ไปเกาะไข่-เกาะพีพี กันดีกว่า

มิถุนายน 17, 2009 at 5:27 am | In ท่องเที่ยว | 11 Comments
Tags: , , , , , , , , ,

เป็นอีกครั้งที่หนิงโชคดีมาก ๆ ค่ะ  ที่อยู่ดี ๆ 9mot ก็มาชวนไปเกาะไข่กะเกาะพีพี  แบบจะว่าไม่ทันตั้งตัวก็ไม่เชิง  เพราะว่าก็รู้ล่วงหน้าสัก 2-3 วันเหมือนกัน  และยังโชคดีอีกตรงที่ว่า  วันที่พวกเราเดินทางไปกันอากาศงี้ดีมาก ๆ เลย  ทั้ง ๆ ที่ช่วงนี้เป็นช่วงของหน้าฝนแท้ ๆ แต่กลายเป็นว่าท้องฟ้าปลอดโปร่งซะ  ทำเอาหนิงอดไม่ได้ที่จะต้องตาม 9mot ให้มาเป็นตากล้องถ่ายรูปสวย ๆ กับวิวทะเลให้  บังเอิญว่าคราวนี้เป็นนางแบบคนเดียวซะด้วยซี  อิอิ  ไม่มีใครมาแย้ง scene เลยล่ะ  555

เริ่มด้วยเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (14 มิ.ย. 52)  พวกเราออกเดินทางจากบ้านประมาณเกือบ ๆ แปดโมงเช้า  ไปทานติ่มซำเจ้าประจำ (บุญรัตน์สาขาหน้าโรงเรียนดาวรุ่ง)  จากนั้นเราก็เดินทางมารอรถที่ สุโข สปา  ได้เวลานัดคือ 08.45 รถตู้ก็มารับ  แล้วก็ไปรับลูกค้าอีกคู่นึงที่ถนนถลาง  ไปถึงที่ท่าเรือ  ดูเหมือนว่าพวกเขารอแค่เรา 4 คนเท่านั้น  เพราะไปถึงไกด์ก็บอกให้คนอื่น ๆ และพวกเราขึ้นเรือกันเลย  แต่ก่อนลงเรือก็มีคนถ่ายรูปพวกเราเก็บไว้ทีละคู่ ๆ  จากนั้นก็ขึ้นเรือเป็นที่เรียบร้อย  ตอนแรกคิดว่าเรือคงจะขับไปแบบช้า ๆ แต่ที่ไหนได้กลายเป็นว่าเรือเขาความเร็วใช้ได้เลยทีเดียวเชียวละ  ดูบรรยากาศภายในเรือกันเลยนะ

DSC_7164

รู้สึกว่าเราจะมีผู้ร่วมเดินทางกันทั้งหมด 24 ชีวิต  (ไม่รวมไกด์และพนักงานบนเรือนะคะ)

ลงเรือไปประมาณ 20 นาทีก็ถึงจุดหมาย  เกาะไข่ไงจ๊ะ  ช่วงก่อนถึงขอบอกว่าสวยจริง ๆ ค่ะ  มองออกไปจากหัวเรือเห็นหาดทรายสีขาว  กับน้ำใส่ ๆ สีเข้ม ๆ ไม่ผิดหวังจริง ๆ ค่ะ

khai1

แต่วันที่หนิงไป  เรือไม่สามารถขึ้นไปจอดเทียบท่าได้  ก็มีเรือหางยาวมารับ  และครั้งแรกคิดว่าคนบนเกาะจะเยอะ  เพราะก่อนหน้านี้เพื่อน ๆ ที่เคยมาบอกเอาไว้แบบนั้น  นี่ก็เป็นความโชคดีของหนิง

อีกอย่างในวันนี้ค่ะ  เพราะสามารถถ่ายรูปกับวิวได้โดยไม่ติดศีรษะใครเลย  อิอิ  มาลองดูรูปกันดีก่านะคะ  ว่าจะสวยงามขนาดไหน  ก็อย่างที่บอกแหละค่ะว่าไม่มีใครแย้ง scene เลย  งานนี้โชว์เดี่ยวค่ะ  ning5

ไม่ได้พักงานมาหลายวัน  และรู้สึกมีเรื่องวุ่นวายใจมาเป็นอาทิตย์  ทำให้การเดินทางในครั้งนี้  เหมือนไปปลดปล่อยจริง ๆ ค่ะ  อีกอย่างไม่รู้จักใครเลยซากคน  จะทำอะไรก็ไม่ต้องเกรงใจมากนะ  เลยได้ภาพแบบนี้มาล่ะ  อิอิning6

ning7  ning8  ning9 

ท่าที่พลาดไปไม่ได้อีกท่า  ก็คือ  “กระโดด” ค่ะ  คราวนี้มันน่าตื่นเต้นดี  เพราะกระโดดเสร็จไปดูที่หน้าจอกล้องเห็นแล้วสะใจดี  ขอช่างภาพส่วนตัวถ่ายอีก 2 รูปล่ะ  ไม่ค่อยเลยเรา 555ning10 

อีกอย่างที่ทำให้หนิงรู้สึกน่าตาตื่นใจเหมือนกับมีคนมาจัดเตรียมไว้แล้ว  ก็คือ  ปลาค่ะ  ปลาที่นี้มันเชื่องจริง ๆ และเยอะมาก ๆ ขนาดเราอยู่แค่น้ำตื้น ๆ เองนะคะ  และด้วยความที่น้ำมันใสมาก ๆ มันสะใจจริง ๆ ล่ะ  ไม่รุจาบรรยายยังไง  ดูเอาเองดีก่านะ

khai4 

ning3เห็นรูปกันแล้ว  ก็รีบตัดสินใจไปเยี่ยมเยียนเกาะไข่กันเถอะค่ะ  เสียดายจัง  เพราะนอกจากปลาลายเสือที่เห็นกันอยู่  ยังมีปลาเกาหลีด้วยนะ  แต่เท่าที่ทราบมาบางช่วง  มีทั้งปลาญี่ปุ่นน่ารัก ๆ แล้วก็อีกหลากหลายเลยค่ะ  555  จากรูปที่เห็น  ขอบอกว่าปลามันมาตอดขาจริง ๆ เลยนะ  กลัวมันจะกัดอยู่เหมือนกัน  ล้อเล่นน่า  ไม่ใช่ปิลันยาซะหน่อย  แต่ก็คอยระวังกันเอาเองนะning2 

ไม่รู้ล่ะ  มาคราวนี้ร้อนแค่ไหน  แดดออกยังไง  หนิงไม่หวั่นเลย  กระทั่งเรือขับไประหว่างทาง  ยังออกมาอาบแดดด้านหัวเรือให้ช่างภาพถ่ายเลยล่ะจ้า  ning1 

