรกของการคลอด  น้ำนมอาจจะยังไม่มี  น้ำนมจะมีหลังจากคลอดแล้วประมาณ 2-3 วัน  เพราะฉะนั้นคุณแม่มือใหม่ไม่ต้องตกใจนะคะว่าไม่มีน้ำนมเป็นกันเกือบทุกคนแหละค้า 

ที่นี้มาดูกันอีกเพราะคุณแม่บางท่านอาจจะเป็นห่วงลูกน้อยจะไม่มีน้ำนมดื่ม  กลัวลูกจะหิว  ไม่ต้องกังวลในส่วนนี้นะคะ  เพราะจริง ๆ แล้ว  ทารกน้อยเหล่านั้นสามารถดื่มน้ำเปล่า ๆ ได้ประมาณ 1 อาทิตย์โดยไม่ต้องทานอะไรเลย  (แต่ก็เข้าใจนะคะ  คนเป็นแม่ก็ย่อมห่วงลูกเป็นธรรมดา  ก็จะรอสัก 3 วันก็ยังดีนะ)  เพราะหากเราให้นมผงกับลูกไปแล้วโอกาสที่ลูกจะมาดื่มนมจากเต้าค่อนข้างยากนะจะบอกให้  วันนี้ขอเขียนแค่นี้ก่อนนะคะ จะมาเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของน้ำนมให้อีกวันหน้านะคะ

ไม่อยากท้องลายทำไงดี

เมษายน 25, 2008 at 1:31 am | In ก่อนคลอด, ดูแลสุขภาพคุณแม่, แพทย์แผนไทย | 3 Comments
Tags: , , ,

เหล่าว่าที่คุณแม่ส่วนใหญ่มักจะกังวลกับร่างกายของตัวเองที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงของการตั้งครรภ์  โดยเฉพาะหน้าท้อง  ซึ่งอาจจะย้วยและมีลายพร้อย  มีหลายคนมาถามหนิงเหมือนกันนะคะว่าจะใช้ครีมอะไรดีไม่ให้ท้องลาย  มีปรุงยาอะไรให้บ้างได้ไห๊ม  ขอบอกเลยนะคะ  สำหรับเจ้าแม่ “ธรรมชาติบำบัด” อย่างหนิงแล้ว  ลืมไปได้เลยค่ะที่จะแนะนำให้ใช้ครีมหรือโลชั่นใด ๆ เพราะว่าครีมหรือโลชั่นเหล่านั้นย่อมมีผลกับลูกน้อยในครรภ์ของคุณท่านอย่างแน่นอน  มันคือสารเคมีที่สามารถซึมเข้าไปถึงชั้นผิวหนัง  และผิวหนังเราเองในชั้นล่างสุดมีเส้นเลือดอยู่  ผิวหนังเราเองก็บางเท่ากับกระดาษถ่ายเอกสารเองนะคะ  เพราะฉะนั้นโอกาสในการซึมเข้าของสารเหล่านั่นย่อมเกิดขึ้นได้  ว่าแล้วหนิงจะแนะนำยังไงล่ะ  ก่อนอื่นต้องขอถามก่อนนะคะว่า

“คุณรักลูกน้อยของคุณไห๊มค่ะ  คุณต้องการเอาสารเคมีให้เข้าในขณะที่เขายังไม่เกิดเลยหรือเปล่าค่ะ”

ถ้าคุณตอบว่า 

“รักซิ  ไม่อยากให้สารเคมีเขาหรอก  แต่ไม่รู้นิว่าทำไง” 

ค่อยอ่านต่อนะคะ  แต่ถ้าคุณตอบว่า 

“รักก็รักอยู่  แต่ก็ห่วงตัวเองว่าไม่สวยมากกว่าสุขภาพของลูกที่จะเกิดมา” 

ก็ไม่ต้องอ่านต่อนะคะ  เพราะจะเสียเวลาปล่าว ๆ

สำหรับสิ่งที่หนิงจะแนะนำมีอยู่ไม่กี่วิธีหรอกค่ะ  แต่ก็ต้องใช้ความพยายามหลายอย่างนะคะ  ขอบอกไว้ก่อน  เพราะมันยุ่งยากกว่าวิธีที่คุณเปิดหลอดครีม  แล้วเอามือบีบเอามาทาแน่นอนค่ะ  อีกอย่างกลิ่นอาจจะไม่ค่อยพึงประสงค์สักเท่าไหร่  มาลองดูกันนะคะ

