“สมุนไพร” กับ “การอยู่ไฟ”
มิถุนายน 12, 2008 at 6:34 am | In หลังคลอด, แพทย์แผนไทย | 4 CommentsTags: ประคบ, สมุนไพร, สมุนไพรสด, สมุนไพรออแกนิค, สมุนไพรแห้ง, หลังคลอด, หลังคลอดภูเก็ต, อยู่ไฟ, อยู่ไฟภูเก็ต
หนิงเข้ามาเขียนหัวข้อนี้หลายครั้งแล้ว แต่เขียนได้เฉพาะหัวข้อจริง ๆ วันนี้หวังว่าคงจะได้ฤกษ์งามยามดีแล้วจริง ๆ นะคะ
สำหรับเรื่องของการอยู่ไฟ คงจะปฏิเสธกันไม่ได้หรอกนะคะว่า “สมุนไพร” เป็นส่วนประกอบหลักอีกหนึ่งอย่างนอกจากการบริการของพนักงาน ดังนั้น เราต้องเข้าใจเกี่ยวกับสมุนไพรให้ถูกต้องด้วยนะคะ เพราะหลาย ๆ คนเคยมาสอบถามกับหนิงเหมือนกันค่ะในเรื่องนี้
เริ่มเข้าเรื่องเลยนะคะ ด้วยคำถามแรกก่อน
“สมุนไพรสด ดีกว่าสมุนไพรแห้ง จริงหรือเปล่าค่ะ”
สำหรับคำถามนี้ หนิงตอบได้เลยค่ะว่าจริง แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีคำถามต่ออีกนะคะว่า ถ้าเป็นสมุนไพรสด คุณสามารถเสาะหาสมุนไพรที่จะต้องใช้ได้ครบถ้วนทุกครั้งหรือเปล่า หากไม่สามารถหาได้ครบ หนิงก็ต้องขอเปลี่ยนคำตอบเป็นไม่จริงแล้วล่ะ เพราะความครบถ้วนของสมุนไพรต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก เนื่องจากตัวยาต่าง ๆ มีความสำคัญในการทำ “อยู่ไฟ” เพราะผลสูงสุดในการให้บริการก็คือการได้รับตัวยาครบถ้วนตามสูตรที่ควรจะเป็น แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นสมุนไพรแห้งที่ใช้ก็ควรอยู่ในสภาพที่ดี หมายถึงมีการคัดเลือก และทำความสะอาดตามขั้นตอนที่ควรจะเป็นด้วยนะคะ
คำถามอีกหนึ่งคำถามที่มักจะถามกันบ่อย ๆ ก็คือ
“สมุนไพรแห้งไม่ดี เพราะมีปัญหาเรื่องการขึ้นรานะ”
สำหรับคำถามนี้หนิงมองว่า ถ้าผู้ที่ใช้สมุนไพรมีจรรยาบรรณเพียงพอ และเป็นผู้รู้ โดยปกติแล้วจะมีกฎเกณฑ์ในการคัดเลือกตัวยาอยู่แล้วว่าถ้าต้องการเก็บตัวยา จะต้องเก็บในช่วงไหน ไม่ว่าทั้งสดหรือแห้งก็ต้องปฏิบัติเหมือนกัน ส่วนเรื่องการทำความสะอาดก็เช่นกันก็มีหลักในการปฏิบัติที่ถูกต้องอยู่ ดังนั้นในเรื่องของการนำสมุนไพรมาใช้ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรสดหรือแห้งก็ตาม ก็อาจจะมีผลเสียได้ทั้งสองอย่าง หากผู้ที่ใช้ไม่มีความรู้, ไม่มีจรรยาบรรณ และไม่ซื่อสัตย์กับผู้บริโภคค่ะ
หนิงขอยกตัวอย่างนะคะ มีเพื่อนอยู่คนนึงไปใช้บริการที่สถานที่ให้บริการแห่งหนึ่งโดยไปใช้บริการนวดประคบ ปรากฎว่าหลังทำประคบเสร็จมีผื่นขึ้น ก็เลยโทรมาถามหนิง หนิงก็ตอบกลับไปว่า สาเหตุของการเกิดผื่นขึ้นนั้นน่าจะเกิดจาก 2-3 สาเหตุ คือ
- สาเหตุแรกอาจจะเกิดจากการใช้ลูกประคบกับลูกค้าหลายคน (ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ควรทำนะคะ เพราะว่าการใช้ลูกประคบถือเป็นของใช้ส่วนตัว เพราะมีการสัมผัสผิวโดยตรง หากจำเป็นต้องใช้กับหลายคนจริงก็ควรจะต้องมีการเปลี่ยนผ้าที่นำมาหุ้มต่อคนด้วยนะคะ)
- ส่วนสาเหตุที่สองที่หนิงคิดออกก็น่าจะเกิดจากการเก็บสมุนไพรไม่ดีทำให้ขึ้นรา เพราะไม่ใช่ว่าสมุนไพรแห้งเท่านั้นนะคะที่จะขึ้นราได้ แต่สมุนไพรสดโดยเฉพาะสมุนไพรที่จะต้องมีการเก็บไว้ใช้ต่อเช่นลูกประคบก็ต้องมีการเก็บที่ดีเพียงพอนะคะ ไม่งั้นก็ขึ้นราได้เช่นกัน โดยทั่วไปแล้วเราจะเก็บลูกประคบไว้ในถุงพลาสติกแล้วจึงนำไปแช่ในตู้เย็น (แต่ก็ต้องระวังอยู่ดีค่ะ เพราะขอบอกว่ากลิ่นแรงมาก ทางที่ดีควรเก็บในกล่องพลาสติกอีกชั้นจะดีกว่า ไม่งั้นก็ควรที่จะผูกให้แน่นหนาจริง ๆ เพราะว่ากลิ่นแรงชนิดที่เราดื่มน้ำในขวดที่แช่ไว้ในตู้เย็นตู้เดียวกันยังได้กลิ่นเลยล่ะ
มาถึงตอนนี้ ทุกท่านคงจะเริ่มเกิดอาการสงสัยแล้วใช่ไห๊มค่ะว่า
“งั้นจะดูสมุนไพรยังไงล่ะ ยากจัง แล้วมีที่ไหนแนะนำบ้างค่ะ หรือมีที่ไหนที่ไม่แนะนำบ้างล่ะ”
