ไปเกาะไข่-เกาะพีพี กันดีกว่า
มิถุนายน 17, 2009 at 5:27 am | In ท่องเที่ยว | 11 CommentsTags: ทะเลสวย ๆ, ท่องเที่ยว, ภาพทะเล, ภาพวิว, ภาพสวย ๆ, เกาะพีพี, เกาะภูเก็ต, เกาะยาวน้อย, เกาะไข่, ไปเที่ยว
เป็นอีกครั้งที่หนิงโชคดีมาก ๆ ค่ะ ที่อยู่ดี ๆ 9mot ก็มาชวนไปเกาะไข่กะเกาะพีพี แบบจะว่าไม่ทันตั้งตัวก็ไม่เชิง เพราะว่าก็รู้ล่วงหน้าสัก 2-3 วันเหมือนกัน และยังโชคดีอีกตรงที่ว่า วันที่พวกเราเดินทางไปกันอากาศงี้ดีมาก ๆ เลย ทั้ง ๆ ที่ช่วงนี้เป็นช่วงของหน้าฝนแท้ ๆ แต่กลายเป็นว่าท้องฟ้าปลอดโปร่งซะ ทำเอาหนิงอดไม่ได้ที่จะต้องตาม 9mot ให้มาเป็นตากล้องถ่ายรูปสวย ๆ กับวิวทะเลให้ บังเอิญว่าคราวนี้เป็นนางแบบคนเดียวซะด้วยซี อิอิ ไม่มีใครมาแย้ง scene เลยล่ะ 555
เริ่มด้วยเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (14 มิ.ย. 52) พวกเราออกเดินทางจากบ้านประมาณเกือบ ๆ แปดโมงเช้า ไปทานติ่มซำเจ้าประจำ (บุญรัตน์สาขาหน้าโรงเรียนดาวรุ่ง) จากนั้นเราก็เดินทางมารอรถที่ สุโข สปา ได้เวลานัดคือ 08.45 รถตู้ก็มารับ แล้วก็ไปรับลูกค้าอีกคู่นึงที่ถนนถลาง ไปถึงที่ท่าเรือ ดูเหมือนว่าพวกเขารอแค่เรา 4 คนเท่านั้น เพราะไปถึงไกด์ก็บอกให้คนอื่น ๆ และพวกเราขึ้นเรือกันเลย แต่ก่อนลงเรือก็มีคนถ่ายรูปพวกเราเก็บไว้ทีละคู่ ๆ จากนั้นก็ขึ้นเรือเป็นที่เรียบร้อย ตอนแรกคิดว่าเรือคงจะขับไปแบบช้า ๆ แต่ที่ไหนได้กลายเป็นว่าเรือเขาความเร็วใช้ได้เลยทีเดียวเชียวละ ดูบรรยากาศภายในเรือกันเลยนะ

รู้สึกว่าเราจะมีผู้ร่วมเดินทางกันทั้งหมด 24 ชีวิต (ไม่รวมไกด์และพนักงานบนเรือนะคะ)
ลงเรือไปประมาณ 20 นาทีก็ถึงจุดหมาย เกาะไข่ไงจ๊ะ ช่วงก่อนถึงขอบอกว่าสวยจริง ๆ ค่ะ มองออกไปจากหัวเรือเห็นหาดทรายสีขาว กับน้ำใส่ ๆ สีเข้ม ๆ ไม่ผิดหวังจริง ๆ ค่ะ

แต่วันที่หนิงไป เรือไม่สามารถขึ้นไปจอดเทียบท่าได้ ก็มีเรือหางยาวมารับ และครั้งแรกคิดว่าคนบนเกาะจะเยอะ เพราะก่อนหน้านี้เพื่อน ๆ ที่เคยมาบอกเอาไว้แบบนั้น นี่ก็เป็นความโชคดีของหนิง
อีกอย่างในวันนี้ค่ะ เพราะสามารถถ่ายรูปกับวิวได้โดยไม่ติดศีรษะใครเลย อิอิ มาลองดูรูปกันดีก่านะคะ ว่าจะสวยงามขนาดไหน ก็อย่างที่บอกแหละค่ะว่าไม่มีใครแย้ง scene เลย งานนี้โชว์เดี่ยวค่ะ 
ไม่ได้พักงานมาหลายวัน และรู้สึกมีเรื่องวุ่นวายใจมาเป็นอาทิตย์ ทำให้การเดินทางในครั้งนี้ เหมือนไปปลดปล่อยจริง ๆ ค่ะ อีกอย่างไม่รู้จักใครเลยซากคน จะทำอะไรก็ไม่ต้องเกรงใจมากนะ เลยได้ภาพแบบนี้มาล่ะ อิอิ
ท่าที่พลาดไปไม่ได้อีกท่า ก็คือ “กระโดด” ค่ะ คราวนี้มันน่าตื่นเต้นดี เพราะกระโดดเสร็จไปดูที่หน้าจอกล้องเห็นแล้วสะใจดี ขอช่างภาพส่วนตัวถ่ายอีก 2 รูปล่ะ ไม่ค่อยเลยเรา 555
อีกอย่างที่ทำให้หนิงรู้สึกน่าตาตื่นใจเหมือนกับมีคนมาจัดเตรียมไว้แล้ว ก็คือ ปลาค่ะ ปลาที่นี้มันเชื่องจริง ๆ และเยอะมาก ๆ ขนาดเราอยู่แค่น้ำตื้น ๆ เองนะคะ และด้วยความที่น้ำมันใสมาก ๆ มันสะใจจริง ๆ ล่ะ ไม่รุจาบรรยายยังไง ดูเอาเองดีก่านะ
เห็นรูปกันแล้ว ก็รีบตัดสินใจไปเยี่ยมเยียนเกาะไข่กันเถอะค่ะ เสียดายจัง เพราะนอกจากปลาลายเสือที่เห็นกันอยู่ ยังมีปลาเกาหลีด้วยนะ แต่เท่าที่ทราบมาบางช่วง มีทั้งปลาญี่ปุ่นน่ารัก ๆ แล้วก็อีกหลากหลายเลยค่ะ 555 จากรูปที่เห็น ขอบอกว่าปลามันมาตอดขาจริง ๆ เลยนะ กลัวมันจะกัดอยู่เหมือนกัน ล้อเล่นน่า ไม่ใช่ปิลันยาซะหน่อย แต่ก็คอยระวังกันเอาเองนะ
ไม่รู้ล่ะ มาคราวนี้ร้อนแค่ไหน แดดออกยังไง หนิงไม่หวั่นเลย กระทั่งเรือขับไประหว่างทาง ยังออกมาอาบแดดด้านหัวเรือให้ช่างภาพถ่ายเลยล่ะจ้า
ไปคราวนี้ไม่ได้ไปเกาะไข่อย่างเดียวนะคะ แต่หนิงได้แวะไปทานข้าวเที่ยงที่เกาะยาวน้อย สำหรับอาหารอาจจะเป็นแบบง่าย ๆ คงเป็นเพราะนักท่องเที่ยวด้วยมั่งค่ะ เพราะเคยเห็นรูปของ group อื่นเขาได้ทานอาหารแบบบุฟเฟ่ แต่ก็ไม่ได้แย่นะคะ หลังจากทานอาหารเสร็จเขามีนักเต้นรุ่นจิ๋วมาโชว์ให้พวกเราดูด้วยล่ะ น่ารักดีค่ะ
จากนั้นไกด์ก็พาเราขึ้นเรือไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อไปที่เกาะพีพี ช่วงนั้นบางคนเพิ่งทาน
ข้าวอิ่มก็ถือโอกาสนอนหลับพักผ่อนไป บางคนก็ไปนอนอาบแดดที่หัวเรือ ส่วนหนิงและช่างภาพก็เข้า ๆ ออก ๆ ตามสถานการณ์ค่ะ ตั้งแต่เกิดสึนามิขึ้น หนิงเองยังไม่ได้เดินทางมาที่เกาะพีพี อีกเลย
นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีได้แล้วซินะ ยังสวยเหมือนเดิมเลยค่ะ เพียงแต่ที่ตัวเกาะพีพีเอง หนิงว่าร้านค้าอาจจะเยอะไปนิดนึง แต่เกาะอื่น ๆ ที่เป็นเกาะบริวารก็ยังคงสวยอยู่ จริง ๆ วันนั้นเขาจอดเรือให้พวกเราลงไปดูปะการัง แต่หนิงไม่ค่อยชอบลงน้ำเท่าไหร่ ก็เลยเล่นเกมส์รออยู่บนเรือค่ะ
ได้เวลา 4 โมงตรง พวกเราก็เคลื่อนขบวนกลับ ก็น่าตื่นเต้นนิดหน่อยเพราะเริ่มมีคลื่น ทำให้บางช่วงบางจังหวะมีลุ้นนิด ๆ (บังเอิญเป็นคนที่ค่อนข้างกลัวอุบัติเหตุทางน้ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วยอ่ะค่ะ น่าฉงฉารไห๊ม) เลยต้องพยายามทำให้หลับ จะได้ไม่ต้องรับรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่น่าเชื่อทำได้ดีจริง ๆ ค่ะ แปล๊บเดียวหลับ ตื่นก็ตอนใกล้ถึงฝั่งแย้ว ปลอดภัยกลับมา ต้องขอขอบคุณ 9mot นะคะที่หาทัวร์ดี ๆ ให้ รู้สึกว่าจะไปอ่านมาจาก blog ของคุณ yut อ่ะค่ะ
นิวซีแลนด์วันที่สาม Twizel – Arrow Town และ Queens Town
พฤษภาคม 24, 2009 at 11:17 am | In ท่องเที่ยว | 3 CommentsTags: arrow town, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, นิวซีแลนด์, พักผ่อน, ภาพสวย ๆ, new zealand, NZ, Queens Town, twizel
เย้! วันนี้อากาศก็ยังคงเป็นใจให้กับพวกเราอีกวัน ตื่นเช้ามาเจออากาศเย็น ๆ กับแสงอุ่น ๆ และแม่คนิ้งมีความสุขจัง อิอิ