DSC_7424ไปคราวนี้ไม่ได้ไปเกาะไข่อย่างเดียวนะคะ  แต่หนิงได้แวะไปทานข้าวเที่ยงที่เกาะยาวน้อย  สำหรับอาหารอาจจะเป็นแบบง่าย ๆ คงเป็นเพราะนักท่องเที่ยวด้วยมั่งค่ะ  เพราะเคยเห็นรูปของ group อื่นเขาได้ทานอาหารแบบบุฟเฟ่  แต่ก็ไม่ได้แย่นะคะ  หลังจากทานอาหารเสร็จเขามีนักเต้นรุ่นจิ๋วมาโชว์ให้พวกเราดูด้วยล่ะ  น่ารักดีค่ะ   

 

จากนั้นไกด์ก็พาเราขึ้นเรือไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมง  เพื่อไปที่เกาะพีพี  ช่วงนั้นบางคนเพิ่งทานPhiPhi-le7ข้าวอิ่มก็ถือโอกาสนอนหลับพักผ่อนไป  บางคนก็ไปนอนอาบแดดที่หัวเรือ  ส่วนหนิงและช่างภาพก็เข้า ๆ ออก ๆ ตามสถานการณ์ค่ะ  ตั้งแต่เกิดสึนามิขึ้น  หนิงเองยังไม่ได้เดินทางมาที่เกาะพีพี อีกเลย  PhiPhi-le1  PhiPhi-le6   

นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีได้แล้วซินะ  ยังสวยเหมือนเดิมเลยค่ะ  เพียงแต่ที่ตัวเกาะพีพีเอง  หนิงว่าร้านค้าอาจจะเยอะไปนิดนึง  แต่เกาะอื่น ๆ ที่เป็นเกาะบริวารก็ยังคงสวยอยู่  จริง ๆ วันนั้นเขาจอดเรือให้พวกเราลงไปดูปะการัง  แต่หนิงไม่ค่อยชอบลงน้ำเท่าไหร่  ก็เลยเล่นเกมส์รออยู่บนเรือค่ะ  PhiPhi-don1  PhiPhi-don4  ได้เวลา 4 โมงตรง  พวกเราก็เคลื่อนขบวนกลับ  ก็น่าตื่นเต้นนิดหน่อยเพราะเริ่มมีคลื่น  ทำให้บางช่วงบางจังหวะมีลุ้นนิด ๆ (บังเอิญเป็นคนที่ค่อนข้างกลัวอุบัติเหตุทางน้ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วยอ่ะค่ะ  น่าฉงฉารไห๊ม)  เลยต้องพยายามทำให้หลับ  จะได้ไม่ต้องรับรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  ไม่น่าเชื่อทำได้ดีจริง ๆ ค่ะ  แปล๊บเดียวหลับ  ตื่นก็ตอนใกล้ถึงฝั่งแย้ว  ปลอดภัยกลับมา  ต้องขอขอบคุณ 9mot นะคะที่หาทัวร์ดี ๆ ให้  รู้สึกว่าจะไปอ่านมาจาก blog ของคุณ yut อ่ะค่ะ

นิวซีแลนด์วันที่สาม Twizel – Arrow Town และ Queens Town

พฤษภาคม 24, 2009 at 11:17 am | In ท่องเที่ยว | 3 Comments
Tags: , , , , , , , , ,

เย้!  วันนี้อากาศก็ยังคงเป็นใจให้กับพวกเราอีกวัน  ตื่นเช้ามาเจออากาศเย็น ๆ กับแสงอุ่น ๆ และแม่คนิ้งมีความสุขจัง  อิอิ

DSC_2360  DSC_2363  DSC_2366  DSC_2385

หลังจากทานอาหารและจัดเตรียมอาหารสำหรับมื้อเที่ยงเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็เริ่มเคลื่อนขบวน  ก่อนอื่นต้องไปเติมน้ำมันกันก่อน  ที่นี่ต่างจากเมืองไทยนะคะ  เราต้องเติมน้ำมันเองแล้วก็ต้องเข้าไปจ่ายเงินในร้านเองด้วย  แสดงว่าที่บ้านเมืองเขามีความซื่อสัตย์กันจริง  ๆ นะคะ  ลองมาใช้ระบบนี้ในเมืองไทยดูซิค่ะ  รับรองเจ้าของปั้มเจ้งแน่ ๆ 555

เป้าหมายแรกของพวกเราในวันนี้ก็คือ  ฟาร์มปลาเซลมอนค่ะ  หนิงกับ 9mot ไม่ได้ตื่นเต้นที่ได้เห็นฟาร์มปลาเซลมอนหรอกนะคะ  แต่ตะลึงกับวิวฝั่งตรงข้ามมากกว่าค่ะ  เพราะมันเหมือนกับสรวงสวรรค์เลยที่เดียว  ลองดูซิค่ะว่าที่บอกจริงอ่ะป่าว  (อย่าเพิ่งอิจฉานะคะ  แค่วันที่สองเอง  อิอิ)

DSC_2423  DSC_2431 DSC_2430    DSC_2449

DSC_2418

อดไม่ได้ที่จะต้องถ่ายภาพหมู่กันอีก  คราวนี้ครบทีมกันเลยทีเดียวค่ะ  จากซ้ายไปขวานะคะ  พี่ยุ้ย, น้องจ๊ะ, พี่สมชาย, พี่อ๊อด, พี่เหน่ง, พี่แจ๋ว, พี่จักร, พี่ตะวัน, พี่เปิ้ล, หนิงเอง, พี่อ้อย, พี่วิโรจน์  และ 9mot ค่ะ

อุ๊ย!  มัวแต่โชว์รูปจนเพลิน  ลืมเล่าไปเลยค่ะว่า  พวกเราได้ซื้อเนื้อปลาเซลมอนสด ๆ มาด้วย  เพื่อเป็นอาหารมื้อเย็นของวันนี้  เพ็คอย่างดีค่ะ  สดมาก ๆ  และทางทีมเราก็ได้จัดเตรียมผู้เฝ้าปลาเซลมอนไว้ด้วยเป็นใครไปไม่ได้ค่ะ  นอกจากแม่ครัวใหญ่ของเราพี่อ้อยนั่นเองค่ะ

จากนั้นพวกเราก็ไปยังเป้าหมายถัดไป  ซึ่งเป็นคำขอของพี่เหน่ง (สาวนัก shop ประจำ trip ค่ะ)  เราไปกันที่ร้าน Clearance Sale ซึ่งมีร้านขายกาแฟในบริเวณเดียวกันด้วย  ภาพวิวบริเวณร้านนี้สวยมากเช่นกัน  อดใจไม่ไหว  หนิงและ 9mot (ช่างภาพประจำตัว อิอิ)  อดใจไม่ได้ที่จะต้องซื้อกาแฟดื่มกันก่อน (ปกติชอบกลิ่นกาแฟมากค่ะ)  แล้วก็ออกมาถ่ายภาพกัน  ไม่ผิดหวังจริง ๆ ค่ะ