  • วิธีแรกง่ายสุด ๆ เพียงแค่ไปซื้อน้ำมันงามา  เพราะน้ำมันงามีวิตามินอีสูงมาก ๆ เรา ๆ ท่าน ๆ ก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าวิตามินอีดีกับผิวยังไง  แต่มีข้อเสียตรงที่กลิ่นอาจจะไม่หอมหวนเท่าที่ควร
  • เอาใบพลับพลึงชนิดใบใหญ่นะคะ  ตัดให้ถึงโคนใบเคยค่ะ  แล้วเอาไปเผาไป  จากนั้นมาบีบเจลที่อยู่ในใบออก  ถ้าได้เจลน้อยก็ให้เอาทั้งใบใส่น้ำเล็กน้อยไปปั่นด้วยเครื่องปั่นผลไม้นั่นแหละค่ะ  ก็จะได้โลชั่นพลับพลึงแบบธรรมชาติไม่มีเคมีใด ๆ มาใช้  ทาให้บ่อย ๆ ค่ะ  จะช่วยเรื่องหน้าท้องลายได้

แต่ทั้งนี้ขอบอกไว้ก่อนนะคะว่า  ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีแบบที่หนิงแนะนำไปหรือว่าใช้ครีมราคาแพงแสนแพงแค่ไหน  การที่จะได้ผลหรือไม่  ส่วนนึงก็ต้องดูที่พื้นฐานผิวของแต่ละคนด้วยนะคะ  บางคนไม่ได้ใช้อะไรเลยท้องก็ไม่เห็นจะลายเลย  จริงป่ะ

 

วิธีรักษาสิว

เมษายน 24, 2008 at 3:11 pm | In ก่อนคลอด, ดูแลสุขภาพคุณแม่, แพทย์แผนไทย | 1 Comment
Tags: , , , , , ,

หนิงเคยพูดถึงเรื่อง “หน้าใส ไร้สิว” มาแล้วครั้งนึง  ซึ่งเป็นการรักษาสิวโดยใช้สมุนไพรทั้งภายนอกและภายใน  แต่ในวันนี้หนิงจะอธิบายเกี่ยวกับสิวก่อนนะคะ  สิวมีหลายชนิดด้วยกัน  ไม่ว่าชนิดที่เป็นสิวอักเสบ  สิวอุดตัน  สิวเทียม  และอีกมากมาย  ซึ่งสาเหตุของการเกิดสิวก็มีมากมายหลายสาเหตุ  เช่นกัน  ดังนี้

  • เกิดจากการติดเชื้อ  เช่นระหว่างวันเราเอามือที่ไม่ได้ล้างไปถูกบริเวณใบหน้า
  • เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน  สาเหตุก็มาจากการทำความสะอาดใบหน้าไม่ดี
  • เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน  โดยเฉพาะผู้หญิงที่ทุกเดือนจะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงของการมีประจำเดือน  หรือช่วงของการตั้งครรภ์
  • ฯลฯ

ดังนั้นก่อนที่เราจะเลือกใช้วิธีการรักษาสิวแบบใดก็ตาม  ควรหาสาเหตุของการเกิดสิวให้ได้เสียก่อน  เราจะได้แก้ไขได้ถูกจุด

ที่นี้มาดูวิธีการรักษาสิวกันนะคะ 

หากสิวเกิดจากการอักเสบ  ก็อาจจะน้ำมันหอมระเหย  กลิ่นลาเวนเดอร์  หรือ ที ทรี  มาแต้มบริเวณที่เป็นสิว

หากเกิดจากการอุดตันของรูขุมขน  ก็ลองเปลี่ยนชนิดผลิตภัณฑ์ล้างหน้าดูหรือเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่สามารถทำความสะอาดได้ล้ำลึกขึ้น

หากเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน  อันนี้อาจจะแก้ยากหน่อย  เพราะอาจจะต้องใช้ยาเป็นตัวช่วย  ถ้าเป็นหนิงในฐานะแพทย์แผนไทยก็คงจะแนะนำยาสมุนไพรนั่นแหละค่ะ  แต่ถ้าช่วงนั้นเป็นช่วงของการตั้งครรภ์ขอแนะนำว่าไม่ควรใช้ยาใด ๆ ค่ะ  เพราะเดี๋ยวจะไปมีผลกับเด็กน้อยในครรภ์นะคะ  อดทนรออีกนิดจนกว่าเจ้าตัวน้อยออกมาดูโลกอย่างปลอดภัยก่อนจะดีกว่านะคะ  แล้วค่อยรักษาสิวกันใหม่  เพราะบางครั้งอาจจะไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้สิวก็จะหายไปเองค้า

Yoga for mother

เมษายน 20, 2008 at 5:35 am | In การออกกำลัง, ก่อนคลอด, ดูแลสุขภาพคุณแม่ | 2 Comments
Tags: , , , , , , , , ,

การทำโยคะสำหรับคุณแม่  หนิงขอแยกความหมายของคุณแม่ออกเป็น 2 ฐานะนะคะ  (ไม่ใช่ฐานะทางการเงินนะคะ)  คือ

  • โยคะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์  โดยทั่วไปคุณแม่จะเริ่มออกกำลังได้ก็ต้องแน่ใจว่าครรภ์แข็งแรงดีแล้ว  ไม่อยู่ในภาวะแท้งคุกคาม  หรือรกเกาะต่ำ  เป็นต้น  โดยทั่วไปก็ต้องตั้งครรภ์ไม่ต่ำกว่า 4 เดือน  ยกเว้นในกรณีของผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว  ก็สามารถออกได้ตามปกติที่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์นะคะ  ไม่ใช่คิดเอาเองว่าสามารถออกกำลังกายได้  ซึ่งโยคะสำหรับคุณแม่นั้นโดยส่วนใหญ่แล้วจะต้องเลือกมาเป็นท่า ๆ และสำหรับบางท่าก็ต้องมีการดัดแปลงท่านิดหน่อยเพื่อใช้สำหรับคนตั้งครรภ์โดยเฉพาะ  ดังนั้นการเล่นโยคะสำหรับผู้ตั้งครรภ์  ควรอยู่ภายใต้การดูแลของครูที่เชี่ยวชาญ  และมีประสบการณ์ในการสอนคนท้องจริง ๆ หรือถ้าเรามีประสบการณ์ในการเล่นโยคะอยู่แล้ว  เราอาจจะซื้อหนังสือมาฝึกเองที่บ้านก็ได้ แต่ทั้งนี้ต้องแน่ใจในการทำความเข้าใจในแต่ละท่าเสียก่อน  และไม่ควรหักโหมจนเกินไปนะคะ  เพราะเรายังมีอีก 1 ชีวิตอยู่ในตัวเรา
  • โยคะสำหรับคุณแม่  ในที่นี้หมายถึงผู้สูงอายุค่ะ  สำหรับผู้สูงอายุนั้น  การเล่นโยคะก็เป็นกีฬาอีกประเภทนึงที่ไม่อันตรายและเหมาะสำหรับผู้สูงอายุด้วยซ้ำ  เพราะคนสูงอายุมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องข้อต่อ เรื่องกระดูก  และความดันโลหิต  ดังนั้นการไปเล่นกีฬาบางประเภทอาจจะไม่เหมาะนัก  เนื่องจากมีการกระแทกระหว่างเล่น  หรืออาจจะต้องใช้กำลังมากเกินไป  สำหรับโยคะไม่ต้องไปกังวลในส่วนนั้นมาก  แต่ก็ต้องคอยระวังตัวเองขณะที่เล่นเหมือนกัน  เพราะท่าบางท่าจะมีการก้ม ๆ เงย ๆ จะต้องทำช้า ๆ ไม่ต้องรีบร้อนนะคะ  เพราะอาจจะทำให้มึนศีรษะได้ค่ะ