หลังจากทานอาหารและจัดเตรียมอาหารสำหรับมื้อเที่ยงเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็เริ่มเคลื่อนขบวน ก่อนอื่นต้องไปเติมน้ำมันกันก่อน ที่นี่ต่างจากเมืองไทยนะคะ เราต้องเติมน้ำมันเองแล้วก็ต้องเข้าไปจ่ายเงินในร้านเองด้วย แสดงว่าที่บ้านเมืองเขามีความซื่อสัตย์กันจริง ๆ นะคะ ลองมาใช้ระบบนี้ในเมืองไทยดูซิค่ะ รับรองเจ้าของปั้มเจ้งแน่ ๆ 555
เป้าหมายแรกของพวกเราในวันนี้ก็คือ ฟาร์มปลาเซลมอนค่ะ หนิงกับ 9mot ไม่ได้ตื่นเต้นที่ได้เห็นฟาร์มปลาเซลมอนหรอกนะคะ แต่ตะลึงกับวิวฝั่งตรงข้ามมากกว่าค่ะ เพราะมันเหมือนกับสรวงสวรรค์เลยที่เดียว ลองดูซิค่ะว่าที่บอกจริงอ่ะป่าว (อย่าเพิ่งอิจฉานะคะ แค่วันที่สองเอง อิอิ)


อดไม่ได้ที่จะต้องถ่ายภาพหมู่กันอีก คราวนี้ครบทีมกันเลยทีเดียวค่ะ จากซ้ายไปขวานะคะ พี่ยุ้ย, น้องจ๊ะ, พี่สมชาย, พี่อ๊อด, พี่เหน่ง, พี่แจ๋ว, พี่จักร, พี่ตะวัน, พี่เปิ้ล, หนิงเอง, พี่อ้อย, พี่วิโรจน์ และ 9mot ค่ะ
อุ๊ย! มัวแต่โชว์รูปจนเพลิน ลืมเล่าไปเลยค่ะว่า พวกเราได้ซื้อเนื้อปลาเซลมอนสด ๆ มาด้วย เพื่อเป็นอาหารมื้อเย็นของวันนี้ เพ็คอย่างดีค่ะ สดมาก ๆ และทางทีมเราก็ได้จัดเตรียมผู้เฝ้าปลาเซลมอนไว้ด้วยเป็นใครไปไม่ได้ค่ะ นอกจากแม่ครัวใหญ่ของเราพี่อ้อยนั่นเองค่ะ
จากนั้นพวกเราก็ไปยังเป้าหมายถัดไป ซึ่งเป็นคำขอของพี่เหน่ง (สาวนัก shop ประจำ trip ค่ะ) เราไปกันที่ร้าน Clearance Sale ซึ่งมีร้านขายกาแฟในบริเวณเดียวกันด้วย ภาพวิวบริเวณร้านนี้สวยมากเช่นกัน อดใจไม่ไหว หนิงและ 9mot (ช่างภาพประจำตัว อิอิ) อดใจไม่ได้ที่จะต้องซื้อกาแฟดื่มกันก่อน (ปกติชอบกลิ่นกาแฟมากค่ะ) แล้วก็ออกมาถ่ายภาพกัน ไม่ผิดหวังจริง ๆ ค่ะ

หลังจากที่ได้ shopping กันไปแล้ว พวกเราก็เดินทางต่อ แต่ไม่น่าพวกเราก็ต้องแวะจอดรถถ่ายรูปกันอีกแล้ว ก็อดใจไม่ไหวนี่ค่ะ กับภูเขาและท้องฟ้า สวยซะจนพวกเราอดใจที่จะลงไปกระโดดกันไม่ได้เลยล่ะ แม้แต่พี่จักรวัย 21 ได้ร้อยก็ยังไม่เว้นกันเล๊ย
กระโดดกันจนหนำใจ พวกเราก็ขึ้นรถเดินทางต่อ ไปได้สักพักใหญ่ รถคันแรกเพิ่งรู้ตัวว่ารถคันหลังไม่ได้วิ่งตามมา รออยู่พักนึง ต้องขับรถกลับไปตาม ปรากฎว่ารถคันเขียนเกิดอุบัติเหตุยางแตก ดีนะคะที่คนขับเฉลียวใจ เลยจอดดูซะก่อนเลยไม่มีใครบาดเจ็บค่ะ มาดูภาพที่พวกเราต้องช่วยกันเปลี่ยนยางนะคะ

จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ พวกเราได้ข้อสรุปกันว่า ต่อไปเวลาเช่ารถกรุณาเช็คสภาพของยางอะไหล่ด้วยค่ะ เพราะวันนั้นดีนะคะที่พวกเราเช่ารถมาสองคัน เพราะยางอะไหล่ของรถคันที่ยางแตกไม่สามารถใช้การได้ เพราะยางไม่มีลม พอจะแก้สถานการณ์โดยเอายางอะไหล่ของอีกคันมาใส่แต่ขนาดไม่เท่ากันอีก ก็เลยขับไม่เรื่อย ๆ ไม่เร่งมากค่ะ
จากนั้นเราก็แวะที่ร้านผลไม้ร้านดัง ได้ลองชิมไอศครีมด้วย อร่อยมาก ๆ เลย เพราะเขาใช้ผลไม้สด ๆ ปั้นรวมกับไอศครีมเลย อู๊ย สุดบรรยายค่ะ