DSC_2479  DSC_2485  DSC_2488  DSC_2490

หลังจากที่ได้ shopping กันไปแล้ว  พวกเราก็เดินทางต่อ  แต่ไม่น่าพวกเราก็ต้องแวะจอดรถถ่ายรูปกันอีกแล้ว  ก็อดใจไม่ไหวนี่ค่ะ  กับภูเขาและท้องฟ้า  สวยซะจนพวกเราอดใจที่จะลงไปกระโดดกันไม่ได้เลยล่ะ  แม้แต่พี่จักรวัย 21 ได้ร้อยก็ยังไม่เว้นกันเล๊ย

DSC_2531  DSC_2533  DSC_2535  DSC_2540 

กระโดดกันจนหนำใจ  พวกเราก็ขึ้นรถเดินทางต่อ  ไปได้สักพักใหญ่  รถคันแรกเพิ่งรู้ตัวว่ารถคันหลังไม่ได้วิ่งตามมา  รออยู่พักนึง  ต้องขับรถกลับไปตาม  ปรากฎว่ารถคันเขียนเกิดอุบัติเหตุยางแตก  ดีนะคะที่คนขับเฉลียวใจ  เลยจอดดูซะก่อนเลยไม่มีใครบาดเจ็บค่ะ  มาดูภาพที่พวกเราต้องช่วยกันเปลี่ยนยางนะคะ 

DSC_2547  DSC_2546

จากเหตุการณ์ในครั้งนี้  พวกเราได้ข้อสรุปกันว่า  ต่อไปเวลาเช่ารถกรุณาเช็คสภาพของยางอะไหล่ด้วยค่ะ  เพราะวันนั้นดีนะคะที่พวกเราเช่ารถมาสองคัน  เพราะยางอะไหล่ของรถคันที่ยางแตกไม่สามารถใช้การได้  เพราะยางไม่มีลม  พอจะแก้สถานการณ์โดยเอายางอะไหล่ของอีกคันมาใส่แต่ขนาดไม่เท่ากันอีก  ก็เลยขับไม่เรื่อย ๆ ไม่เร่งมากค่ะ

จากนั้นเราก็แวะที่ร้านผลไม้ร้านดัง  ได้ลองชิมไอศครีมด้วย  อร่อยมาก ๆ เลย  เพราะเขาใช้ผลไม้สด ๆ ปั้นรวมกับไอศครีมเลย  อู๊ย  สุดบรรยายค่ะ

DSC_2572  DSC_2573  DSC_2575  DSC_2585

ได้ชิมผลไม้  และไอศครีม  รวมไปถึงซื้อไปทานกันค่ำนี้เรียบร้อยแล้ว  ก็ต้องรีบเดินทางต่อไปยังเมือง Arrow Town  เพราะพวกเราต้องเสียเวลากับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดไว้ก่อนหน้านี้พอควร  เมื่อมาถึงเมือง Arrow Town  รถยังไม่ทันจอดสนิทเลย  ก็เล็งที่จะถ่ายภาพกันเรียบร้อย  เพราะเมืองนี้เป็นเมืองเล็ก ๆ ดูตรงไหนก็น่ารักไปหมดเลยค่ะ

DSC_2598  DSC_2603  DSC_2618  DSC_2666  DSC_2687  DSC_2691  DSC_2692  DSC_2714  DSC_2720 

หลังจากเราเข้า check in เรียบร้อยแล้ว  พวกเราก็โหวดกันว่าจะไปที่ coronet peak กันหรือเปล่า  เพราะหลังจากนั้นจะไป Queens Town กันต่อ  สรุปว่าจะไปกันทุกที่  แต่เมื่อไปถึง Coronet peak พี่ตะวันเล่าให้ฟังว่า  ปกติแล้วที่นี่เป็นสถานที่เล่นสกี  ซึ่งช่วยกลางเดือน เม.ย. หิมะก็ยังพอมีหนาอยู่  แต่วันที่พวกเราไปกันนั้นหิมะละลายไปเกือบหมดแล้วอ่ะค่ะ  เลยเอาหิมะมาฝากได้แค่เนี่ยค่ะ

DSC_2737  DSC_2741  DSC_2747

จากนั้นเราก็ไปกันที่ Queens Town  ซึ่งเป็นเมืองที่ค่อนข้างเป็นเมืองธุรกิจ  มีร้านขายเสื้อผ้าและของฝากเยอะทีเดียว  นัก shop ในทีมเราก็ไม่พลาดกันอยู่แล้ว  ได้ติดไม้ติดมือกันมาพอควร  จนใช้เวลากันเกินเวลานัดที่ต้องไปทำอาหารมื้อเย็นกัน  คนที่รอก็ท้องกิ่วกันไปนิดนึง

DSC_2758  DSC_2789  DSC_2805

พอถึงที่พัก  ก็นำของที่พี่ตะวันเป็นผู้เสียสละไปซื้อกับข้าวออกมาจัดแจง  ซึ่งคืนนี้พวกเราได้ทานอาหารอร่อย ๆ หลายอย่าง  เช่น  ปลาเซลมอนสด  ปลาเซลมอนย่าง  หรือแม้กระทั่งหอยแมงภู่นิวซีแลนด์ต้มที่มีขนาดใหญ่ทีเดียว  และรสชาดก็ดีกว่าหอยไทย  เพราะปกติถ้าเราทานหอยที่มีขนาดเท่านี้  เนื้อจะเหนียวมาก ๆ แต่นี่เนื้อยังนุ่มอร่อยมากเลยค่ะ  บวกกับน้ำจิ้มรถเด็ด ๆ ที่บรรดาเหล่าแม่ครัวช่วยกันปรุง  และตบท้ายด้วยชมรม wine ตั้งวงกันก่อนนอนกันต่ออีก  หลังนั้นพวกเราก็พักผ่อนในบ้านพักหลังนี้กันค่ะ

DSC_2808

นิวซีแลนด์วันที่สองที่ Lake Tekapo – MT. Cook

พฤษภาคม 21, 2009 at 1:53 pm | In ท่องเที่ยว | 1 Comment
Tags: , , , , , ,

หนิงลืมบอกไปว่าในวันแรกที่เดินทางมาถึงพวกเราจะต้องเจอกับฝนซึ่งตกไม่ค่อยมากนักแต่ก็พอลงเม็ดให้พวกเราต้องหลบค่ะ