ขอบอกว่าจริง ๆ ก็ไม่ยากอย่างที่คิดหรอกนะคะ เพียงแค่เราต้องรักษาสิทธิ์ความเป็นผู้บริโภคของเราให้มากที่สุดเท่านั้นเองค่ะ เพราะเราจ่ายเงินไปแล้วนี่ค่ะ (จริงไห๊ม) ดังนั้นการที่เราจะให้บริการที่ไหนก็ตามเราสามารถสอบถามเรื่องของสมุนไพร และขอดูสมุนไพรที่เขาใช้ก่อนยังได้เลยนะคะ ส่วนเรื่องที่ไหนเป็นยังไงหนิงคงให้คำตอบลำบาก เพราะที่หนิงรู้ดีที่สุดก็คือที่ สุโข สปา อคาเดมี่ เท่านั้น เพราะทำงานอยู่ที่นั่นนี่ค่ะ เพราะเท่าที่ทราบมาทางบริษัทฯ จะเลือกใช้สมุนไพรที่เป็นออแกนิคด้วย (สมุนไพรออแกนิคก็คือ สมุนไพรที่ไม่ใช้สารเคมีในการเพาะปลูกเลย จริง ๆ แล้วแม้กระทั่งดินที่ก่อนจะปลูกก็จะต้องมีการเว้นระยะจากการใช้สารเคมีมาอย่างน้อย 3 หรือ 5 ปีนี่แหละค่ะ หนิงจำไม่ค่อยได้) แถมวิธีการอบเพื่อให้ได้สมุนไพรแห้งก็พิเศษพิสดารอีก เพราะที่บริษัทฯ เขาเลือกใช้สมุนไพรที่ผ่านการอบแบบที่แห้งเฉพาะภายนอก แต่ถ้าทำการฉีกออก ภายในยังสดอยู่หรือไม่งั้นก็เอาไปพรมน้ำความสดของสมุนไพรก็จะเพิ่มขึ้นมาให้เห็นเลย ไม่ได้เอามาตากแห้งเหมือนสมัยก่อน ซึ่งวิธีอบแห้งแบบนี้จะทำให้คุณสมภาพของสมุนไพรยังอยู่ครบถ้วนใกล้เคียงกับของสดเลยล่ะ นอกจากนั้นวิธีการจัดเก็บก็พิถีพิถันเพราะเขาจะบรรจุอยู่ในถุงสูญญากาศหมด ไม่ว่าจะเป็นลูกประคบ สมุนไพรสำหรับอบ สมุนไพรสำหรับแช่ เห็นไห๊มค่ะความแตกต่าง จริง ๆ มีรายละเอียดเยอะมาก อ้อ! ยังมีอีกนะคะ เพราะว่าสูตรในแต่ละตำรับที่ใช้ เขาใส่ตัวยามากกว่าที่แจ้งไว้อีกค่ะ (เอ! ไม่รู้ว่าเอาความลับของบริษัทฯ มาเปิดเผยมากไปป่าวเนี๊ย)
ก็เท่าที่สาธยายมาทั้งหมดเนี๊ย เพียงแค่อยากจะบอกว่าบ้างครั้งเราไม่สามารถที่จะสอบถามเพียงแค่ราคา หรือว่าจากคำพูดของผู้ขายได้ทั้งหมด เพราะรายละเอียดที่เราต้องพิจารณามันมีมากกว่าสิ่งที่เรารู้ขึ้นพื้นฐานเยอะมาก ดังนั้นหนิงคิดว่าการที่บางครั้งเรายอมจ่ายแพงกว่า แต่มันมีความคุ้มค่า มันน่าจะดีกว่าที่เราใช้บริการกับที่ราคาถูกแต่เราได้รับของแถมที่ไม่ต้องการนะคะ เพราะเรื่องความสะอาดในการบริการก็เป็นเรื่องใหญ่สำหรับการ “อยู่ไฟ” เหมือนกันนะจ๊ะ
ท้ายนี้ขอบอกว่า สิ่งที่หนิงนำมาเผยแพร่นั้น หนิงไม่ได้ต้องการโจมตีใครหรือต้องการขายให้กับทาง สุโข สปา อคาเดมี่ แต่สิ่งที่แจงมาทั้งหมดก็เพื่อให้เหล่าผู้บริโภคทั้งหลาย ได้รับรู้ถึงรายละเอียดในการเลือกให้มากขึ้นเท่านั้น เพราะบางครั้งสิ่งที่บอกมาเหล่านี้แม้แต่ผู้ให้บริการบางท่านก็ยังไม่ทราบข้อมูลเลย เพราะคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ดีอยู่แล้วจึงไม่ได้ระมัดระวังให้เพียงพอ เขาไม่ได้ทำผิดนะคะเพียงแต่ยังรู้ไม่หมดเท่านั้นเองค่ะ
“เพี้ยง! ขอให้หุ่นเหมือนก่อนคลอดด้วยเทอญ สาธุ”
มิถุนายน 6, 2008 at 3:52 pm | In การออกกำลัง, หลังคลอด | 2 CommentsTags: ลดความอ้วน, ลดหน้าท้อง, ลดหุ่นหลังคลอด, หลังคลอด, ออกกำลังกาย, ออกกำลังกายหลังคลอ
“เพี้ยง! ขอให้หุ่นเหมือนก่อนคลอดด้วยเทอญ สาธุ” ภาวนาไปเถอะค่ะ ท่องไปเถอะนะคะ มันอาจจะเป็นมนต์วิเศษให้คุณหุ่นดีขึ้น กลับมารูปร่างเหมือนเดิมเข้าซ๊ากวัน
หากจะคิดฝันเพียงลม ๆ แล้ง ๆ ก็ฝันไปเถอะข้า แต่หากจะทำฝันให้เป็นจริงก็ต้องติดตามต่อนะคะว่าเป็นยังไง อิอิ
มันคงจะเป็นความจริงใช่ไห๊มค่ะ ที่คุณแม่เกือบทุกท่านจะต้องกังวลกับรูปร่างที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นเอวที่หนาขึ้น หน้าท้องที่ยื่นออกมามากกว่าปกติ หน้าท้องยับ สาระพัดสาระเพ ที่ทำให้คุณแม่ดูไม่ดี แต่ไม่เป็นไรนะคะ เพียงแค่ตั้งใจที่จะเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อเรียกหุ่น “เก่า” กลับคืนมา ว่าแล้วเราก็เริ่มต้นกันเลยนะคะ
สิ่งแรกที่จะต้องทำก็คือ การควบคุมอาหารนั่นเองค่ะ
โดยส่วนใหญ่น้ำหนักและรูปร่างของคุณแม่จะคืนสภาพเดิมได้ภายใน 1- 2 เดือนหลังคลอด (เอ! แล้วตอนนี้เราเป็นแบบนั้นอ่ะป่าวน้า) ยกเว้นกรณีที่ในระหว่างตั้งท้องมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมากก็คงจะต้องใช้เวลานานกว่านั้น แต่ก็ควรระมัดระวังในเรื่องของการกินให้มากขึ้นนะคะ และในกรณีให้นมลูกก็ไม่ควรอดอาหาร แต่ควรกินอาหารที่มีประโยชน์และสารอาหารครบถ้วน ดังนี้นะคะ
- กินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่