ได้ชิมผลไม้ และไอศครีม รวมไปถึงซื้อไปทานกันค่ำนี้เรียบร้อยแล้ว ก็ต้องรีบเดินทางต่อไปยังเมือง Arrow Town เพราะพวกเราต้องเสียเวลากับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดไว้ก่อนหน้านี้พอควร เมื่อมาถึงเมือง Arrow Town รถยังไม่ทันจอดสนิทเลย ก็เล็งที่จะถ่ายภาพกันเรียบร้อย เพราะเมืองนี้เป็นเมืองเล็ก ๆ ดูตรงไหนก็น่ารักไปหมดเลยค่ะ
หลังจากเราเข้า check in เรียบร้อยแล้ว พวกเราก็โหวดกันว่าจะไปที่ coronet peak กันหรือเปล่า เพราะหลังจากนั้นจะไป Queens Town กันต่อ สรุปว่าจะไปกันทุกที่ แต่เมื่อไปถึง Coronet peak พี่ตะวันเล่าให้ฟังว่า ปกติแล้วที่นี่เป็นสถานที่เล่นสกี ซึ่งช่วยกลางเดือน เม.ย. หิมะก็ยังพอมีหนาอยู่ แต่วันที่พวกเราไปกันนั้นหิมะละลายไปเกือบหมดแล้วอ่ะค่ะ เลยเอาหิมะมาฝากได้แค่เนี่ยค่ะ

จากนั้นเราก็ไปกันที่ Queens Town ซึ่งเป็นเมืองที่ค่อนข้างเป็นเมืองธุรกิจ มีร้านขายเสื้อผ้าและของฝากเยอะทีเดียว นัก shop ในทีมเราก็ไม่พลาดกันอยู่แล้ว ได้ติดไม้ติดมือกันมาพอควร จนใช้เวลากันเกินเวลานัดที่ต้องไปทำอาหารมื้อเย็นกัน คนที่รอก็ท้องกิ่วกันไปนิดนึง

พอถึงที่พัก ก็นำของที่พี่ตะวันเป็นผู้เสียสละไปซื้อกับข้าวออกมาจัดแจง ซึ่งคืนนี้พวกเราได้ทานอาหารอร่อย ๆ หลายอย่าง เช่น ปลาเซลมอนสด ปลาเซลมอนย่าง หรือแม้กระทั่งหอยแมงภู่นิวซีแลนด์ต้มที่มีขนาดใหญ่ทีเดียว และรสชาดก็ดีกว่าหอยไทย เพราะปกติถ้าเราทานหอยที่มีขนาดเท่านี้ เนื้อจะเหนียวมาก ๆ แต่นี่เนื้อยังนุ่มอร่อยมากเลยค่ะ บวกกับน้ำจิ้มรถเด็ด ๆ ที่บรรดาเหล่าแม่ครัวช่วยกันปรุง และตบท้ายด้วยชมรม wine ตั้งวงกันก่อนนอนกันต่ออีก หลังนั้นพวกเราก็พักผ่อนในบ้านพักหลังนี้กันค่ะ

นิวซีแลนด์วันที่สองที่ Lake Tekapo – MT. Cook
พฤษภาคม 21, 2009 at 1:53 pm | In ท่องเที่ยว | 1 CommentTags: ท่องเที่ยว, นิวซีแลนด์, ภาพวิว, วิวสวย ๆ, เที่ยวต่างประเทศ New Zealand, Lake tekapo, MT. cook
หนิงลืมบอกไปว่าในวันแรกที่เดินทางมาถึงพวกเราจะต้องเจอกับฝนซึ่งตกไม่ค่อยมากนักแต่ก็พอลงเม็ดให้พวกเราต้องหลบค่ะ
แต่สำหรับวันนี้ ท้องฟ้าเป็นใจค่ะ อากาศดีทีเดียว พวกเราได้ช่วยกันตระเตรียมอาหารมื้อกลางวัน และทานอาหารเช้ากันเรียบร้อย ก็พากันขึ้นรถ ดีนะคะที่พี่ยุ้ย (ผู้ร่วมเดินทางอีกคน) ได้เตรียมวิทยุสื่อสารไปด้วย ทำให้การสื่อสารระหว่างรถสองคันง่ายขึ้นทันที เกินพลัดหลงกันก็จะได้บอกกันได้ แต่มันใช้ได้ระยะไม่เกิน 500 เมตรเท่านั้นค่ะ
เริ่มต้นเดินทางได้ไม่นาน สองข้างทางที่พวกเราขับผ่าน มันเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจจริง ๆ ค่ะ เพราะน่ารัก สวยงามมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบ้านชั้นเดียว สร้างแบบเรียบง่ายแต่ดูแล้วเก๋ดีค่ะ ต้นไม้ก็มีหลายสีสันให้เราได้ดู ทำให้บรรยากาศรอบ ๆ ดูมีชีวิตชีวาไปหมด ไม่รู้จะบรรยายยังไงดีให้ทุกคนได้เห็นภาพไปกับหนิงด้วย เอาเป็นว่าเราลองไปดูรูประหว่างทางกันเลยดีกว่านะคะ

นี่ก็เป็นภาพฝูงแกะฝูงแรก ๆ ตื่นเต้นกันมากค่ะ แต่เสียดายนะคะ ที่พวกมันไม่ค่อยกล้าสบตากับเรา ภาพหลังจากนี้มันหันก้นให้เกือบหมดทุกตัวเลยล่ะ ฉงฉัยจะกลัวเป็นพวก ปา-ปา-รัส-ซี อิอิ

นี่ก็เป็นภาพบรรยากาศระหว่างทาง เป็นสวนสาธารณะแห่งนึง บรรยากาศดีมาก อากาศดี ๆ
มีอีกเรื่องที่น่าสังเกตสำหรับเมืองนี้ก็คือ ไม่ค่อยพบผู้คนและรถสักเท่าไหร่ ไม่เหมือนกับตอนอยู่ที่บ้าน ทั้งคนทั้งรถยั้วเยี้ยไปโม๊ด

นี่ก็เป็นภาพของผู้ร่วมเดินทางค่ะ ของแนะนำทีละคนไล่กันไปเลยนะคะ คนแรกพี่สมชายค่ะ ถัดมาคนที่นั่งก็หนิงเอง ต่อมาก็เป็นพี่อ๊อดคนข้างกายพี่สมชายค่ะ แล้วก็เป็นพี่เปิ้ลและพี่เหน่ง นาวีสาวของเรา คนสุดท้ายก็คือพี่ตะวัน ผู้ที่ดูแลเราตลอดการเดินทางค่ะ
เรายังเดินทางไม่ถึงที่หมายกันเลยค่ะ แต่ก็ได้ดูวิวตลอดสองข้างทางจริง ๆ บางช่วงจะเรียกว่าดูวิวทั้ง 360 องศาเลยก็ว่าได้นะคะ
ขับรถมาจนได้เวลาเที่ยงเราก็ถึงที่ Lake Tekapo ซึ่งเป็นเวลาหม่ำอาหารพอดี ก็จัดแจงโต๊ะบุฟเฟ่กันซะหน่อยค่ะ ดูบรรยากาศตอนทานข้าวกันซะหน่อยนะคะ ว่ามีความสุขกันแค่ไหน อิอิ