แต่สำหรับวันนี้  ท้องฟ้าเป็นใจค่ะ  อากาศดีทีเดียว  พวกเราได้ช่วยกันตระเตรียมอาหารมื้อกลางวัน  และทานอาหารเช้ากันเรียบร้อย  ก็พากันขึ้นรถ  ดีนะคะที่พี่ยุ้ย (ผู้ร่วมเดินทางอีกคน) ได้เตรียมวิทยุสื่อสารไปด้วย  ทำให้การสื่อสารระหว่างรถสองคันง่ายขึ้นทันที  เกินพลัดหลงกันก็จะได้บอกกันได้  แต่มันใช้ได้ระยะไม่เกิน 500 เมตรเท่านั้นค่ะ

เริ่มต้นเดินทางได้ไม่นาน  สองข้างทางที่พวกเราขับผ่าน  มันเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจจริง ๆ ค่ะ  เพราะน่ารัก  สวยงามมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน  ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบ้านชั้นเดียว  สร้างแบบเรียบง่ายแต่ดูแล้วเก๋ดีค่ะ  ต้นไม้ก็มีหลายสีสันให้เราได้ดู  ทำให้บรรยากาศรอบ ๆ ดูมีชีวิตชีวาไปหมด  ไม่รู้จะบรรยายยังไงดีให้ทุกคนได้เห็นภาพไปกับหนิงด้วย  เอาเป็นว่าเราลองไปดูรูประหว่างทางกันเลยดีกว่านะคะ

DSC_1804

นี่ก็เป็นภาพฝูงแกะฝูงแรก ๆ ตื่นเต้นกันมากค่ะ  แต่เสียดายนะคะ  ที่พวกมันไม่ค่อยกล้าสบตากับเรา  ภาพหลังจากนี้มันหันก้นให้เกือบหมดทุกตัวเลยล่ะ  ฉงฉัยจะกลัวเป็นพวก ปา-ปา-รัส-ซี  อิอิ

DSC_1838 DSC_1874 DSC_1827  DSC_1822

นี่ก็เป็นภาพบรรยากาศระหว่างทาง  เป็นสวนสาธารณะแห่งนึง  บรรยากาศดีมาก  อากาศดี ๆ

มีอีกเรื่องที่น่าสังเกตสำหรับเมืองนี้ก็คือ  ไม่ค่อยพบผู้คนและรถสักเท่าไหร่  ไม่เหมือนกับตอนอยู่ที่บ้าน  ทั้งคนทั้งรถยั้วเยี้ยไปโม๊ด

DSC_1873

นี่ก็เป็นภาพของผู้ร่วมเดินทางค่ะ  ของแนะนำทีละคนไล่กันไปเลยนะคะ  คนแรกพี่สมชายค่ะ  ถัดมาคนที่นั่งก็หนิงเอง  ต่อมาก็เป็นพี่อ๊อดคนข้างกายพี่สมชายค่ะ  แล้วก็เป็นพี่เปิ้ลและพี่เหน่ง  นาวีสาวของเรา  คนสุดท้ายก็คือพี่ตะวัน  ผู้ที่ดูแลเราตลอดการเดินทางค่ะ

เรายังเดินทางไม่ถึงที่หมายกันเลยค่ะ  แต่ก็ได้ดูวิวตลอดสองข้างทางจริง ๆ บางช่วงจะเรียกว่าดูวิวทั้ง 360 องศาเลยก็ว่าได้นะคะ

ขับรถมาจนได้เวลาเที่ยงเราก็ถึงที่ Lake Tekapo ซึ่งเป็นเวลาหม่ำอาหารพอดี  ก็จัดแจงโต๊ะบุฟเฟ่กันซะหน่อยค่ะ  ดูบรรยากาศตอนทานข้าวกันซะหน่อยนะคะ  ว่ามีความสุขกันแค่ไหน  อิอิ

DSC_1972    DSC_1976

เนี่ยแหละค่ะ  ทุก ๆ วันเราจะมีอาหารอร่อย ๆ จากแม่ครัวชั้นเยี่ยมให้บริการทุกมื้อ  เราทานกันท่ามกลางอากาศที่หนาวพอควร  สังเกตุได้ว่าจริง ๆ แล้วมีบริเวณที่ร่มนะคะ  แต่เกือบทุกคนวิ่งมาหาที่นั่งกลางแดดกันหมดค่ะ  คิดเอาเองนะคะว่าหนาวแค่ไหน  ดูจะภาพอาจจะดูไม่ออก  ทานอาหารกันเรียบร้อย  เหล่าบรรดานางแบบและช่างภาพต่างก็รู้หน้าที่ของตัวเอง  เราขยับรถไปเรื่อย ๆ ในบริเวณ Lake Tekapo ค่ะ  ลองดูภาพเอาล่ะกันนะคะว่าสวยแค่ไหน

DSC_2005  DSC_2002  DSC_2007

DSC_2027  DSC_2079

เป็นไงค่ะ  เห็นแล้วอยากไปกันบ้างอ่ะป่าว  สวย ๆ จริง ๆ น่าเสียดายนะคะเวลาที่พวกเราไปอาจจะไม่ค่อยดีนัก  เพราะเท่าที่ทราบมา  ทะเลสาบแห่งนี้  เราจะต้องได้เห็นเป็นสีเทอร์คอยส์  พวกเราก็ได้เห็นนะคะแต่เป็นบางมุมอ่ะค่ะ

DSC_2044

ขาดไม่ได้ก็คือภาพหมู่ค่ะ  สำหรับภาพนี้ยังไม่ครบทีมนะคะ  แต่ก็ขอแนะนำผู้ร่วมเดินทางอีกรอบค่ะ  เรียงจากซ้ายไปขวานะคะ  พี่แจ๋ว, พี่ยุ้ย (พี่แจ๋วจ้างให้มาด้วยค่ะ อิอิ), พี่อ๊อด (คนนี้พี่สมชายบังคับให้มาค่ะ), พี่สมชาย, 9mot, พี่เปิ้ล, หนิง, พี่เหน่ง, พี่อ้อย, พี่จักร (วัย 21 ปีครบ 100 จ้า), พี่วิโรจน์ (มาด้วยกันกับพี่อ้อยค่ะ)

หลังจากที่พวกเราร่าเริงกับการถ่ายภาพ  ซึ่งได้ภาพเด็ด ๆ กันเยอะมาก ๆ จริง ๆ (อยากจะเอามาให้ดูเยอะ ๆ แต่เกรงใจค่ะ  ไว้โอกาสดี ๆ ค่อยเอามานำเสนอก็แล้วกันนะคะ)  จากนั้นพวกเราก็เดินทางต่อไปยัง MT. Cook ค่ะ  อากาศหนาวมาก ๆๆๆๆ  พวกเราไปถึงค่อนข้างเย็นแล้ว  เลยเก็บภาพมาได้แค่พอควร  และก็แสงไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ค่ะ