- หลีกเลี่ยง อาหารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ อาหารมัน ๆ อาหารทอด มีกะทิ หรือเนื้อสัตว์ติดมัน เนย อาหารประเภทแป้งกินให้น้อยลง หลีกเลี่ยงอาหารหวานและน้ำอัดลมทุกชนิด
- กินอาหารที่มีกากใยสูง ประเภทผัก ผลไม้ เพราะนอกจากจะไม่ทำให้อ้วนแล้ว ยังดีต่อระบบขับถ่ายอีกด้วย
- หลีกเลี่ยงการกินจุบจิบระหว่างมื้ออาหาร
- สร้างนิสัยในการกินที่ดี คือกินแต่พออิ่มไม่ตามใจปาก
- ไม่ทานอาหารที่มีสารเจือปน เช่น สารกันบูด สารแต่งสี สารแต่งกลิ่น รวมไปถึงผงชูรสด้วยนะคะ
- ดื่มน้ำให้มาก ๆ แต่ไม่ควรดื่มครั้งเดียวเยอะ ๆ นะคะ ควรดื่มบ่อย ๆ จะดีกว่าค่ะ
- ไม่ดื่มน้ำอัดลม รวมไปถึงพวกชา กาแฟ ด้วยนะคะ
ถัดมา ก็คือ การบริหารร่างกายหลังคลอดค่ะ
คุณแม่ที่เพิ่งคลอด ควรปล่อยให้ร่างกายได้พักผ่อนสักระยะหนึ่งก่อนนะคะ จะต้องหลีกเลี่ยงการทำงานหนัก การยกของหนัก หรือทำงานบ้านหนัก ๆ ก่อนประมาณสัก 2 สัปดาห์ เพราะการตั้งครรภ์และการคลอดที่เพิ่งจะผ่านไปทำให้คุณแม่เสียพลังงานไปมาก จึงต้องพักผ่อนให้เพียงพอก่อน สำหรับการบริหารร่างกายนั้นไม่ใช่การทำงานหนัก คุณแม่ที่คลอดแบบธรรมชาติ พักผ่อนเพียง 2-3 วันก็พอ แต่สำหรับคุณแม่ที่คลอดโดยการผ่าตัดคลอด อาจจะยังเจ็บแผลและยังไม่แข็งแรงก็รอประมาณ 1 เดือน แล้วจึงเริ่มทำการบริหารร่างกาย ถ้าได้บริหารร่างกายเป็นประจำสม่ำเสมอแล้ว คุณแม่ก็จะมีรูปร่างที่เข้าสู่สภาพปกติ เหมือนก่อนตั้งครรภ์ เพื่อสุขภาพและรูปร่างที่ดีเหมือนก่อนตั้งครรภ์ คุณแม่ควรบริหารร่างกายต่อไปอย่างน้อย 3 เดือนหลังคลอด จะเป็นการรักษาทรวดทรงได้อย่างดีมาก ยิ่งถ้าคุณแม่ทำอย่างเต็มที่แล้วละก็ ชุดสวยที่เคยใส่เมื่อก่อนตั้งครรภ์ของคุณแม่ ก็สามารถนำกลับมาใส่ใหม่ได้ แถมเมื่อกลับไปทำงานอาจจะมีคนทักว่า คุณแม่ยังสาว เพราะถ้าคุณแม่ปล่อยตัวไม่บริหารร่างกายหลังคลอดแล้ว หน้าท้องอาจยังยื่นอยู่ไม่น่าดูเลยนะจะบอกให้
การบริหารร่างกายหลังคลอด เป็นสิ่งจำเป็นและมีประโยชน์มาก ขอให้คุณแม่ทุกท่านหาเวลามาบริหารร่างกาย แค่อย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง อาจจะแบ่งเป็นช่วงเช้า 15 นาที ช่วงเย็น 15 นาทีก็เพียงพอแล้ว เพราะการบริหารร่างกายนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าท้องที่ยืดออกมาในขณะตั้งครรภ์และกล้ามเนื้อรอบ ๆ ผนังช่องคลอดที่ยืดออกมาระหว่างการคลอด หดตัวกลับเข้าสู่สภาพปกติมากที่สุด ป้องกันช่องคลอดหย่อน กะบังลมเคลื่อนและยังช่วยลดไขมันที่สะสมบริเวณรอบ ๆ โคนขา สะโพกและหน้าท้องได้อย่างดี ทีนี้คุณแม่ก็จะมีรูปร่างสวยดังเดิมสมใจแล้วล่ะค่ะ
หากขณะออกกำลังกายมีน้ำคาวปลาสีแดงเข้มไหลออก ควรหยุดทันทีนะคะ และหากมีจำนวนมากก็ควรจะไปปรึกษาแพทย์ดีกว่า เพราะคุณแม่อาจหักโหมจนเกินไป
ฝึกขมิบ การฝึกขมิบจะช่วยกระชับกล้ามเนื้อรอบ ๆ ปากช่องคลอด ช่องทางเดินปัสสาวะ และทวารหนัก การฝึกครั้งแรกให้ทำเหมือนกับกลั้นปัสสาวะไว้นับ 1-2-3-4-5 แล้วค่อยๆ คลายกล้ามเนื้อออกช้าๆ แล้วเริ่มกลั้นใหม่ สามารถทำได้มากเท่าที่ต้องการ
กระชับหน้าอก เพื่อกระชับกล้ามเนื้อหน้าอกป้องกันการหย่อนยานของเต้านม เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ช่วยพยุงเต้านมให้ได้รูปทรง
ท่าที่ 1
- เริ่มด้วยการพนมมือวางไว้กลางหน้าอก
- จากนั้นผลักมือทั้งสองข้างเข้าหากันให้สุดแรงแล้วนับ 1-10 แล้วจึงค่อยคลายออก (ทำซ้ำอีก 5-10 ครั้ง หรือมากกว่านี้ก็ได้)
ท่าที่ 2
- วางมือสองข้างทับกันให้กระชับ โดยคว่ำฝ่ามือซ้ายจับแขนตรงเหนือข้อมือข้างขวา หงายฝ่ามือขวาจับแขนเหนือข้อมือด้านซ้าย
- ออกแรงดึงแขนทั้งสองแล้วนับ 1-10 ครบแล้วจึงคลายออก (ทำซ้ำอีก 5-10 ครั้งหรือเท่าที่ต้องการ)
ควรทำอย่างสม่ำเสมอทุกวันอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที หรือถ้าไม่มีเวลา จะทำสัปดาห์ละ 3-4 วันก็ได้ค่ะ
บริหารอุ้งเชิงกราน นอนราบกับพื้น หายใจเข้าพร้อมเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง หายใจออกให้คลายกล้ามเนื้อ ทำซ้ำ 3-4 ครั้งต่อวัน โดยเพิ่มจำนวนครั้งไปเรื่อย ๆ นะคะ