เนี่ยแหละค่ะ ทุก ๆ วันเราจะมีอาหารอร่อย ๆ จากแม่ครัวชั้นเยี่ยมให้บริการทุกมื้อ เราทานกันท่ามกลางอากาศที่หนาวพอควร สังเกตุได้ว่าจริง ๆ แล้วมีบริเวณที่ร่มนะคะ แต่เกือบทุกคนวิ่งมาหาที่นั่งกลางแดดกันหมดค่ะ คิดเอาเองนะคะว่าหนาวแค่ไหน ดูจะภาพอาจจะดูไม่ออก ทานอาหารกันเรียบร้อย เหล่าบรรดานางแบบและช่างภาพต่างก็รู้หน้าที่ของตัวเอง เราขยับรถไปเรื่อย ๆ ในบริเวณ Lake Tekapo ค่ะ ลองดูภาพเอาล่ะกันนะคะว่าสวยแค่ไหน


เป็นไงค่ะ เห็นแล้วอยากไปกันบ้างอ่ะป่าว สวย ๆ จริง ๆ น่าเสียดายนะคะเวลาที่พวกเราไปอาจจะไม่ค่อยดีนัก เพราะเท่าที่ทราบมา ทะเลสาบแห่งนี้ เราจะต้องได้เห็นเป็นสีเทอร์คอยส์ พวกเราก็ได้เห็นนะคะแต่เป็นบางมุมอ่ะค่ะ

ขาดไม่ได้ก็คือภาพหมู่ค่ะ สำหรับภาพนี้ยังไม่ครบทีมนะคะ แต่ก็ขอแนะนำผู้ร่วมเดินทางอีกรอบค่ะ เรียงจากซ้ายไปขวานะคะ พี่แจ๋ว, พี่ยุ้ย (พี่แจ๋วจ้างให้มาด้วยค่ะ อิอิ), พี่อ๊อด (คนนี้พี่สมชายบังคับให้มาค่ะ), พี่สมชาย, 9mot, พี่เปิ้ล, หนิง, พี่เหน่ง, พี่อ้อย, พี่จักร (วัย 21 ปีครบ 100 จ้า), พี่วิโรจน์ (มาด้วยกันกับพี่อ้อยค่ะ)
หลังจากที่พวกเราร่าเริงกับการถ่ายภาพ ซึ่งได้ภาพเด็ด ๆ กันเยอะมาก ๆ จริง ๆ (อยากจะเอามาให้ดูเยอะ ๆ แต่เกรงใจค่ะ ไว้โอกาสดี ๆ ค่อยเอามานำเสนอก็แล้วกันนะคะ) จากนั้นพวกเราก็เดินทางต่อไปยัง MT. Cook ค่ะ อากาศหนาวมาก ๆๆๆๆ พวกเราไปถึงค่อนข้างเย็นแล้ว เลยเก็บภาพมาได้แค่พอควร และก็แสงไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ค่ะ


หลังจากนั้นพวกเราก็เดินทางมาที่ Twizel เพื่อจัดการอาหารมื้อค่ำ ดูห้องพัก และบรรยากาศในการทำอาหารของพวกเราซิค่ะ อิอิ

ค่ำ ๆ ช่างภาพของเราก็ยังอุตส่าห์สู้ลมหนาว ออกมาถ่ายภาพพระจันทร์กับบรรยากาศตอนกลางคืนด้านนอกที่พักอีกด้วยล่ะ