DSC_2228  DSC_2235

DSC_2265  DSC_2281

หลังจากนั้นพวกเราก็เดินทางมาที่ Twizel  เพื่อจัดการอาหารมื้อค่ำ  ดูห้องพัก  และบรรยากาศในการทำอาหารของพวกเราซิค่ะ  อิอิ

DSC_2327   DSC_2328

ค่ำ ๆ ช่างภาพของเราก็ยังอุตส่าห์สู้ลมหนาว  ออกมาถ่ายภาพพระจันทร์กับบรรยากาศตอนกลางคืนด้านนอกที่พักอีกด้วยล่ะ

DSC_2332

ค่ำคืนของวันนี้  พวกเราก็นอนหลับสบาย  ภายในที่พักบนผ้าห่มไฟฟ้า  และเครื่องทำความร้อน  ฝันหวานถึงวันรุ่งพรุ่งนี้ว่าจะเจอแบบไหนหนอ  อิอิ

Trip นิวซีแลนด์

พฤษภาคม 19, 2009 at 12:48 pm | In ท่องเที่ยว | 5 Comments
Tags: , , , , , , , , ,

มาแว้ว  สำหรับตอนแรก  ขอเล่าตั้งแต่ออกเดินทางจากภูเก็ตเลยล่ะกันนะคะ

หนิงเริ่มเดินทางออกจากภูเก็ตเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 52  ตอนประมาณเกือบสี่ทุ่ม  ไปถึงที่พักของเพื่อนที่อ่อนนุช  ก็ปาไปเกือบเที่ยงคืน  รุ่งเช้าอีกวันหนิงกับ 9mot ก็ยังง้วนกับการซื้ออุปกรณ์กันหนาวกันอยู่  เพราะพี่ตะวันได้โทรมาแจ้งว่า  อุณหภูมิทางโน้นบางวันติดลบ 2 กลางวันก็ไม่ถึง 10 องศา  ทำเอาหนิงวิตกกังวลอย่างรุนแรงเพราะปกติหนิงไม่ค่อยชอบอากาศหนาวเท่าไหร่  ก็ได้ที่ปิดหูกับถุงเท้าแล้วก็ลองจอห์นอีก 2 ชุด   เพราะที่ตระเตรียมมาจากภูเก็ตก็ได้หยิบยืมมาค่อนข้างพร้อมแล้ว  ประมาณบ่ายสามครึ่งเราก็เดินทางออกจากคอนโดไปที่สุวรรณภูมิ  เพื่อไปยังจุดนัดพบกับคณะ (พี่ ๆ ที่ยังไม่เคยเห็นหน้าเห็นตากันมาก่อน  ตื่นเต้นจัง)  ไปถึงไม่นานเราก็ได้รับโทรศัพท์จากพี่ ๆ เพื่อนัดเจอกัน  ได้เจอกันครบทั้งคณะแล้ว  ก็ทำการเช็คอินของสายการบิน Emirates  เจอปัญหานิดหน่อย  พวกเราได้เข้าไปแบบ group check in แต่แปลกตรงที่น้ำหนักกระเป๋าเขาให้ต่อคน  ซึ่งเราก็ต้องประสบปัญหาเนื่องจาก 9mot เป็นผู้ดูแลกระเป๋าเสบียงซึ่งน้ำหนักปาไป 25 kg ในขณะที่เขาให้น้ำหนักต่อคนเพียง 20 kg เท่านั้น  พวกเราก็ต้องไปต่อรองกับพนักงานนิดหน่อยให้หมู่มากเข้าว่า  อุ๊ย! ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ  เพียงแต่สอบถามนิดหน่อยว่าเรามาเป็นคณะ  จองตั๋วก็จองเป็นคณะ  วีซ่าก็ทำมาแบบเป็นคณะ  ทำให้น้ำหนักกระเป๋าให้พวกเราเป็นคณะไม่ได้  สุดท้ายก็ยินยอมแต่โดยดีค่ะ

หลังจาก check in พวกเรายังมีเวลาอีกพอสมควร  ก็ทำการเดินตรวจตราที่ duty free แต่ไม่ได้ของอะไร  เพียงแค่ฆ่าเวลาก่อนขึ้นเครื่องเท่านั้น  จากนั้นพวกเราก็ขึ้นเครื่องเพื่อเดินทางไปยังสนามบิน sydney ซึ่งใช้เวลาประมาณแปดชั่วโมงเศษ  ช่วงเวลานั้น  หนิงเองก็ได้พบกับความประทับใจของสายการบิน Emirates หลายอย่าง  ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ที่ปรับได้พอควร  และความกว้างซึ่งไม่ได้กว้างมากแต่เท่าที่สังเกตุก็กว้างกว่าสายการบินอื่น  แถมยังมีจอส่วนตัวให้เราได้เล่นเกมส์  ดูหนัง  ฟังเพลง  หรือดูสถานการณ์ของเส้นทางไว้แก้เซ็ง  อีกต่างหาก  นอกจากนั้นยังมีอาหารอร่อย ๆ เสิร์ฟอีกด้วยล่ะ  (ชอบมาก ๆ เลย  อิอิ)

เมื่อเดินทางมาถึงสนามบิน sydney  อากาศก็โปร่งใสดี  ได้แต่หวังว่าที่ NZ น่าจะอากาศดีแบบนี้เหมือนกัน  (คิดเข้าข้างตัวเองไว้ก่อน  เผื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะเห็นใจ 555)  พวกเราก็เดินไปดูโน้นดูนี่แก้เซ็ง  และก็แวะไปใช้ Internet ฟรี  เพื่อส่ง e-mail ไปยั่วน้ำลายเพื่อนๆ ที่ office เล่น ๆ ไม่น่าก็ได้เวลาขึ้นเครื่อง  ซึ่งก็นั่งต่อไปอีกประมาณ 3 ชั่วโมง  ก็ถึงสนามบิน Christchurch ซึ่งเราก็ต้องมาลุ้นกับการผ่านด่านตรวจอีก  เพราะถูกขู่มาว่าเข้มงวดมาก  มันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เขามีทีมตรวจเช็คที่น่ารักมาก ๆ เลยล่ะ  ก็มีเจ้าหน้าตัวน้อย ๆ มาคอยดมกลิ่นตามกระเป๋าที่โหลดจากเครื่อง  พอหมาเข้าไปดม ๆ ใบไหนผิดปกติเจ้าหน้าที่ก็จะยกออกมาแยกไว้ต่างหาก  และเอาสติ๊กเกอร์แปะไว้  พร้อมกับให้รางวัลเจ้าตูบด้วย  มันทำหน้าที่ของมันได้ดีทีเดียวล่ะ  น่ารักมาก ๆ 