กระชับกล้ามเนื้อหน้าท้อง คุณแม่นอนราบ แขนเหยียดตรง ชันเข่า ยกตัวสูงขึ้นประมาณ 20-30 องศา (อาจใช้มือเหยียดไปแตะเข่าร่วมด้วย) ทำครั้งละ 10 นาที วันละ 1-2 ครั้ง เริ่มทำวันที่ 7 หลังคลอด อาจเริ่มจากยกตัวเน้อย ๆ ก่อน (คุณแม่ที่รับการผ่าตัดคลอด ห้ามทำจนกว่าจะพ้น 6 อาทิตย์ขึ้นไปค่ะ)
กีฬาที่ปลอดภัยหลังคลอด หลังคลอด 6 สัปดาห์ มดลูกของคุณแม่ก็จะเริ่มเล็กลงแล้ว คุณแม่ก็สามารถเล่นกีฬาได้ตามปกติ แต่ขอแนะนำไม่ให้คุณแม่เล่นกีฬาที่ต้องไม่กระโดดมาก ขอให้มั่นใจว่าแข็งแรงดีแล้วจริง ๆ ก่อนจึงค่อยเล่นกีฬาที่เหมาะสม เช่น โยคะ เต้นรำ ลีลาศ ว่ายน้ำ แอโรบิกแดนซ์ เป็นต้น กีฬาที่ไม่หนักมากจะทำให้คุณแม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่าได้เป็นอย่างดีทีเดียว
จะเห็นว่าไม่ว่าจะก่อนคลอด ขณะตั้งครรภ์ หรือหลังคลอด การออกกำลังกาย การเล่นกีฬา เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง เพราะปัจจุบันนี้เศรษฐกิจ การงาน สังคม ทำให้คนเราทั่ว ๆ ไป มองข้ามการรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ด้วยเพราะไม่มีเวลา ไม่เห็นประโยชน์ทำให้มาตรฐานสุขภาพของพลเมืองเราอยู่ในเกณฑ์ต่ำ เจ็บไข้ได้ป่วยกันอยู่บ่อย ๆ ดังนั้นการเริ่มออกกำลังกายพื่อสุขภาพร่างกายที่ดีแก่ตนเอง แก่ลูกในครรภ์ เพื่อให้เขาออกมาลืมตาดูโลกเป็นเด็กที่แข็งแรงมีคุณภาพในภายหน้า ส่วนตัวคุณแม่เองก็จะเป็น “แม่” ที่สามารถสร้างคุณภาพให้กับตัวเอง ครอบครัวและสังคมได้อย่างดีที่สุด
ปล. อย่าลืมทำ “อยู่ไฟ หลังคลอด” ด้วยนะคะ เพราะนอกจากจะช่วยโดยทางอ้อมเกี่ยวกับหน้าท้องแล้ว ยังช่วยอีกหลาย ๆ ด้านเลยนะคะ
การ “อยู่ไฟ” มีข้อควรระวังเหมือนกันนะคะ
พฤษภาคม 5, 2008 at 1:50 am | In ดูแลสุขภาพคุณแม่, หลังคลอด, แพทย์แผนไทย | Leave a CommentTags: ข้อควรระวังในการอย, อยู่ไฟ ภูเก็ต, แพทย์แผนไทย
การที่คนเราทำอะไรก็แล้วแต่ ส่วนใหญ่จะมี 2 ด้านเสมอ ก็เหมือนกันการแพทย์แผนไทยเหมือนกัน เวลาที่จะใช้ยาหรือสมุนไพรอะไรมักจะมองกันแต่สรรพคุณของตัวยานั้น ๆ แต่หาได้มองถึงการแสลงของตัวยาไม่ ดังนั้นเวลาใช้จึงทำให้เกิดโรคได้เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์นั่นเองค่ะ “การอยู่ไฟ” การเช่นเดียวกันนะคะ มีข้อควรระวังที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษดังนี้
- ถ้ามีไข้ ไม่สบาย หรืออ่อนเพลียมากเกินไป ไม่ควรอยู่ไฟ เพราะจะยิ่งทำให้ร่างกายเพลียมากขึ้น และอาจจะมีปัญหาในการเข้าอบกระโจม เพราะขบวนการอยู่ไฟต้องมีการอบความร้อนเข้ากระโจม ทำให้ความดันสูงขึ้น และทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ดังนั้นต้องรีบแจ้งกับผู้มาให้บริการก่อน
- ถ้ายังมีอาการบวมตามตัวอยู่ กดผิวแล้วบุ๋มนาน เพราะโลหิตไหลเวียนไม่ดี ก็ยังอบตัวไม่ได้ ควรให้หายเป็นปกติก่อน
- ควรให้ข้อมูลส่วนตัวในเรื่องสุขภาพและข้อมูลการคลอด เพื่อผู้ดูแลเรื่องการอยู่ไฟ จะเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย
- ถ้าอยู่ไฟด้วยการเข้ากระโจมอบ หรือตู้อบสมุนไพร เมื่อครบกำหนดเวลา ควรนั่งพัก ให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงจนปกติแล้วจึงอาบน้ำ
- ควรสังเกตดูอาการตัวเองด้วยว่า รู้สึกมึนศีรษะ หายใจสะดวกหรือไม่ ถ้าเริ่มมีอาการควรพักก่อน
- ถ้าซื้ออุปกรณ์มาอยู่ไฟเองที่บ้าน ควรศึกษาอย่างละเอียด ต้องได้รับคำแนะนำวิธีการทำอย่างละเอียดจากผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ รวมทั้งข้อห้ามและข้อระวังต่างๆ
- การอยู่ไฟ หากต้องการใช้บริการ ควรเลือกผู้ที่ประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ และต้องเลือกที่มีใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข หรือมีแพทย์ ผดุงครรภ์ แผนโบราณ เป็นผู้ดูแล
เป็นยังไงบ้างค่ะ ทุกอย่างเราต้องศึกษาให้ถูกต้องก่อนที่จะทำเพราะบางเรื่องเมื่อผลมันเกิดขึ้นแล้วจะแก้ไขยากนะคะ
ขอให้คุณแม่ทุกท่านมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงค่ะ
ดูแลผิวทารก