ค่ำคืนของวันนี้ พวกเราก็นอนหลับสบาย ภายในที่พักบนผ้าห่มไฟฟ้า และเครื่องทำความร้อน ฝันหวานถึงวันรุ่งพรุ่งนี้ว่าจะเจอแบบไหนหนอ อิอิ
Trip นิวซีแลนด์
พฤษภาคม 19, 2009 at 12:48 pm | In ท่องเที่ยว | 5 CommentsTags: ท่องเที่ยว, นิวซีแลนด์, วิวสวย ๆ, bush inn, christchurch, emirates, motel, new zealand, NZ, sydney
มาแว้ว สำหรับตอนแรก ขอเล่าตั้งแต่ออกเดินทางจากภูเก็ตเลยล่ะกันนะคะ
หนิงเริ่มเดินทางออกจากภูเก็ตเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 52 ตอนประมาณเกือบสี่ทุ่ม ไปถึงที่พักของเพื่อนที่อ่อนนุช ก็ปาไปเกือบเที่ยงคืน รุ่งเช้าอีกวันหนิงกับ 9mot ก็ยังง้วนกับการซื้ออุปกรณ์กันหนาวกันอยู่ เพราะพี่ตะวันได้โทรมาแจ้งว่า อุณหภูมิทางโน้นบางวันติดลบ 2 กลางวันก็ไม่ถึง 10 องศา ทำเอาหนิงวิตกกังวลอย่างรุนแรงเพราะปกติหนิงไม่ค่อยชอบอากาศหนาวเท่าไหร่ ก็ได้ที่ปิดหูกับถุงเท้าแล้วก็ลองจอห์นอีก 2 ชุด เพราะที่ตระเตรียมมาจากภูเก็ตก็ได้หยิบยืมมาค่อนข้างพร้อมแล้ว ประมาณบ่ายสามครึ่งเราก็เดินทางออกจากคอนโดไปที่สุวรรณภูมิ เพื่อไปยังจุดนัดพบกับคณะ (พี่ ๆ ที่ยังไม่เคยเห็นหน้าเห็นตากันมาก่อน ตื่นเต้นจัง) ไปถึงไม่นานเราก็ได้รับโทรศัพท์จากพี่ ๆ เพื่อนัดเจอกัน ได้เจอกันครบทั้งคณะแล้ว ก็ทำการเช็คอินของสายการบิน Emirates เจอปัญหานิดหน่อย พวกเราได้เข้าไปแบบ group check in แต่แปลกตรงที่น้ำหนักกระเป๋าเขาให้ต่อคน ซึ่งเราก็ต้องประสบปัญหาเนื่องจาก 9mot เป็นผู้ดูแลกระเป๋าเสบียงซึ่งน้ำหนักปาไป 25 kg ในขณะที่เขาให้น้ำหนักต่อคนเพียง 20 kg เท่านั้น พวกเราก็ต้องไปต่อรองกับพนักงานนิดหน่อยให้หมู่มากเข้าว่า อุ๊ย! ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ เพียงแต่สอบถามนิดหน่อยว่าเรามาเป็นคณะ จองตั๋วก็จองเป็นคณะ วีซ่าก็ทำมาแบบเป็นคณะ ทำให้น้ำหนักกระเป๋าให้พวกเราเป็นคณะไม่ได้ สุดท้ายก็ยินยอมแต่โดยดีค่ะ
หลังจาก check in พวกเรายังมีเวลาอีกพอสมควร ก็ทำการเดินตรวจตราที่ duty free แต่ไม่ได้ของอะไร เพียงแค่ฆ่าเวลาก่อนขึ้นเครื่องเท่านั้น จากนั้นพวกเราก็ขึ้นเครื่องเพื่อเดินทางไปยังสนามบิน sydney ซึ่งใช้เวลาประมาณแปดชั่วโมงเศษ ช่วงเวลานั้น หนิงเองก็ได้พบกับความประทับใจของสายการบิน Emirates หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ที่ปรับได้พอควร และความกว้างซึ่งไม่ได้กว้างมากแต่เท่าที่สังเกตุก็กว้างกว่าสายการบินอื่น แถมยังมีจอส่วนตัวให้เราได้เล่นเกมส์ ดูหนัง ฟังเพลง หรือดูสถานการณ์ของเส้นทางไว้แก้เซ็ง อีกต่างหาก นอกจากนั้นยังมีอาหารอร่อย ๆ เสิร์ฟอีกด้วยล่ะ (ชอบมาก ๆ เลย อิอิ)
เมื่อเดินทางมาถึงสนามบิน sydney อากาศก็โปร่งใสดี ได้แต่หวังว่าที่ NZ น่าจะอากาศดีแบบนี้เหมือนกัน (คิดเข้าข้างตัวเองไว้ก่อน เผื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะเห็นใจ 555) พวกเราก็เดินไปดูโน้นดูนี่แก้เซ็ง และก็แวะไปใช้ Internet ฟรี เพื่อส่ง e-mail ไปยั่วน้ำลายเพื่อนๆ ที่ office เล่น ๆ ไม่น่าก็ได้เวลาขึ้นเครื่อง ซึ่งก็นั่งต่อไปอีกประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ถึงสนามบิน Christchurch ซึ่งเราก็ต้องมาลุ้นกับการผ่านด่านตรวจอีก เพราะถูกขู่มาว่าเข้มงวดมาก มันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เขามีทีมตรวจเช็คที่น่ารักมาก ๆ เลยล่ะ ก็มีเจ้าหน้าตัวน้อย ๆ มาคอยดมกลิ่นตามกระเป๋าที่โหลดจากเครื่อง พอหมาเข้าไปดม ๆ ใบไหนผิดปกติเจ้าหน้าที่ก็จะยกออกมาแยกไว้ต่างหาก และเอาสติ๊กเกอร์แปะไว้ พร้อมกับให้รางวัลเจ้าตูบด้วย มันทำหน้าที่ของมันได้ดีทีเดียวล่ะ น่ารักมาก ๆ
ในที่สุดพวกเราก็สามารถนำข้าวของสัมภาระต่าง ๆ ที่หอบหิ้วไปจากเมืองไทยผ่านด่านออกมาได้โดยไม่ต้องเสียทรัพย์สินเลย อันนี้ก็ต้องยกผลประโยชน์ให้ 9mot นิดนึง เพราะเขาทำหน้าที่ในการ declare กระเป๋าเสบียง ลุ้นกันแทบแย่ ไม่อดตายแล้วล่ะ 555
ออกจากประตูมา คาดว่าพี่ตะวันจะต้องมารับพวกเราแล้ว แต่กลับเป็นว่าพวกเราไม่เจอ นั่งรอยืนรอ เดินรอกันพักใหญ่ ๆ จนเริ่มชักจะกระวนกระวายกันเล็กน้อย แต่ท้ายที่สุดก็เจอกัน ปรากฎว่าพี่ตะวันไปรับรถมาให้พวกเราเรียบร้อยแบบพร้อมเดินทางต่อเลย
การท่องเที่ยงของพวกเราเริ่มคิดแล้ว แต่ยังไม่ทันไรพวกเราก็ไม่สามารถผ่านประตูอัตโนมัติของสนามบินได้ ระบบเขาดีจริง ๆ ค่ะ เพราะพวกเราจะต้องไปจ่ายเงินค่าจอดรถกันก่อน จึงจะผ่านออกมาได้ จากนั้นพวกเราก็เดินทางมายังโรงแรม Bush Inn Count Motel สำหรับหนิงเองอาจจะไม่ค่อยคุ้นกับรูปแบบนักกับรูปแบบของ Motel แต่ขอบอกว่าสะดวกสบายมา พวกเราพักกันทั้งหมด 3 ห้อง ห้องของเรานอนกันทั้งหมด 5 คน สำหรับที่นอนในห้องจะมีผ้าห่มไฟฟ้าให้ แต่สำหรับด้านนอกที่เป็นห้องโถงจะมีเครื่องทำความร้อนให้ ทำเอาหนิงโล่งใจไปเยอะ เพราะตอนแรกยังไม่แน่ใจว่ามา 10 วันจะได้อาบน้ำสักกี่วัน แต่ถ้าเป็นแบบนี้ อาบวันละ 2 รอบก็ยังไหว อิอิ
นี่เป็นรูปของ Motel ที่พวกเราไปพักกันค่ะ

นี่ก็เป็นรูปภายในห้องนอนค่ะ อีกห้องเป็นเตียงเดี่ยง 2 เตียงค่ะ

มาแล้วขอถ่ายกับป้ายซะหน่อย อิอิ

หลังจากที่เราเก็บสัมภาระ เข้าห้องน้ำ และเอกเขนกกันนิดหน่อย พวกเราก็รวมตัวกันเดินทางไปทานอาหารมื้อค่ำ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก Motel นัก ไม่แน่ใจว่าหิวกันด้วยอ่ะป่าว แต่รู้สึกว่าอาหารอร่อยมาก ๆ แต่คงจะอร่อยจริง ๆ แหละเพราะช่วงเวลาที่พวกเรานั่งอยู่ในร้าน จะมีลูกค้าเต็มเกือบตลอด
บรรยากาศภายในร้านค่ะ

จากนั้นพวกเราก็ไปซื้ออาหารสด เพื่อไปเตรียมอาหารเช้าและเที่ยงของวันพรุ่งนี้ สำหรับคืนแรก พี่ ๆ เขาก็ชวนให้น้องหนิงกับน้องมดมาลองลิ้มรส wine NZ ซะแล้ว ปกติไม่ค่อยนิยมแอลกอฮอล์เท่าไหร่ แต่งานนี้ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ลองกันซักตั้ง อิอิ หลับสบายเลยล่