ในที่สุดพวกเราก็สามารถนำข้าวของสัมภาระต่าง ๆ ที่หอบหิ้วไปจากเมืองไทยผ่านด่านออกมาได้โดยไม่ต้องเสียทรัพย์สินเลย  อันนี้ก็ต้องยกผลประโยชน์ให้ 9mot นิดนึง  เพราะเขาทำหน้าที่ในการ declare กระเป๋าเสบียง  ลุ้นกันแทบแย่  ไม่อดตายแล้วล่ะ  555

ออกจากประตูมา  คาดว่าพี่ตะวันจะต้องมารับพวกเราแล้ว  แต่กลับเป็นว่าพวกเราไม่เจอ  นั่งรอยืนรอ  เดินรอกันพักใหญ่ ๆ จนเริ่มชักจะกระวนกระวายกันเล็กน้อย  แต่ท้ายที่สุดก็เจอกัน  ปรากฎว่าพี่ตะวันไปรับรถมาให้พวกเราเรียบร้อยแบบพร้อมเดินทางต่อเลย 

การท่องเที่ยงของพวกเราเริ่มคิดแล้ว  แต่ยังไม่ทันไรพวกเราก็ไม่สามารถผ่านประตูอัตโนมัติของสนามบินได้  ระบบเขาดีจริง ๆ ค่ะ  เพราะพวกเราจะต้องไปจ่ายเงินค่าจอดรถกันก่อน  จึงจะผ่านออกมาได้  จากนั้นพวกเราก็เดินทางมายังโรงแรม Bush Inn Count Motel  สำหรับหนิงเองอาจจะไม่ค่อยคุ้นกับรูปแบบนักกับรูปแบบของ Motel  แต่ขอบอกว่าสะดวกสบายมา  พวกเราพักกันทั้งหมด 3 ห้อง  ห้องของเรานอนกันทั้งหมด 5 คน  สำหรับที่นอนในห้องจะมีผ้าห่มไฟฟ้าให้  แต่สำหรับด้านนอกที่เป็นห้องโถงจะมีเครื่องทำความร้อนให้  ทำเอาหนิงโล่งใจไปเยอะ  เพราะตอนแรกยังไม่แน่ใจว่ามา 10 วันจะได้อาบน้ำสักกี่วัน  แต่ถ้าเป็นแบบนี้  อาบวันละ 2 รอบก็ยังไหว  อิอิ

นี่เป็นรูปของ Motel ที่พวกเราไปพักกันค่ะ

 DSC_1730

นี่ก็เป็นรูปภายในห้องนอนค่ะ  อีกห้องเป็นเตียงเดี่ยง 2 เตียงค่ะ

DSC_1734

มาแล้วขอถ่ายกับป้ายซะหน่อย  อิอิ

DSC_1800

หลังจากที่เราเก็บสัมภาระ  เข้าห้องน้ำ  และเอกเขนกกันนิดหน่อย  พวกเราก็รวมตัวกันเดินทางไปทานอาหารมื้อค่ำ  ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก Motel นัก  ไม่แน่ใจว่าหิวกันด้วยอ่ะป่าว  แต่รู้สึกว่าอาหารอร่อยมาก ๆ แต่คงจะอร่อยจริง ๆ แหละเพราะช่วงเวลาที่พวกเรานั่งอยู่ในร้าน  จะมีลูกค้าเต็มเกือบตลอด

บรรยากาศภายในร้านค่ะ

DSC_1738

จากนั้นพวกเราก็ไปซื้ออาหารสด  เพื่อไปเตรียมอาหารเช้าและเที่ยงของวันพรุ่งนี้  สำหรับคืนแรก  พี่ ๆ เขาก็ชวนให้น้องหนิงกับน้องมดมาลองลิ้มรส wine NZ ซะแล้ว  ปกติไม่ค่อยนิยมแอลกอฮอล์เท่าไหร่  แต่งานนี้  ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว  ลองกันซักตั้ง  อิอิ  หลับสบายเลยล่

DSC_1744

รายงานตัวค่ะ

พฤษภาคม 13, 2009 at 4:03 am | In ท่องเที่ยว | 7 Comments
Tags: , ,

หายไปนานมั๊กมัก  สำหรับเที่ยวนี้  ก็แอบหนีไปชาร์ตแบตให้ตัวเองที่นิวซีแลนด์มาอ่ะค่ะ  ไม่ได้บอกกล่าวไว้ล่วงหน้า  ต้องขออภัยไว้ด้วยนะคะ  เพราะก่อนไปก็รีบทั้งเคลียร์งานและเคลียร์คิวหลาย ๆ อย่าง (อุ๊ย! ดูเหมือนเป็นคนดังยังไงไม่รุ  แต่มันเป็นยังงั้นจริง ๆ นะจ๊ะ  อิอิ)  ทำเอาไม่มีเวลามาแจ้งข่าวกันเลย

แต่ยังไงตอนนี้ก็กลับมาแล้ว  และก็คิดว่าสมองปลอดโปร่งขึ้นพอสมควร  จะพยายามเล่าเรื่องราวต่าง ๆ จากประสบการณ์ที่ไปนิวซีแลนด์ให้เพื่อน ๆ ได้พอเห็นภาพลาง ๆ เพราะหนิงเองคิดว่าหนิงคงไม่สามารถถ่ายทอดจากสิ่งที่สัมผัสผ่านทางตัวอักษรและภาพได้เท่ากับที่หนิงได้ไปเห็น  ไปได้ยิน  ไปสัมผัสเองอย่างแน่นอน  แต่อย่างน้อยก็พอยั่วน้ำลายให้กับบางคนอย่างไปได้บ้างล่ะ  ฮา ฮา ฮา

สำหรับหนิงแล้ว  การเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งที่หนิงประทับใจมาก  และรู้สึกว่าเราได้ไปพักผ่อนจริง ๆ เพราะตั้งแต่เริ่มเดินทางจนกระทั่งวันกลับ  หนิงประทับใจกับทุก ๆ อย่าง  ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน (Emirates) ผู้ร่วมเดินทางทุกคน (ถึงแม้จะไม่เคยเห็นหน้าเห็นตากันมาก่อน  และวัยก็ต่างกันซะเหลือเกิน  แต่ทุกคนก็เข้ากันได้ดีเหมือนกับอยู่รุ่นเดียวกันเลยล่ะ)  บรรยากาศของนิวซีแลนด์  รวมไปถึงน้องแกะ  น้องวัว  น้องกวาง  ที่ไปหากินอยู่บนทุ่งหญ้าร่วมสร้างบรรยากาศกับทิวเขาที่ประดับด้วยหิมะตรงปลายยอดพร้อมกับทิวต้นไม้ทั้งสีเขียว  สีเหลือง  ทำให้ยิ่งประทับใจมากขึ้นไปอีก  อีกอย่างนึงก็คือไปคราวนี้เหมือนกับตัดขาดจากความเครียดต่าง ๆ ได้อย่างดี  เพราะเราปิดโทรศัพท์กันหมด  และไม่ใช้ internet กันเลย  เหมือนกับทิ้งงานทุกอย่างไว้ที่เมืองไทยจริง ๆ ทุก ๆ วันเราตื่นเต้นกับสองข้างทางจนลืมคิดถึงเรื่องอื่น ๆ ไปหมด  มันสวยจนสุดจะบรรยาย  (ขอติดเรื่องรูปไว้ก่อนนะคะ  เพราะมันเยอะมาก ๆ จนยังขยับขยายได้ไม่เท่าไหร่  แล้วหนิงจะเอามาเขียนเล่าในแต่ละเมืองที่ไป  พร้อมกับรูปอีกครั้งนะคะ)