พฤษภาคม 1, 2008 at 12:58 am | In ดูแลสุขภาพคุณแม่, หลังคลอด, แพทย์แผนไทย | Leave a CommentTags: ขมิ้น, คุณแม่มือใหม่, ดินสอพอง, ลูกเป็นผื่นแดง, วิธีรักษาผื่นแดง, สมุนไพร, หน้าเป็นผื่นแดง, เด็กขึ้นผื่น, แพทย์แผนไทย
วันก่อนเพื่อนที่ทำงานมาถามหนิงเกี่ยวกับการดูแลลูกน้อยที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน มีอาการผื่นแดงขึ้นจะทำไงดี เพราะลูกมีอาการคันด้วย หนิงขอแนะนำ 2 สูตรนะคะ ซึ่งเป็นสูตรที่เหมาะสำหรับทารกน้อยอายุ 1-5 เดือน ที่เกิดผื่นแดงขึ้นบริเวณใบหน้าหรือตามต้วก็ได้ค่ะ
สูตรแรก
ใช้ใบมะละลาหรือใบมะลิซ้อน ขยี้ผสมดินสอพอง ทาวันละ 3-4 ครั้ง
สูตรสอง
ใช้ขมิ้นผงกับดินสอพอง ผสมน้ำ ทาวันละ 3-4 ครั้งเช่นกัน สูตรนี้สามารถนำไปใช้กับเด็กเล็กช่วงอายุ 1-2 ขวบ ตอนหน้าหนาวผิวหน้าจะแดงกล่ำ ถูกน้ำก็จะเจ็บมาก เราสามารถนำขมิ้นผงกับดินสอพองผสมน้ำทาได้เลย หรืออาจจะใช้ขมิ้นผงผสมกับน้ำมันมะกอกทาก็ได้ค่ะ
เห็นไห๊มค่ะ ง่าย ๆ แค่นี้เอง ลองทำดูนะคะ รับประกันไม่มีสารเคมีให้ลูกน้อยแน่นอนค่ะ แต่ต้องทำตามสูตรที่บอกนะคะ
คลอดลูกนานแล้ว ไม่ได้ “อยู่ไฟ” ทำไงดี
พฤษภาคม 1, 2008 at 12:32 am | In ดูแลสุขภาพคุณแม่, หลังคลอด, แพทย์แผนไทย | 1 CommentTags: ตั้งครรภ์, สมุนไพร, หลังคลอด, หลังคลอด ภูเก็ต, อยู่ไฟ, อยู่ไฟ ภูเก็ต, แพทย์แผนไทย
ช่วงหลังมาหนิงมักจะเจอคำถามบ่อย ๆ ว่า
“เอ จะทำไงดีล่ะ คลอดลูกมาตั้งนานแล้ว ยังไม่ได้อยู่ไฟเลย”
ไม่ต้องเป็นกังวลนะคะ
ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ให้บริการ “อยู่ไฟหลังคลอด” จะแจ้งไว้ว่าการทำ “อยู่ไฟ” นั้น จะต้องทำในช่วงหลังคลอดไม่เกิน 4 เดือน นั่นเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการทำเพราะคนหลังคลอดมดอยู่ยังไม่เข้าอู่ การทำ “อยู่ไฟ” จะช่วยเรื่องนั้นด้วย แต่สำหรับคนที่คลอดมานานแล้วมดลูกก็คงจะเข้าอู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นถ้าถามว่ายัง “อยู่ไฟ” ได้อีกหรือเปล่า
ขอตอบว่า
“ผู้ที่คลอดลูกมานานแล้วยังสามารถทำอยู่ไฟได้นะคะ เพียงแต่อาจจะไม่ต้องทำครบทุกขั้นตอน เพราะบางขั้นตอนเป็นขั้นตอนของการกระชับมดลูกให้เข้าอู่ และขับน้ำคาวปลา แต่เรายังสามารถทำขั้นตอนอื่น ๆ ได้ แต่ระยะเวลาอาจจะต้องใช้มากกว่าผู้ที่ทำการ “อยู่ไฟ” มาตั้งแต่แรก ๆ ค่ะ”
ดังนั้น ไม่ต้องกังวลแล้วนะคะ สำหรับคุณแม่ทั้งหลายที่ยังรักตัวเอง และเกรงว่าปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับคนที่ไม่ได้ “อยู่ไฟ” เราสามารถป้องกันได้นะคะ
ประสบการณ์ทำ “อยู่ไฟ”
เมษายน 26, 2008 at 10:17 am | In หลังคลอด, แพทย์แผนไทย | 1 CommentTags: ขับน้ำคาวปลา, ตั้งครรภ์, ภูเก็ต, สุโข สปา, หลังคลอด, หลังคลอด ภูเก็ต, อยู่ไฟ, อยู่ไฟ ภูเก็ต, delivery
หลายคนคงคิดว่าหนิงจะมาเล่าว่าหลังจากที่หนิงไป “อยู่ไฟ” มาเป็นยังไงบ้าง ขอบอกว่า “เดาผิดค่ะ” เพราะหนิงจะมาเล่าในอีกด้านนึง คือ ด้านของผู้ให้บริการ “อยู่ไฟ” ต่างหาก
จากประสบการณ์เก่า ๆ ที่เคยได้พบปะ, พูดคุยกับหลาย ๆ คนที่หนิงเคยแนะนำให้ไป “อยู่ไฟ หลังคลอด” ทั้งที่ไปทำที่อื่น และที่มาใช้บริการกับหนิง (หนิงดูแลเรื่องการ “อยู่ไฟ” ให้ที่ โรงเรียน สุโข สปา อคาเดมี่ ที่จังหวัดภูเก็ตค่ะ) ได้ประมวลผลออกมาดังนี้ค่ะ
- อาการปวดเมื่อยที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้หายไป (อันนี้เป็นเพราะในขั้นตอนการอยู่ไฟมีทั้งการนวด การใช้สมุนไพรประคบ การนามหม้อเกลือ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คลายอาการปวดเมื่อยได้)
- รู้สึกเบาตัวขึ้นหลังจากทำเสร็จ (ความร้อนที่เกิดจากขั้นตอนต่าง ๆ จะทำให้เกิดการขับเหงื่อ ซึ่งการขับเหงื่อก็จะเป็นการขับของเสียออกจากร่างกายด้วย จึงทำให้รู้สึกเบาตัวขึ้น รวมไปถึงการได้พักผ่อนในช่วงที่อยู่ไฟด้วยค่ะ)
- ผิวพรรณผ่องใส ดูมีน้ำมีนวลขึ้น (ช่วงนี้เกิดจากในขั้นตอนมีการขัดตัวได้สมุนไพรไทย ซึ่งมีส่วนผสมของสมุนไพรหลากหลายชนิด ทั้งชนิดที่ช่วงลดการอักเสบ ชนิดที่มี AHA และตัวบำรุงอื่น ๆ อีก จะไม่ทำให้ดูมีน้ำมีนวลได้ยังไงล่ะค่ะ)