เรื่องของการเลือกประเภทการออกกำลังกายก็สำคัญนะคะ  ถ้าเรารู้อยู่แล้วว่ากีฬาประเภทไหนเหมาะกับวัย  กับสภาพร่างกายของตัวเองก็เลือกสิ่งนั้นดีกว่า  สำหรับบางคนที่ทำยังไงก็ไม่สามารถเล่นได้เพราะไม่ชอบจริงๆ ก็ไม่เป็นไรนะคะ  แต่ก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังในส่วนที่เราจะต้องระวังให้มากขึ้นด้วยนะคะ 

ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงนะคะ

การดูแลสุขภาพช่วงตั้งครรภ์

เมษายน 16, 2008 at 6:21 am | In ก่อนคลอด, ดูแลสุขภาพคุณแม่ | Leave a Comment
Tags: , , , , , ,

ช่วงที่ตั้งครรภ์คุณแม่จะต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้นกว่าเดิมนะคะ  ทั้งเรื่องของการออกกำลังกายและอิริยาบถต่าง ๆ จะต้องอยู่ในท่วงท่าที่ถูกต้อง  ไม่ว่าจะเป็นการ  นั่ง  นอน  ยืน  เดิน  เพราะหากดูแลตัวเองได้ดีจะช่วยลดปัญหาความตึงเครียด  ความเมื่อยล้า  และอาการปวดต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้  อีกทั้งทำให้คุณแม่มีความยืดหยุ่น  และความอดทนของร่างกายดีขึ้น  สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือลูกน้อยในครรภ์ก็จะมีความสุขไปด้วย   หากคุณแม่ปฏิบัติไม่ถูกต้องก็อาจจะมีอาการปวดหลัง  ไหล่  ขา  และเท้าขึ้นได้นะคะ  เพราะช่วงที่คุณแม่ตั้งครรภ์อาจจะรู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว  ท้องก็โตขึ้นทำให้กล้ามเนื้อต้องทำหน้าที่หนักขึ้น  หลังก็จะแอ่น  และไหล่ห่อ  ซึ่งถ้าทิ้งไว้นานก็จะเป็นปัญหาและแก้ไขได้ยาก  ดังนั้นเรามาเริ่มกันด้วยอิริยาบถและท่วงท่าที่เหมาะสมกันก่อนดีกว่านะคะ

การยืน

ท่ายืนที่ถูกต้องและสบายสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์คือ การยืนตรง หลังยืดตรง หน้าตรงเท้าแยกจากกันเล็กน้อย  คุณแม่ควรทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงระหว่างสันเท้าและกลางเท้า เข่าตึง  คอและศีรษะตั้งตรง ปล่อยไหล่ได้ตามสบาย การฝึกท่ายืนนี้ จะช่วยให้กล้ามเนื้อยืดออก  ลดอาหารปวดหลังได้  ทำให้ร่างกายอยู่ในท่าที่สง่างาม เพราะการยืนที่ดีและถูกต้องจะเป็นพื้นฐานขั้นต้นสำหรับท่าอื่น ๆ ทั้งการเดิน การนั่ง การนอนให้ถูกต้องสง่างาม

ถ้าคุณแม่ต้องยืนทำงานนาน ๆ ตลอดเวลา ทำให้ปวดเมื่อยเท้าบวม เป็นตะคริว และมีเส้นเลือดขอดที่น่องมาก ขอแนะนำให้คุณแม่ขยับตัวเปลี่ยนท่าเปลี่ยนทางบ่อย ๆ เช่น ก้าวขาไปข้างหน้าเล็กน้อยบ้าง  พักขาโดยถ่ายน้ำหนักไปบนขาใดขาหนึ่งสลับกันบ้าง  โยกตัวไปมา  ยกขาสลับกัน  ยืนบนส้นเท้า  หรือเขย่งเท้าบ้าง ทำบ่อย ๆ เลือดจะได้ไหลเวียนได้สะดวก กล้ามเนื้อที่ขาและน่องจะได้แข็งแรงขึ้น ช่วยลดอาการปวดหลัง ไม่เป็นตะคริว เส้นเลือดขอดก็น้องลงด้วย