รายงานตัวค่ะ
พฤษภาคม 13, 2009 at 4:03 am | In ท่องเที่ยว | 7 CommentsTags: ท่องเที่ยว, นิวซีแลนด์, เที่ยวต่างแดน
หายไปนานมั๊กมัก สำหรับเที่ยวนี้ ก็แอบหนีไปชาร์ตแบตให้ตัวเองที่นิวซีแลนด์มาอ่ะค่ะ ไม่ได้บอกกล่าวไว้ล่วงหน้า ต้องขออภัยไว้ด้วยนะคะ เพราะก่อนไปก็รีบทั้งเคลียร์งานและเคลียร์คิวหลาย ๆ อย่าง (อุ๊ย! ดูเหมือนเป็นคนดังยังไงไม่รุ แต่มันเป็นยังงั้นจริง ๆ นะจ๊ะ อิอิ) ทำเอาไม่มีเวลามาแจ้งข่าวกันเลย
แต่ยังไงตอนนี้ก็กลับมาแล้ว และก็คิดว่าสมองปลอดโปร่งขึ้นพอสมควร จะพยายามเล่าเรื่องราวต่าง ๆ จากประสบการณ์ที่ไปนิวซีแลนด์ให้เพื่อน ๆ ได้พอเห็นภาพลาง ๆ เพราะหนิงเองคิดว่าหนิงคงไม่สามารถถ่ายทอดจากสิ่งที่สัมผัสผ่านทางตัวอักษรและภาพได้เท่ากับที่หนิงได้ไปเห็น ไปได้ยิน ไปสัมผัสเองอย่างแน่นอน แต่อย่างน้อยก็พอยั่วน้ำลายให้กับบางคนอย่างไปได้บ้างล่ะ ฮา ฮา ฮา
สำหรับหนิงแล้ว การเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งที่หนิงประทับใจมาก และรู้สึกว่าเราได้ไปพักผ่อนจริง ๆ เพราะตั้งแต่เริ่มเดินทางจนกระทั่งวันกลับ หนิงประทับใจกับทุก ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน (Emirates) ผู้ร่วมเดินทางทุกคน (ถึงแม้จะไม่เคยเห็นหน้าเห็นตากันมาก่อน และวัยก็ต่างกันซะเหลือเกิน แต่ทุกคนก็เข้ากันได้ดีเหมือนกับอยู่รุ่นเดียวกันเลยล่ะ) บรรยากาศของนิวซีแลนด์ รวมไปถึงน้องแกะ น้องวัว น้องกวาง ที่ไปหากินอยู่บนทุ่งหญ้าร่วมสร้างบรรยากาศกับทิวเขาที่ประดับด้วยหิมะตรงปลายยอดพร้อมกับทิวต้นไม้ทั้งสีเขียว สีเหลือง ทำให้ยิ่งประทับใจมากขึ้นไปอีก อีกอย่างนึงก็คือไปคราวนี้เหมือนกับตัดขาดจากความเครียดต่าง ๆ ได้อย่างดี เพราะเราปิดโทรศัพท์กันหมด และไม่ใช้ internet กันเลย เหมือนกับทิ้งงานทุกอย่างไว้ที่เมืองไทยจริง ๆ ทุก ๆ วันเราตื่นเต้นกับสองข้างทางจนลืมคิดถึงเรื่องอื่น ๆ ไปหมด มันสวยจนสุดจะบรรยาย (ขอติดเรื่องรูปไว้ก่อนนะคะ เพราะมันเยอะมาก ๆ จนยังขยับขยายได้ไม่เท่าไหร่ แล้วหนิงจะเอามาเขียนเล่าในแต่ละเมืองที่ไป พร้อมกับรูปอีกครั้งนะคะ)
สรุปแล้วคุ้มจริง ๆ ค่ะ
แม่ฮ่องสอน-ปางอุ๋ง
มกราคม 17, 2009 at 8:07 am | In ท่องเที่ยว | 6 CommentsTags: ปางอุ๋ง, ภาพวิว, ภาพสวยๆ, ลุงปาละ, วิวสวยๆ, ศูนย์ศิลปาชีพแม่ฮ่องสอน, สวิสเซอร์แลนด์, แม่ฮ่องสอน, happy birthday
จากแม่เมย พวกเราก็ต้องรีบเดินทางต่ออีก ซึ่งวันนี้พวกเรามีจุดหมายปลายทางคือ ปางอุ๋ง ถึงแม้จะเป็นที่ ๆ พวกเราเคยไปมาแล้ว อ้อ แต่ยังมีพี่สาวที่ยังไม่เคย และวันนี้เราต้องรับสมาชิกใหม่อีกหนึ่งคนคือ พี่กร เพิ่งมาเป็นสมาชิกใหม่ในก๊วนค่ะ (กำลังจะเป็นว่าที่เขยก๊วนอ่ะค่ะ) เราไปรับพี่กรที่ในเมืองแม่ฮ่องสอน เพราะพี่กรเพิ่งกลับจากขับเครื่องบินมา เลยนอนพักผ่อนรอพวกเราไปก่อนในช่วงกลางวัน จากนั้นเราต้องไปที่ศูนย์ศิลปาชีพแม่ฮ๋องสอน เพื่อไปรับบัตรเข้าปางอุ๋ง เนื่องจากตอนนี้มีนักท่องเที่ยวไปที่ปางอุ๋งกันเยอะเขาจึงต้องกำหนดจำนวนคนเข้าในแต่ละวัน ซึ่งหนิงว่าดีมาก ๆ เลยค่ะ เพราะว่าขนาดช่วงที่หนิงไปเขาบอกว่าคนไม่มากไม่ต้องรับบัตรก็ได้ แต่พอไปเข้าจริง ๆ ทำเอาพวกเราหามุมถ่ายรูปยากเหมือนกันค่ะ เพราะคนเต็มไปหมดเลยล่ะ และที่ศูนย์ศิลปาชีพเขาก็มีของพื้นเมืองขาย หนิงก็ไปซื้อพวงกุญแจกับผ้าพันคอขนแกะมาฝากพื่ ๆ เพื่อน ๆ ที่บริษัทฯ ด้วยล่ะ แต่ซื้อได้ไม่มากเพราะกระเป๋าหนักเหลือเกิน แต่กระเป๋าตังค์กลับเบามาก ๆ ค่ะ อิอิ
ซื้อของกันเรียบร้อย ดูท่าทาง 9mot ค่อนข้างรีบ เพราะกลัวเรื่องเส้นทาง และคงจะอยากถ่ายภาพตอนพระอาทิตย์จวนจะตกด้วย พวกเราก็ไปถึงที่นั่นโดยปลอดภัย แต่ 9mot ถ่ายรูปไม่ทันตามแสงที่อยากได้ เพราะแสงเริ่มหมดแล้ว แต่ก็เก็บภาพช่วงพระอาทิตย์ตกได้เยอะเหมือนกันค่ะ ลองดูกันเลยนะคะ

หลังจากถ่ายรูปเรียบร้อย พวกเราก็เข้าที่พักก็บ้านลุงปาละเจ้าเก่า แล้วก็สั่งอาหารค่ำทานกันภายใต้ลมเย็น ๆ ที่นั่นค่อนข้างหนาวมาก เกือบจะไม่อาบน้ำเหมือนกัน แต่เกรงว่าเพื่อน ๆ จะรังเกียจเพราะทุกคนอาบน้ำกันหมด เพื่อเตรียมสำหรับพรุ่งนี้ (คือว่าต้องนอนเต้นท์อ่ะค่ะ)
วันนี้พวกเราก็ต้องตื่นเช้าเหมือนเดิม เพราะต้องเดินทางไปรับแสงอรุณยามเช้า จากบ้านลุงปาละพวกเราเดินทางไปไม่ไหนหรอกค่ะ แต่เกรงว่าจะไม่มีที่จอดรถ และมุมที่จะจองถ่ายภาพ รวมไปถึงแสงที่ต้องการด้วยค่ะ เช้าวันนั้นอากาศหนาวมาก ๆ รู้สึกว่าอุณหภูมิจะอยู่ที่ราว ๆ 8-9 องศา แต่ที่รู้สึกว่าหนาวเอามาก ๆ เพราะลมมากกว่าอ่ะค่ะ แต่ละคนก็ป้องกันความหนาวกันเต็มที่ และเมื่อแสงมา 9mot ของเราก็เริ่มวาดลวดลายทันทีค่ะ และนายแบบนางแบบก็เตรียมตัวกันพร้อมค่ะ ช่างภาพเรียกเมื่อไหร่ก็เข้ากล้องได้ทันที อิอิ มืออาชีพอยู่แล้วอ่ะค่ะ ขอบอกว่าบรรยากาศดีมากค่ะ เมื่อคราวที่แล้วที่มาหนิงไม่ได้เห็นไอของบึงน้ำเท่าไหร่ แต่วันนี้หนิงได้เห็นไอขึ้นมาจากบึงสวยมาก ๆ และที่ขาดไม่ได้ก็คือ พวกเราก็พยายามไปหาตอไม้ที่นางเอกในเรื่อง Happy birthday มานั่งแล้วพระเอกแอบถ่ายรูป ก็พยายาม post กันเต็มที่ ได้มาอย่างที่เห็นเนี่ยแหละค่ะ ดูกันเอาเองนะคะ เผื่อว่าจะเจอนางเอกหน้าโบราณบ้าง อิอิ