- สำหรับบางคนที่ไม่ค่อยมีน้ำนมให้ลูก หลังจากที่ทำก็จะมีมากขึ้น (ส่วนนี้ก็เกิดจากการที่มีการประคบ และนามหม้อเกลือที่บริเวณเต้านม เพื่อให้ความร้อนไปช่วยกระตุ้นให้การไหลเวียนดีขึ้น น้ำนมจึงเพิ่มปริมาณขึ้นนั่นเอง)
- ได้พักผ่อน (เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่คุณแม่ได้ห่างจากลูกบ้าง เพราะโดยปกติแล้วคุณแม่โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ค่อนข้างเป็นห่วงลูกจะติดลูกมากจนไปอยากออกห่างจากลูกทำให้ไม่ค่อยได้พักผ่อน ดังนั้นช่วงของการ “อยู่ไฟ” จึงทำให้คุณแม่ได้รับการพักผ่อนเพิ่มขึ้น)
- น้ำคาวปลา จากที่คิดว่าหมดไปแล้ว ก็ยังคงมีอีก เพราะเท่าที่เคยเจอมาบางคนบอกว่า น้ำคาวปลาหมดตั้งแต่ครึ่งเดือนแรกแล้ว แต่เนื่องจากเขาผ่าคลอดเลยต้องรอให้ครบ 1 เดือน จึงได้มาทำอยู่ไฟ ปรากฎว่าก็ยังมีน้ำคาวปลามาอีก (อันนี้ก็น่าจะเกิดจากตัวของสมุนไพร และความร้อนที่ได้รับจากการอยู่ไฟเช่นกัน)
- ได้ระบายความรู้สึก เพราะคุณแม่บางคนต้องเลี้ยงลูกแต่โดยลำพัง ไม่ได้อยู่แบบครอบครัวใหญ่ อาจจะไม่มีใครมาฟังเรื่องความภาคภูมิใจในตัวของลูก การที่ได้มาอยู่ไฟ ได้เจอกับผู้ที่มาให้บริการทำให้ได้พูดคุยระบายความรู้สึกต่าง ๆได้
- ยังมีอีกบางเรื่อง แต่นึกไม่ออกแล้วค่ะ
อันนี้หนิงเล่ามาจากประสบการณ์จริงที่เจอมานะคะ หากมีใครจะมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันก็เชิญนะคะ เพราะหนิงเองก็อยากได้ข้อมูลหลาย ๆ ด้านเหมือนกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เคยเกิดขึ้นก็ได้นะคะ เผื่อว่าหนิงจะมีคำแนะนำ และเอาไว้เป็นประสบการณ์เสริมด้วยค่ะ
ค่าน้ำนม
เมษายน 26, 2008 at 9:33 am | In ก่อนคลอด, ดูแลสุขภาพคุณแม่, หลังคลอด, แพทย์แผนไทย | Leave a CommentTags: ก่อนคลอด, คุณแม่, ค่าน้ำนม, ตั้งครรภ์, นมผง, น้ำนมแม่, วิธีการเพิ่มน้ำนม, หลังคลอด, อยู่ไฟ, อยู่ไฟ ภูเก็ต, อยู่ไฟหลังคลอด, delivery
วันนี้เกิดคิดถึง “แม่” ขึ้นมา ก็เลยอยากจะเขียนเรื่องนี้ ก่อนอื่นก็ต้องขอพูดถึงประโยชน์ของ “น้ำนม” ให้ทราบกันก่อนนะคะ ว่ามันมีประโยชน์ยังไง เพราะเราอาจจะคิดว่าน้ำนมมีประโยชน์เพียงแค่ลูกน้อยเท่านั้น ขอบอกค่ะ ว่าเข้าใจผิดแล้ว ประโยชน์ของน้ำนมนั้นมีเยอะจนเราไม่สามารถประมาณค่าได้ หนิงขออธิบายเป็นตัว ๆ ไปเลยนะคะ
เกี่ยวกับตัวของคุณแม่โดยตรง คือ
- มดลูกจะเข้าอู่เร็วขึ้น จากการที่ลูกน้อยได้ดูดน้ำนมจากอกของแม่
- รูปร่างของคุณแม่จะเข้าที่เร็วขึ้น
- ทำให้โอกาสเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมของคุณแม่ลดลง
- สร้างความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกได้ดีมาก ๆ (คุณพ่อไม่ต้องเสียใจนะคะ พยายามอุ้มลูกให้มาก ๆ ก็ช่วยในส่วนของคุณพ่อได้ค่ะ)
บางคนอาจจะคิดมากไปว่า
“ให้ลูกดูดนมมาก ๆ นมก็เหี่ยวหมดซิ”
เราสามารถดูแลในส่วนนั้นได้ โดยการใส่ชุดชั้นในที่สามารถเปิดฝาออกให้นมลูกนะคะ และควรดูขนาดให้เหมาะสมกับขนาดของเต้าคุณแม่ด้วยค่ะ
ในส่วนของลูกน้อย การที่จะได้รับประโยชน์จากน้ำนมของคุณแม่นั้นมากมายกว่าอาหารเสริมใด ๆ ทั้งสิ้นนะคะ เพราะหากคุณแม่ให้นมลูกตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่คลอดออกมา โดยไม่มีการให้นมอื่น ๆ เสริมเลย สิ่งที่ลูกจะได้ก็คือ น้ำนมจะเป็นตัวช่วยในการขับ “ขี้เทา” ออกมา และในน้ำนมแรกของแม่ยังมีคุณค่าทางอาหารสูงมากกับลูก ชนิดที่ไม่สามารถหาอาหารใด ๆ มาทดแทนได้เลยนะคะ
ระยะเวลาในการให้นมแม่ คุณแม่สามารถให้นมลูกได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 4-6 เดือน เพราะน้ำนมของแม่ยังมีประโยชน์กับลูกสูงอยู่ แต่ก็ต้องเข้าใจอีกส่วนนะคะว่า ตั้งแต่ลูกน้อยอายุ 4 เดือนขึ้นไปควรให้อาหารเสริมอย่างอื่นตามวันของเขาด้วย
ที่นี้เรามาดูกันว่า
“แล้วจะทำยังไงล่ะ ให้มีน้ำนม”