การเดิน

ก่อนการเดินได้ถูกต้องคุณแม่ต้องเริ่มจากการยืนที่ถูกต้องมาก่อนแล้วเมื่อขณะเดินได้ยืนหน้าท้องขึ้น ทำไหล่ตรง เพื่อดึงกระดูกที่ไหล่และหน้าอกให้ขยายออกแล้วจึงเดิน คุณแม่ไม่ควรรีบเดินอย่างรวดเร็วเพราะจะเหนื่อยง่าย ควรค่อยๆ เดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบร้อนจะได้ไม่เหนื่อยและสบายตัว แต่ถ้าคุณแม่จะเดินขึ้นบันได ควรระวังให้มาก โดยต้องวางเท้าให้เต็มขั้นบันได ใช้กล้ามเนื้อขายกตัวในขณะที่ตัวตั้งตรง ไม่เอนตัวไปข้างหน้า และควรจับราวบันไดด้วย

การนั่ง

ท่านั่งที่ดี ควรนั่งให้หลังตรง ไหล่และสะโพกชิดพนักเก้าอี้ เก้าอี้ที่คุณแม่นั่งก็ควรมีขนาดพอดี ไม่สูงหรือเตี้ยจนเกินไป แขนวางไว้ที่ตักหรือวางที่แขน วางเท้าราบกับพื้นหรือวางบนที่พักเท้าวางขาตามสบาย ถ้ามีโอกาสก็ควรนั่งยกปลายเท้าให้สูงเท่าระดับลำตัวบ้าง เพื่อให้เลือดไหลกลับสู่หัวใจได้สะดวก จะช่วยลดอาการบวมตามเท้าในช่วงระยะใกล้คลอดได้ดี คุณแม่ไม่ควรนั่งท่าใดท่าหนึ่งนานๆ เช่น นั่งพับเพียบ หรือนั่งชันเข่าเพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เท้าเย็น และอาจเป็นตะคริวหรือเส้นเลือดขอดได้ง่าย

การนอน

ในระยะแรกของการตั้งครรภ์ ท่านอนหงายอาจเป็นท่าที่สบาย แต่ในระยะท้ายของการตั้งครรภ์ ไม่ควรนอนหงายนานๆ เพราะน้ำหนักของมดลูกจะไปกดลงบนเส้นเลือดใหญ่ในช่องท้อง ทำให้คุณแม่รู้สึกอึดอัดไม่สบาย อาจจะหน้ามืดหรือเป็นลมได้ ท่านอนที่สบายที่สุดสำหรับคุณแม่ส่วนใหญ่ได้แก่ ท่านอนตะแคง เพราะน้ำหนักท้องจะตกลงที่พื้นไม่กดเส้นเลือดใหญ่ในช่องท้อง ป้องกันเลือดคั่งและข้อต่อต่างๆ โก่งงอยิ่งถ้าใช้หมอนสอดใต้เข่าระหว่างขา และมีหมอนรอง หรือนอนตะแคงกอดหมอนข้าง คุณแม่จะยิ่งสบายและนอนได้นานขึ้น

รู้กันยังงี้แล้วก็นำไปปฏิบัติให้ถูกต้องด้วยนะคะ

กีฬาสำหรับ “คุณแม่”

เมษายน 10, 2008 at 8:51 am | In การออกกำลัง, ก่อนคลอด, ดูแลสุขภาพคุณแม่ | 1 Comment
Tags: , , , , , , , , ,

วันนี้หนิงขอแนะนำกีฬาสำหรับคุณแม่  เพื่อใช้ในการออกกำลังกายนะคะ  ลองเลือกดูนะคะว่าชอบแบบไหน

ว่ายน้ำ น้ำช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายและสบายตัวทำให้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายคุณแม่แข็งแรงขึ้นนับว่าเป็นกีฬาที่ปลอดภัยที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับคุณแม่

โยคะ การฝึกโยคะ จะช่วยให้คุณแม่สามารถควบคุมลมหายใจ กล้ามเนื้อผ่อนคลาย มีสติและสมาธิในระหว่างการคลอดด้วย