สรุปแล้วคุ้มจริง ๆ ค่ะ

แม่ฮ่องสอน-ปางอุ๋ง

มกราคม 17, 2009 at 8:07 am | In ท่องเที่ยว | 6 Comments
Tags: , , , , , , , ,

จากแม่เมย  พวกเราก็ต้องรีบเดินทางต่ออีก  ซึ่งวันนี้พวกเรามีจุดหมายปลายทางคือ ปางอุ๋ง  ถึงแม้จะเป็นที่ ๆ พวกเราเคยไปมาแล้ว  อ้อ  แต่ยังมีพี่สาวที่ยังไม่เคย  และวันนี้เราต้องรับสมาชิกใหม่อีกหนึ่งคนคือ  พี่กร  เพิ่งมาเป็นสมาชิกใหม่ในก๊วนค่ะ (กำลังจะเป็นว่าที่เขยก๊วนอ่ะค่ะ)  เราไปรับพี่กรที่ในเมืองแม่ฮ่องสอน  เพราะพี่กรเพิ่งกลับจากขับเครื่องบินมา  เลยนอนพักผ่อนรอพวกเราไปก่อนในช่วงกลางวัน  จากนั้นเราต้องไปที่ศูนย์ศิลปาชีพแม่ฮ๋องสอน  เพื่อไปรับบัตรเข้าปางอุ๋ง  เนื่องจากตอนนี้มีนักท่องเที่ยวไปที่ปางอุ๋งกันเยอะเขาจึงต้องกำหนดจำนวนคนเข้าในแต่ละวัน  ซึ่งหนิงว่าดีมาก ๆ เลยค่ะ  เพราะว่าขนาดช่วงที่หนิงไปเขาบอกว่าคนไม่มากไม่ต้องรับบัตรก็ได้  แต่พอไปเข้าจริง ๆ ทำเอาพวกเราหามุมถ่ายรูปยากเหมือนกันค่ะ  เพราะคนเต็มไปหมดเลยล่ะ  และที่ศูนย์ศิลปาชีพเขาก็มีของพื้นเมืองขาย  หนิงก็ไปซื้อพวงกุญแจกับผ้าพันคอขนแกะมาฝากพื่ ๆ เพื่อน ๆ ที่บริษัทฯ ด้วยล่ะ  แต่ซื้อได้ไม่มากเพราะกระเป๋าหนักเหลือเกิน  แต่กระเป๋าตังค์กลับเบามาก ๆ ค่ะ  อิอิ

ซื้อของกันเรียบร้อย  ดูท่าทาง 9mot ค่อนข้างรีบ  เพราะกลัวเรื่องเส้นทาง  และคงจะอยากถ่ายภาพตอนพระอาทิตย์จวนจะตกด้วย  พวกเราก็ไปถึงที่นั่นโดยปลอดภัย  แต่ 9mot ถ่ายรูปไม่ทันตามแสงที่อยากได้  เพราะแสงเริ่มหมดแล้ว  แต่ก็เก็บภาพช่วงพระอาทิตย์ตกได้เยอะเหมือนกันค่ะ  ลองดูกันเลยนะคะ

dsc_1657  dsc_1666  dsc_1700  dsc_1726  dsc_1721

หลังจากถ่ายรูปเรียบร้อย  พวกเราก็เข้าที่พักก็บ้านลุงปาละเจ้าเก่า  แล้วก็สั่งอาหารค่ำทานกันภายใต้ลมเย็น ๆ ที่นั่นค่อนข้างหนาวมาก  เกือบจะไม่อาบน้ำเหมือนกัน  แต่เกรงว่าเพื่อน ๆ จะรังเกียจเพราะทุกคนอาบน้ำกันหมด  เพื่อเตรียมสำหรับพรุ่งนี้  (คือว่าต้องนอนเต้นท์อ่ะค่ะ) 

วันนี้พวกเราก็ต้องตื่นเช้าเหมือนเดิม  เพราะต้องเดินทางไปรับแสงอรุณยามเช้า  จากบ้านลุงปาละพวกเราเดินทางไปไม่ไหนหรอกค่ะ  แต่เกรงว่าจะไม่มีที่จอดรถ  และมุมที่จะจองถ่ายภาพ  รวมไปถึงแสงที่ต้องการด้วยค่ะ  เช้าวันนั้นอากาศหนาวมาก ๆ รู้สึกว่าอุณหภูมิจะอยู่ที่ราว ๆ 8-9 องศา  แต่ที่รู้สึกว่าหนาวเอามาก ๆ เพราะลมมากกว่าอ่ะค่ะ  แต่ละคนก็ป้องกันความหนาวกันเต็มที่  และเมื่อแสงมา 9mot ของเราก็เริ่มวาดลวดลายทันทีค่ะ  และนายแบบนางแบบก็เตรียมตัวกันพร้อมค่ะ  ช่างภาพเรียกเมื่อไหร่ก็เข้ากล้องได้ทันที  อิอิ  มืออาชีพอยู่แล้วอ่ะค่ะ  ขอบอกว่าบรรยากาศดีมากค่ะ  เมื่อคราวที่แล้วที่มาหนิงไม่ได้เห็นไอของบึงน้ำเท่าไหร่  แต่วันนี้หนิงได้เห็นไอขึ้นมาจากบึงสวยมาก ๆ  และที่ขาดไม่ได้ก็คือ  พวกเราก็พยายามไปหาตอไม้ที่นางเอกในเรื่อง Happy birthday มานั่งแล้วพระเอกแอบถ่ายรูป  ก็พยายาม post กันเต็มที่  ได้มาอย่างที่เห็นเนี่ยแหละค่ะ  ดูกันเอาเองนะคะ  เผื่อว่าจะเจอนางเอกหน้าโบราณบ้าง  อิอิ

dsc_1739  dsc_1741  dsc_1788  dsc_1801  dsc_1860  dsc_1872  dsc_18801  dsc_1961  dsc_1886