ถ้าเราจะเตรียมตัวตั้งแต่ก่อนคลอดก็คือ สัก 1 เดือนก่อนคลอด ให้ทำการประคบร้อนบริเวณเต้านมเรื่อย ๆ เพื่อเป็นการเตรียมให้มีน้ำนม ไปจนถึงกระทั่งคลอดแล้วก็ยังควรกระตุ้นด้วยความร้อนอยู่ สำหรับบางท่านที่ทำการ “อยู่ไฟ” เราจะทำการประคบให้ด้วยหม้อเกลือหรือลูกประคบอยู่แล้วค่ะ แต่ขณะเดียวกันหลังคลอดควรกระตุ้นด้วยวิธีการให้ลูกดูดกระตุ้นด้วยนะคะ เพราะในช่วงแรกของการคลอด น้ำนมอาจจะยังไม่มี น้ำนมจะมีหลังจากคลอดแล้วประมาณ 2-3 วัน เพราะฉะนั้นคุณแม่มือใหม่ไม่ต้องตกใจนะคะว่าไม่มีน้ำนมเป็นกันเกือบทุกคนแหละค้า
ที่นี้มาดูกันอีกเพราะคุณแม่บางท่านอาจจะเป็นห่วงลูกน้อยจะไม่มีน้ำนมดื่ม กลัวลูกจะหิว ไม่ต้องกังวลในส่วนนี้นะคะ เพราะจริง ๆ แล้ว ทารกน้อยเหล่านั้นสามารถดื่มน้ำเปล่า ๆ ได้ประมาณ 1 อาทิตย์โดยไม่ต้องทานอะไรเลย (แต่ก็เข้าใจนะคะ คนเป็นแม่ก็ย่อมห่วงลูกเป็นธรรมดา ก็จะรอสัก 3 วันก็ยังดีนะ) เพราะหากเราให้นมผงกับลูกไปแล้วโอกาสที่ลูกจะมาดื่มนมจากเต้าค่อนข้างยากนะจะบอกให้ วันนี้ขอเขียนแค่นี้ก่อนนะคะ จะมาเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของน้ำนมให้อีกวันหน้านะคะ
จะ “อยู่ไฟ” เมื่อไหร่ดี
เมษายน 16, 2008 at 3:16 am | In ดูแลสุขภาพคุณแม่, หลังคลอด, แพทย์แผนไทย | 1 CommentTags: การอยู่ไฟ, คุณแม่ตั้งครรภ์, คุณแม่มือใหม่, ภูเก็ต, สมุนไพร, หลังคลอด, หลังคลอด ภูเก็ต, หลังคลอดภูเก็ต, อยู่ไฟ, อยู่ไฟ ภูเก็ต, อยู่ไฟ Delivery
โดยปกติแล้วในสมัยโบราณการอยู่ไฟจะทำหลังจากคลอดแล้วประมาณ 3 วัน แต่ถ้าเป็นปัจจุบันเราจะต้องดูในเรื่องของความปลอดภัยไว้ก่อน ดังนั้นขอแบ่งเป็น 3 กรณีนะคะ
- กรณีคลอดธรรมชาติ จะทำหลังจากคลอดแล้ว 7 วัน
- กรณีผ่าคลอด จะทำหลังจากคลอดประมาณ 1 เดือน แต่ควรได้รับการตรวจเช็คจากแพทย์แผนปัจจุบันเกี่ยวกับเรื่องแผลให้เรียบร้อยก่อนนะคะ
- กรณีของการแท้ง จะคล้ายกับกรณีคลอดธรรมชาติ คือ ทำหลังจากแท้ง 7 วัน
หากคุณแม่ท่านใดไม่สามารถ “อยู่ไฟ” ได้ตามกำหนดที่ตั้งไว้ ก็ไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะจริง ๆ แล้วก็ยังสามารถทำได้อยู่ แต่ไม่ควรเกิน 4 เดือนหลังจากคลอดค่ะ เพราะจะไม่ค่อยได้ผลแล้ว ถ้าให้ได้ผลก็ควรทำตามกำหนดเวลาที่แจ้งไว้เป็นดีที่สุดค่ะ
บรรยาย “อยู่ไฟ”
เมษายน 15, 2008 at 7:30 am | In ดูแลสุขภาพคุณแม่, หลังคลอด, แพทย์แผนไทย | 5 CommentsTags: กระโจมอบตัว, การอยู่ไฟ, คุณแม่ตั้งครรภ์, คุณแม่มือใหม่, จังหวัดภูเก็ต, ประคบตัว, ภูเก็ต, สมุนไพร, หลังคลอด ภูเก็ต, อยู่ไฟ, อยู่ไฟ ภูเก็ต, อยู่ไฟ Delivery, อยู่ไฟหลังคลอด, แพทย์แผนไทย

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา หนิงได้ไปบรรยายเกี่ยวกับเรื่องการ “อยู่ไฟ” หลังคลอด ให้กับว่าที่คุณแม่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ-ภูเก็ต ซึ่งได้อธิบายไปเกี่ยวกับประโยชน์และขั้นตอนการทำอยู่ไฟหลังคลอด เลยอยากเอามาถ่ายทอดให้กับชาว web-blog ด้วย ขออธิบายเลยนะคะ
ประโยชน์ของการอยู่ไฟ
- ช่วยขับน้ำคาวปลา ของเสีย และสารพิษออกจากร่างกาย
- ช่วยให้มดลูกแห้งและเข้าอู่เร็วขึ้น เพราะความร้อนจะช่วยกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก
- ช่วยให้หน้าท้องยุบเร็ว และสะโพกคงสภาพเดิมอย่างรวดเร็ว
- เพิ่มน้ำนมให้บุตร
- ทำให้ระบบการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
- ช่วยล้างคราบเหงื่อไคล คราบสกปรกได้ดี
- บำรุงผิวพรรณ ช่วยทำให้ผิวพรรณผุดผ่องสดใส
- บรรเทาอาการเมื่อยล้าจากการตั้งครรภ์ และจากการเลี้ยงดูบุตร
- ฟื้นฟูสุขภาพคุณแม่หลังคลอดอย่างรวดเร็ว
ขั้นตอนการอยู่ไฟ
- การตรวจเช็คร่างกาย
- การขัดตัวด้วยสมุนไพร
- การเข้ากระโจมอบตัว
- การแช่น้ำสมุนไพร
- การนวดเพื่อผ่อนคลาย การนวดเข้าตะเกียบ
- การประคบสมุนไพร
- การนาบหม้อเกลือ
- การนั่งถ่าน (เฉพาะคนที่คลอดแบบธรรมชาติ)
- การนวดตัวบำรุงผิว
- การดื่มน้ำสมุนไพรอุ่น ๆ