การเดินเล่น เดินเล่นเพียงวันละนิดหน่อยหรือวันละครึ่งกิโลเมตร จะไม่เหนื่อยมาก ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดี ระบบไหลเวียนโลหิตดี คุณแม่ควรสวมรองเท้าส้นเตี้ยในขณะเดินเล่น คุณแม่จะรู้สึกสบายและอันตรายก็น้อยลง

แอโรบิกในน้ำ เป็นการออกกำลังที่มีประสิทธิภาพต่อคุณแม่ตั้งครรภ์มาก ช่วยบริหารกล้ามเนื้อเกือบทุกส่วน ทำให้ผ่อนคลาย และเห็นผลอย่างทันใจ  และมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยได้เลยนะคะ  เพราะน้ำเป็นตัวช่วยพยุงร่างกายของคุณแม่อยู่แล้ว

“โยคะ”

เมษายน 10, 2008 at 8:41 am | In Ashtanga Yoga, Profile, การออกกำลัง, ก่อนคลอด, ดูแลสุขภาพคุณแม่, หลังคลอด | 3 Comments
Tags: , , , , , , , , , ,

ปัจจุบันนี้เราคงได้ยินการออกกำลังกายที่เรียกว่า “Yoga” การบ่อย ๆ นะคะ  เพราะเริ่มได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ หนิงเองก็เป็นคนนึงที่สนใจการออกกำลังกายแบบนี้มานานแล้วเหมือนกันคะ  จริง ๆ แล้วหนิงเองเป็นคนชอบออกกำลังกายมาก  แต่ไม่ค่อยได้ออกหรอกค่ะ (ตัวขี้เกียจมันเยอะ  สลัดเท่าไหร่ก็ไม่ยอมออกซักที)  แต่เป็นคนที่สามารถเล่นกีฬาได้หลายประเภทเหมือนเป็ดนะคะ  (ไม่ใช่เดินเหมือนเป็ดนะคะ  แต่หมายถึงการเล่นกีฬาได้หลายอย่างแต่เอาดีไม่ได้สักอย่างต่างหากคะ) :lol:

เมื่อหลายปีที่แล้วหนิงเคยไปเรียนโยคะกับอาจารย์จิราโยคะแต่เรียนไม่ทันจบค่ะอาจารย์ติดธุระเรื่องลูกก็เลยอดเรียนไป  จากนั้นเมื่อประมาณปี ‘46 หนิงได้ขึ้นไปเรียนโยคะกับอาจารย์สุนีย์โยคะที่กรุงเทพฯ เป็นคอร์สที่เรียนมาเพื่อเป็นครูสอน  แต่ก็อีกนั่นแหละค่ะ  เรียนไม่ทันจบเหมือนกัน  หลังจากนั้นเมื่อมีการอบรมโยคะที่ไหน  หนิงก็ไปอบรมกับเขาเรื่อย ๆ 

พร้อมกันนั่นเอง  หนิงก็เปิดคอร์สสอนให้กับเพื่อน ๆ ที่รู้จัก  โดยนำความรู้ที่เคยร่ำเรียนมามาใช้  ก็ได้นักเรียนมาหลายคนเหมือนกัน  แต่ก็เป็นคนใกล้ตัวซักส่วนใหญ่  เท่าที่สอนมาบางคนก็มีปัญหาเรื่องของหมอนรองกระดูกเคลื่อนซะ 2 คน  หลังจากเรียนไปก็อาการดีขึ้น  จากหนึ่งในสองที่หมอนัดผ่าตัดก็ไม่ต้องไปผ่า  ดีใจมากค่ะที่เราสอนไปแล้วได้ผลดี