เป็นไงค่ะ บรรยากาศเหมือนไปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์เลย อิอิ
ตาก-แม่เมย
มกราคม 16, 2009 at 8:27 am | In ท่องเที่ยว | 1 CommentTags: ตาก, ทะเลหมอก, ท่องเที่ยว, นางแบบสวย ๆ, ภาพกระโดด, ภาพวิว, ภาพสวย ๆ, ม่อนกิ่วลม, ม่อนพูนสุดา, แม่เมย
หลังจากที่เราถ่ายรูปกันจะสะใจแล้ว พวกเราก็ต้องรีบเดินทางไปยังแม่เมยที่จังหวัดตาก วันนี้ 9mot ของเราอาจจะต้องทำหน้าที่หนักหน่อย เพราะนอกจากจะต้องถ่ายรูปให้กับบรรดาสาว ๆ แล้ว ยังต้องขับรถระยะทางไกลด้วย (จริง ๆ ก็ทั้งถ่ายรูป ทั้งเป็นไกด์ และขับรถทั้ง Trip นั่นแหละค่ะ อิอิ) มื้อเที่ยงของวันเราก็แวะทานอาหารข้างทาง ก็หนีไม่พ้นข้าวซอยอ่ะค่ะ แต่อร่อยนะคะ ขอบอก ราคาถูกอีกต่ะหาก แล้วก็ซื้ออาหารเช้าเตรียมพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้ด้วย ก็หนีไม่พ้นขนมปังอีกนั่นแหละ อิอิ ว่าแล้ว 9mot ก็ขับไปจนถึงอุทยานแห่งชาติแม่เมย ก็ติดค่ำพอดี ได้ห้องพักเรียบร้อยก็นึกขึ้นมาได้ว่าต้องทานมื้อค่ำด้วย สอบถามเจ้าหน้าที่บอกว่าร้านค้าปิดแล้ว ไม่มีอาหารขาย ถ้าจะทานก็ต้องไปหมู่บ้านชาวเขาซึ่งก็มีแต่มาม่า ถามไปถามมา เขาก็เลยไปเอากุญแจของร้านค้าสวัสดิการมาเปิดขายมาม่ากับไข่ แถมยังเปิดครัวให้พวกเราเขาไปปรุงอาหารด้วย รอดตายไปอีกหนึ่งมื้อ มิหนำซ้ำพวกเรายังซื้อไข่มาต้มสำหรับพรุ่งนี้เช้าไว้ด้วย อิอิ หลังจากอิ่มท้องแล้ว พวกเราก็เข้าที่พักอาบน้ำ นอน อากาศก็ค่อนข้างเย็นเหมือนกัน ปรากฎว่าวันนั้นอุณหภูมิต่ำสุดก็อยู่ที่ 9 องศาค่ะ
เช้าของวันถัดมา เราตกลงกันว่าจะไปรับอรุณกันที่ “ม่อนกิ่วลม” ซึ่งต้องเดินทางออกจากที่พักตั้งแต่ 05.30 น. ขับไปเรื่อย ๆ ถึงที่พวกเราก็ช่วยกันแบกสัมภาระต่าง ๆ ลงจากรถ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารเช้าทั้งนั้นแหละค่ะ ว่าแล้วช่างภาพของเราก็เริ่มทำงานเลย ไม่รีรอใครแม้แต่น้อย ไปตั้งขาตั้งกล้องรอรับพระอาทิตย์ก่อนใคร ก็ได้ภาพมาตามที่เห็นเนี่ยแหละค่ะ
พวกเราถ่ายรูปที่ม่อนกิ่วลมจนหนำใจ ก็เคลื่อนขบวนมาที่ม่อนพูนสุดาต่อเลย เพราะทะเลหมอกกำลังสวยเลยล่ะ สวยไม่สวยก็มาดูภาพเพื่อเป็นการยืนยันกันดีกว่านะคะ

เป็นไงบ้างค่ะ เห็นภาพกันแล้วถ้าสนใจสอบถามได้นะคะ ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ไม่ต้องไปเที่ยวเมืองนอกหรอกค่ะ เมืองไทยเราก็มีดีให้เที่ยวอีกตั้งเยอะนะคะ อิอิ
เชียงใหม่-ขุนวาง
มกราคม 16, 2009 at 7:51 am | In ท่องเที่ยว | 2 CommentsTags: ขุนวาง, ซากุระ, ดอกซากุระ, ถ่ายภาพ, ท่องเที่ยว, ผาลาดตะวันรอน, ภาพสวย ๆ, ลีลานางแบบ, เชียงใหม่, แกงไตปลา
หลังจากที่พวกเราออกจากขุนช่างเคี่ยน พวกเราก็มุ่งหน้าไปยังขุนวางต่อ เพราะพวกเราวางแผนว่าจะไปค้างคืนกันที่ขุนวางค่ะ ระหว่างทางมีเพื่อนของเพื่อนโทรมาบอกว่าให้ลองไปทานอาหารที่ร้านอยู่ที่ทางขึ้นดอยสุเทพ ชื่อว่า “ร้านผาลาด ตะวันรอน” ซึ่งมีน้ำตกไหลผ่านกลางร้านเลย ก็ต้องยอมรับนะคะว่าบรรยากาศดีจริงค่ะ แต่สำหรับอาหารพวกเราคิดเหมือนกันทุกคนค่ะว่า ถ้าเทียบกับราคาแล้วอาจจะแพงไปนิด และรสชาดก็ยังไม่ถึงกับต้องกลับไปอีก แต่ก็ไม่ใช่ไม่อร่อยเลยนะคะ ไม่งั้นก็อาจจะเป็นเพราะพวกเราเป็นเด็กใต้ยังไม่ค่อยคุ้นกับรสชาดอาหารเหนือก็เป็นไปได้อ่ะค่ะ
จากนั้น พวกเราก็เดินทางต่อไปยังขุนวาง ตอนแรก 9mot กะว่าจะลองไปดูสถานที่ถ่ายภาพสำหรับพรุ่งนี้ก่อนเข้าไปที่ขุนวาง คือขุนวางจะต้องเข้าไปจากทางแยกก่อนถึงอุทยานดอยอินทนนท์อ่ะค่ะ แต่เกรงว่าจะไม่ค่ำซะก่อน ก็เลยเปลี่ยนใจเดินทางตรงไปยังขุนวางเลย พอไปถึงพวกเราก็ไปติดต่อเรื่องที่พัก ซึ่งก็ OK. นะคะ เป็นห้องรวม 2 ห้องติดกัน แต่พวกเราใช้กันเพียงห้องเดียว เพราะว่าเราไปกันแค่ 5 คนเอง แต่ดู ๆ แล้วทั้งสองห้องรวมกันน่าจะนอนได้ถึง 12 คนเชียวล่ะ แต่ต้องใช้ห้องน้ำร่วมกัน คือห้องน้ำอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 สองอ่ะค่ะ เมื่อเข้าที่พักเรียบร้อย พวกเราก็ท้องร้องไปติดต่อกับร้านอาหารเพื่อนัดเวลาทานอาหารค่ำกัน เขานัดเราประมาณทุ่มครึ่ง พวกเราก็เลยมาอาบน้ำกันก่อน ได้เวลานัดเราก็ไปที่ร้านอาหาร วันนั้นพวกเรารู้สึกเอร็ดอร่อยกันมาก อาจจะเป็นเพราะผักที่เขาใช้สดด้วยล่ะมั่ง วันนั้นพวกเราสั่งผัดผัก, ไข่เจียว, ปลาทับทิมทอด, แกงจืดเต้าหู้ แล้วก็เอาอาหารโปรดจากภูเก็ตไปด้วย อิอิ ก็แกงไตปลาแห้งซึ่งเป็นของฝากพื้นเมืองของภูเก็ตไงล่ะค่ะ ขณะที่ทานอาหารเราก็เจอกับกลุ่มนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มนึง ก็พูดคุยทักทายกันเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ดูท่าจะชอบท่องเที่ยวเหมือนกัน แต่เป็นกลุ่มที่เกษียณแล้ว (เขาน่ารักกันมาก ๆ เลยล่ะ ดูมีความสุขดี คุยกันสนุกสนาน ก็คงคล้าย ๆ กับพวกเราเพียงแต่อยู่คนละวันเท่านั้นเองค่ะ) หลังจากนั้นพวกเราก็ไปพักผ่อน แต่ช่วงที่ยังไม่หลับหนิงกับจอยออกมาเข้าห้องน้ำด้านนอก ก็เลยถือโอกาสแอบถามว่าอุณหภูมิเท่าไหร่เหรอค่ะ เขาบอกว่า 10 องศา แต่ความรู้สึกของหนิงรู้สึกว่าไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะว่าไม่ค่อยมีลมด้วย และอีกอย่างห้องที่พักพวกเราก็ปิดกันลมอย่างดี เลยไม่รู้สึกหนาวมากนัก รอดไปหนึ่งคืน
เช้าขึ้นมาพวกเราก็ไปที่ร้านอาหารตามเวลานัดคือ 07.00 น. ตื่นตาตื่นใจมากค่ะกับสลัดผัก แล้วก็ข้าวต้มร้อน ๆ ที่เขาจัดเตรียมไว้ให้ ลองดูภาพกันนะคะ