เรื่องการอยู่ไฟนั้นถ้าไปสอบถามกับแพทย์ปัจจุบันบางท่านอาจจะให้ข้อมูลมาว่าไม่จำเป็น จะทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ ไม่เสียหายใด ๆ แต่ในทางด้านแพทย์แผนไทยแล้วเป็นสิ่งจำเป็นที่คุณแม่จะต้องทำเลยทีเดียว เพราะเมื่อก่อนโดยเฉพาะการตั้งครรภ์ครั้งแรก จะต้องอยู่ไฟนานถึง 1 เดือนด้วยซ้ำ แต่ถ้าเป็นท้องถัดไปจึงจะอยู่น้อยลง จะเป็นครึ่งเดือน หรือหนึ่งสัปดาห์ก็ได้ อย่างที่เราทราบ ๆ กันแหละค่ะว่าแพทย์แผนไทยเองที่ไม่ค่อยเติบโตเท่ากับแพทย์แผนปัจจุบันเพราะไม่มีการเก็บข้อมูลภาคเอกสาร แต่สำหรับการทดลองนั้นมีอยู่แล้วเพราะคนสมัยโบราณก็ใช้ยาแผนไทยมานมนานแล้วก็เห็นรักษากันได้ และก็ดีเสียด้วยซ้ำไป ยังไงก็ลองดูถึงประโยชน์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นด้วยนะคะ เพราะว่าบางเรื่องเป็นเรื่องที่อาจจะไม่สามารถบอกได้ในปัจจุบัน แต่เมื่อคุณเกิดอาการไปแล้วก็ไม่สามารถที่จะรักษาอาการนั้นได้นะซิบอกให้ ไม่ว่าคุณแม่จะคลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอดก็ควรที่จะต้องทำอยู่ไฟเหมือนกันนะคะ
“โยคะ”
เมษายน 10, 2008 at 8:41 am | In Ashtanga Yoga, Profile, การออกกำลัง, ก่อนคลอด, ดูแลสุขภาพคุณแม่, หลังคลอด | 3 CommentsTags: yoga, สุโข สปา, หลังคลอด, โยคะ, ภูเก็ต, ออกกำลังกาย, ก่อนคลอด, Ashtanga Yoga, phuket, Yoga Phuket, โยคะ ภูเก็ต
ปัจจุบันนี้เราคงได้ยินการออกกำลังกายที่เรียกว่า “Yoga” การบ่อย ๆ นะคะ เพราะเริ่มได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ หนิงเองก็เป็นคนนึงที่สนใจการออกกำลังกายแบบนี้มานานแล้วเหมือนกันคะ จริง ๆ แล้วหนิงเองเป็นคนชอบออกกำลังกายมาก แต่ไม่ค่อยได้ออกหรอกค่ะ (ตัวขี้เกียจมันเยอะ สลัดเท่าไหร่ก็ไม่ยอมออกซักที) แต่เป็นคนที่สามารถเล่นกีฬาได้หลายประเภทเหมือนเป็ดนะคะ (ไม่ใช่เดินเหมือนเป็ดนะคะ แต่หมายถึงการเล่นกีฬาได้หลายอย่างแต่เอาดีไม่ได้สักอย่างต่างหากคะ)
เมื่อหลายปีที่แล้วหนิงเคยไปเรียนโยคะกับอาจารย์จิราโยคะแต่เรียนไม่ทันจบค่ะอาจารย์ติดธุระเรื่องลูกก็เลยอดเรียนไป จากนั้นเมื่อประมาณปี ‘46 หนิงได้ขึ้นไปเรียนโยคะกับอาจารย์สุนีย์โยคะที่กรุงเทพฯ เป็นคอร์สที่เรียนมาเพื่อเป็นครูสอน แต่ก็อีกนั่นแหละค่ะ เรียนไม่ทันจบเหมือนกัน หลังจากนั้นเมื่อมีการอบรมโยคะที่ไหน หนิงก็ไปอบรมกับเขาเรื่อย ๆ
พร้อมกันนั่นเอง หนิงก็เปิดคอร์สสอนให้กับเพื่อน ๆ ที่รู้จัก โดยนำความรู้ที่เคยร่ำเรียนมามาใช้ ก็ได้นักเรียนมาหลายคนเหมือนกัน แต่ก็เป็นคนใกล้ตัวซักส่วนใหญ่ เท่าที่สอนมาบางคนก็มีปัญหาเรื่องของหมอนรองกระดูกเคลื่อนซะ 2 คน หลังจากเรียนไปก็อาการดีขึ้น จากหนึ่งในสองที่หมอนัดผ่าตัดก็ไม่ต้องไปผ่า ดีใจมากค่ะที่เราสอนไปแล้วได้ผลดี
จากนั้นไม่นาน หนิงก็ทราบมาว่าทางบริษัทฯ กำลังจะเปิดคอร์สสอนโยคะที่เรียกว่า Ashtanga Yoga หนิงก็เลยเข้าเรียนโยคะด้วยเพราะเป็นคนที่ชอบเรียนอยู่แล้วเป็นทุนเดิม เรียนจนผ่านอาจารย์ไป 3 ท่าน รู้สึกได้ถึงความแตกต่างเลยค่ะว่าครูที่สอนมีความสำคัญกับการพัฒนาของเรามาก ๆ จริง ๆ ค่ะ เพราะจากที่เราไปเรียนมาก่อนหน้านี้เราต้องช่วยตัวเองมาก ๆ ในการทำในแต่ละท่า แต่รูปแบบของอาจารย์ที่สอนที่สุโข เป็นแบบที่อาจารย์มาช่วยเราค่อนข้างเยอะ ทำให้แต่ละท่าที่เราทำจะต้องถูกต้อง แต่ครูจะช่วยฝืนให้วันละนิด ๆ ทำให้เกิดการพัฒนาขึ้นมาก อีกทั้งตังของ Ashtanga Yoga เอง ค่อนข้างแตกต่างกับที่เคยเล่นมา รู้สึกว่ามันท้าทายม๊าก ๆ น่าเสียดายที่ยังมีเพื่อนร่วมเรียนไม่กี่คน เพราะคิดว่าหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า สุโข สปา มีการสอนโยคะ หรืออาจจะทราบแต่ไม่ทราบถึงความแตกต่างกับที่เรียนที่อื่นยังไง สำหรับหนิงขอแนะนำเลยค่ะว่าดีจริง ๆ เพราะแม้ขณะที่หนิงเคยเป็นครูสอนมาแล้ว ยังรู้สึกเลยว่าที่เราสอนไปมันพื้นฐานมากๆๆๆๆๆ
ขอฝากบอกเพื่อน ๆ ไว้ว่า มีครูดี ๆ มาถึงถิ่นแล้ว อยากให้มาสัมผัสกันดู แล้วจะรู้ว่าความแตกต่างเป็นยังไง และการเล่น Yoga จริง ๆ เป็นยังไงค่ะ
บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
Entries and comments feeds.