จากนั้นไม่นาน  หนิงก็ทราบมาว่าทางบริษัทฯ กำลังจะเปิดคอร์สสอนโยคะที่เรียกว่า Ashtanga  Yoga  หนิงก็เลยเข้าเรียนโยคะด้วยเพราะเป็นคนที่ชอบเรียนอยู่แล้วเป็นทุนเดิม  เรียนจนผ่านอาจารย์ไป 3 ท่าน  รู้สึกได้ถึงความแตกต่างเลยค่ะว่าครูที่สอนมีความสำคัญกับการพัฒนาของเรามาก ๆ จริง ๆ ค่ะ  เพราะจากที่เราไปเรียนมาก่อนหน้านี้เราต้องช่วยตัวเองมาก ๆ ในการทำในแต่ละท่า  แต่รูปแบบของอาจารย์ที่สอนที่สุโข เป็นแบบที่อาจารย์มาช่วยเราค่อนข้างเยอะ  ทำให้แต่ละท่าที่เราทำจะต้องถูกต้อง  แต่ครูจะช่วยฝืนให้วันละนิด ๆ ทำให้เกิดการพัฒนาขึ้นมาก  อีกทั้งตังของ Ashtanga Yoga เอง  ค่อนข้างแตกต่างกับที่เคยเล่นมา  รู้สึกว่ามันท้าทายม๊าก ๆ น่าเสียดายที่ยังมีเพื่อนร่วมเรียนไม่กี่คน  เพราะคิดว่าหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า สุโข สปา มีการสอนโยคะ  หรืออาจจะทราบแต่ไม่ทราบถึงความแตกต่างกับที่เรียนที่อื่นยังไง  สำหรับหนิงขอแนะนำเลยค่ะว่าดีจริง ๆ เพราะแม้ขณะที่หนิงเคยเป็นครูสอนมาแล้ว  ยังรู้สึกเลยว่าที่เราสอนไปมันพื้นฐานมากๆๆๆๆๆ 

ขอฝากบอกเพื่อน ๆ ไว้ว่า  มีครูดี ๆ มาถึงถิ่นแล้ว  อยากให้มาสัมผัสกันดู  แล้วจะรู้ว่าความแตกต่างเป็นยังไง  และการเล่น Yoga จริง ๆ เป็นยังไงค่ะ

การออกกำลังกายขณะตั้งครรภ์

เมษายน 10, 2008 at 8:21 am | In การออกกำลัง, ก่อนคลอด | Leave a Comment
Tags: , ,
มีคุณแม่หลายคนเข้าใจผิด  คิดว่าการออกกำลังกายขณะตั้งครรภ์เป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์  คุณแม่ควรอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องทำงานบ้าน  กินให้เยอะๆ ก็เพียงพอแล้ว  :)
แต่ในความเป็นจริง  การออกกำลังกายการบริหารร่างกายเป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นประโยชน์ทั้งต่อคุณแม่ตั้งครรภ์เอง  และลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์ด้วยอย่างมาก  จึงอยากจะขอให้เข้าใจตรงกันว่าคุณแม่ที่สุขภาพร่างกายไม่สมบูรณ์แข็งแรงเท่านั้นที่ไม่สามารถออกกำลังกายได้  เพราะอาจเป็นอันตรายกับลูกน้อย  แต่ถ้าคุณแม่ร่างกายปกติสมบูรณ์แข็งแรงดี  ก็อย่ากลัวไปเลยค่ะว่าจะเป็นอันตรายกับลูกน้อย  ตรงกันข้ามการออกกำลังกายขณะตั้งครรภ์กลับมีคุณค่ามหาศาลทั้งต่อคุณแม่และคุณลูกมากมายทีเดียว  เพราะการออกกำลังกายขณะตั้งครรภ์จะทำให้คุณแม่แข็งแรง  มีความยืดหยุ่นและความอดทนของร่างกายดีขึ้น ลดอาการปวดเมื่อยหรืออ่อนล้า  มีการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้ดี  ที่สำคัญช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อยมีความสุขอีกด้วย  แต่ก็ควรเลือกการออกกำลังกายที่เหมาะสมนะคะ  เช่น  การทำโยคะ การเต้นแอโรบิคน้ำ เป็นต้น  คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายชนิดที่ต้องกระโดด เช่น เล่นเทนนิส ปิงปอง บาสเกตบอล แบดมินตัน ขี่ม้า กระโดดเชือด วิ่งจ๊อกกิ่ง หรือออกกำลังกายอย่างหักโหมมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่าย  รวมทั้งหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง เช่น ท่าซิตอัพ (sit up) เป็นต้น  แต่ทั้งนี้ก็ควรจะปรึกษาคุณหมดที่ฝากครรภ์ด้วยนะคะ
 
 
 
 

 

บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
Entries and comments feeds.