รับรู้ได้ถึงความกรอบและสดของผักเลยล่ะค่ะ พวกเราทานกันซะเกลี้ยงเลย ทานอาหารมื้อแรกเรียบร้อยแล้ว นางแบบก็เริ่มทำหน้าที่เขากล้อง ไปดูภาพกันดีกว่าค่ะ วางทั้งวิวซากุระ และลีลานางแบบแต่ละคนเป็นยังไงกันบ้าง อิอิ

เชียงใหม่-ขุนช่างเคี่ยน
มกราคม 13, 2009 at 9:03 am | In ท่องเที่ยว | 3 CommentsTags: ขุนช่างเคี้ยน, ซากุระ, ท่องเที่ยว, พญาเสือโคร่ง, เขียงใหม่, เที่ยวเชียงใหม่, เที่ยวไทย
หนิงเริ่มเดินทางออกจากภูเก็ตไปเชียงใหม่เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 52 ไปถึงเชียงใหม่ก็ประมาณ 4 ทุ่มเศษ ตอนแรกว่าจะรอจอยซึ่งไปคนละเที่ยวบินให้มาถึงก่อนซึ่งจะมาถึงตอน 5 ทุ่มครึ่ง ปรากฎว่าท้องมันร้องรอไม่ไหวแล้ว ก็เลยตัดสินใจเดินทางไปกินที่ร้านขายมา-ม่า หลัง มช. ดีนะที่ถามเพื่อนที่อยู่เชียงใหม่ก่อน เพราะว่าเขาย้ายร้านไปแล้ว เขาเลยอาสานำทางไปที่ร้านซะ (ดีหน่อย ได้กินเร็วขึ้นนิดนึง หิวมาก ๆ) รอจนจอยได้เดินทางมาร่วมโต๊ะเรียบร้อย เราก็ไปที่พัก ซึ่งได้ครูทิพย์ที่สอนโยคะให้ไปพักที่บ้านครู เพราะมีแต่ลูกกับหลานอยู่แค่สองคนค่ะ คืนนั้นพวกเรานอนหลับสบายมาก แอร์ก็ไม่ต้องเปิดค่ะเพราะอากาศดีมาก ๆ ค่ะ
จากนั้นเช้าวันที่ 6 พวกเราต้องตื่นกันตั้งแต่ 5.30 น. เพื่อเตรียมตัวออกจากบ้านตอน 6.00 น. ไปหาอาหารเช้าทานกัน กะว่าจะเปลี่ยนร้านซะหน่อย เพราะเพื่อนบอกว่าหน้า มช. ก็มีร้านอาหารเช้าอร่อย ๆ และเป็นอาหารพื้นเมืองอยู่ แต่พวกเราไปแล้วเขายังไม่เปิดกันเลยค่ะ เลยต้องไปกินกันที่ร้านข้าวต้มสมเพชรเจ้าเดิม
จากนั้นพวกเราก็มุ่งหน้าไปที่ขุนช่างเคี่ยน ซึ่งไปทางเดียวกับดอยสุเทพ ระหว่างทางเห็นเขาตั้งโต๊ะขายอาหารชุดเพื่อตักบาตร พวกเราก็เลยจอดรถทำบุญกันซะหน่อยค่ะ 
ทำเอาพวกเราจากที่อิ่มอยู่แล้ว ก็อิ่มบุญเพิ่มขึ้นไปอีกค่ะ อิอิ
แล้วพวกเราก็เดินทางต่อไปยังจุดหมาย
ขณะที่เดินทางไป ก็ไม่คิดนะคะว่าจะมีคนรู้จักที่นี่มาก เพราะพวกเรานำโดย 9mot ซึ่งเป็นทั้งไกด์ทั้งคนขับรถ และช่างภาพของพวกเรา ได้หาข้อมูลเรื่องท่องเที่ยวให้กับพวกเราทุกปี มักจะหาที่ใหม่ ๆ ให้พวกเราได้ไปกันเสมอ ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน เพราะขุนช่างเคี้ยนก็เป็นครั้งแรกที่พวกเราได้ไปเยือน พอเดินทางเข้าไปเรื่อย ๆ พวกเราก็เริ่มเห็นดอกซากุระ ทำเอาพวกเรายิ้มแก้มแทบปริกันเลยล่ะ เพราะปีที่แล้วกินแห้วไปเรียบร้อยเพราะได้เห็นแต่ซากซากุระที่ร่วงอยู่ตามพื้นเท่านั้นเอง ลองดูรูปนะคะ


ไม่ผิดหวังเลยค่ะ สำหรับวันแรกของพวกเรา เห็นแล้วก็คุ้มค่ากับการเดินทางจริง ๆ พวกเราก็ถ่ายรูปที่นี่ค่อนข้างเยอะเลย แล้วก็ได้ลองร้านกาแฟด้วย ขอบอกว่ากาแฟอร่อยเหมือนกันนะคะ เขาปลูกและคั่วบดกันเองด้วยค่ะ

(นี่เป็นภาพบรรยากาศภายในร้านกาแฟค่ะ)

เป็นไงค่ะ อยากไปกันบ้างอ่ะยัง สวยมาก ๆ ดูในรูปอาจจะยังไม่เท่ากับได้เห็นของจริงนะค่ะ อิอิ
อ้อ! ลืมบอกไปว่า วันนั้นพวกเราได้เป็นผู้ให้สัมภาษณ์กับรายการของช่อง NBT ด้วยล่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าเขาเอาไปออกรายการอ่ะป่าว อิอิ
บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
Entries and comments feeds.