เป็นไงค่ะ  บรรยากาศเหมือนไปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์เลย  อิอิ

ตาก-แม่เมย

มกราคม 16, 2009 at 8:27 am | In ท่องเที่ยว | 1 Comment
Tags: , , , , , , , , ,

หลังจากที่เราถ่ายรูปกันจะสะใจแล้ว  พวกเราก็ต้องรีบเดินทางไปยังแม่เมยที่จังหวัดตาก  วันนี้ 9mot ของเราอาจจะต้องทำหน้าที่หนักหน่อย  เพราะนอกจากจะต้องถ่ายรูปให้กับบรรดาสาว ๆ แล้ว  ยังต้องขับรถระยะทางไกลด้วย (จริง ๆ ก็ทั้งถ่ายรูป  ทั้งเป็นไกด์  และขับรถทั้ง Trip นั่นแหละค่ะ อิอิ)  มื้อเที่ยงของวันเราก็แวะทานอาหารข้างทาง  ก็หนีไม่พ้นข้าวซอยอ่ะค่ะ  แต่อร่อยนะคะ  ขอบอก  ราคาถูกอีกต่ะหาก  แล้วก็ซื้ออาหารเช้าเตรียมพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้ด้วย  ก็หนีไม่พ้นขนมปังอีกนั่นแหละ  อิอิ  ว่าแล้ว 9mot ก็ขับไปจนถึงอุทยานแห่งชาติแม่เมย  ก็ติดค่ำพอดี  ได้ห้องพักเรียบร้อยก็นึกขึ้นมาได้ว่าต้องทานมื้อค่ำด้วย  สอบถามเจ้าหน้าที่บอกว่าร้านค้าปิดแล้ว  ไม่มีอาหารขาย  ถ้าจะทานก็ต้องไปหมู่บ้านชาวเขาซึ่งก็มีแต่มาม่า  ถามไปถามมา  เขาก็เลยไปเอากุญแจของร้านค้าสวัสดิการมาเปิดขายมาม่ากับไข่  แถมยังเปิดครัวให้พวกเราเขาไปปรุงอาหารด้วย  รอดตายไปอีกหนึ่งมื้อ  มิหนำซ้ำพวกเรายังซื้อไข่มาต้มสำหรับพรุ่งนี้เช้าไว้ด้วย  อิอิ  หลังจากอิ่มท้องแล้ว  พวกเราก็เข้าที่พักอาบน้ำ  นอน  อากาศก็ค่อนข้างเย็นเหมือนกัน  ปรากฎว่าวันนั้นอุณหภูมิต่ำสุดก็อยู่ที่ 9 องศาค่ะ 

เช้าของวันถัดมา  เราตกลงกันว่าจะไปรับอรุณกันที่  “ม่อนกิ่วลม” ซึ่งต้องเดินทางออกจากที่พักตั้งแต่ 05.30 น.  ขับไปเรื่อย ๆ ถึงที่พวกเราก็ช่วยกันแบกสัมภาระต่าง ๆ ลงจากรถ  ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารเช้าทั้งนั้นแหละค่ะ  ว่าแล้วช่างภาพของเราก็เริ่มทำงานเลย ไม่รีรอใครแม้แต่น้อย  ไปตั้งขาตั้งกล้องรอรับพระอาทิตย์ก่อนใคร  ก็ได้ภาพมาตามที่เห็นเนี่ยแหละค่ะ 

dsc_14081  dsc_1463  dsc_14851  dsc_1413  dsc_1480 

พวกเราถ่ายรูปที่ม่อนกิ่วลมจนหนำใจ  ก็เคลื่อนขบวนมาที่ม่อนพูนสุดาต่อเลย  เพราะทะเลหมอกกำลังสวยเลยล่ะ   สวยไม่สวยก็มาดูภาพเพื่อเป็นการยืนยันกันดีกว่านะคะ

dsc_1553  dsc_1557  dsc_1571  dsc_1603  dsc_1615  dsc_1635

เป็นไงบ้างค่ะ  เห็นภาพกันแล้วถ้าสนใจสอบถามได้นะคะ  ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี  ไม่ต้องไปเที่ยวเมืองนอกหรอกค่ะ  เมืองไทยเราก็มีดีให้เที่ยวอีกตั้งเยอะนะคะ  อิอิ

เชียงใหม่-ขุนวาง

มกราคม 16, 2009 at 7:51 am | In ท่องเที่ยว | 2 Comments
Tags: , , , , , , , , ,

หลังจากที่พวกเราออกจากขุนช่างเคี่ยน  พวกเราก็มุ่งหน้าไปยังขุนวางต่อ  เพราะพวกเราวางแผนว่าจะไปค้างคืนกันที่ขุนวางค่ะ  ระหว่างทางมีเพื่อนของเพื่อนโทรมาบอกว่าให้ลองไปทานอาหารที่ร้านอยู่ที่ทางขึ้นดอยสุเทพ  ชื่อว่า “ร้านผาลาด ตะวันรอน” ซึ่งมีน้ำตกไหลผ่านกลางร้านเลย  ก็ต้องยอมรับนะคะว่าบรรยากาศดีจริงค่ะ  แต่สำหรับอาหารพวกเราคิดเหมือนกันทุกคนค่ะว่า  ถ้าเทียบกับราคาแล้วอาจจะแพงไปนิด  และรสชาดก็ยังไม่ถึงกับต้องกลับไปอีก  แต่ก็ไม่ใช่ไม่อร่อยเลยนะคะ  ไม่งั้นก็อาจจะเป็นเพราะพวกเราเป็นเด็กใต้ยังไม่ค่อยคุ้นกับรสชาดอาหารเหนือก็เป็นไปได้อ่ะค่ะ

จากนั้น  พวกเราก็เดินทางต่อไปยังขุนวาง  ตอนแรก 9mot กะว่าจะลองไปดูสถานที่ถ่ายภาพสำหรับพรุ่งนี้ก่อนเข้าไปที่ขุนวาง  คือขุนวางจะต้องเข้าไปจากทางแยกก่อนถึงอุทยานดอยอินทนนท์อ่ะค่ะ  แต่เกรงว่าจะไม่ค่ำซะก่อน  ก็เลยเปลี่ยนใจเดินทางตรงไปยังขุนวางเลย  พอไปถึงพวกเราก็ไปติดต่อเรื่องที่พัก  ซึ่งก็ OK. นะคะ  เป็นห้องรวม 2 ห้องติดกัน  แต่พวกเราใช้กันเพียงห้องเดียว  เพราะว่าเราไปกันแค่ 5 คนเอง  แต่ดู ๆ แล้วทั้งสองห้องรวมกันน่าจะนอนได้ถึง 12 คนเชียวล่ะ  แต่ต้องใช้ห้องน้ำร่วมกัน  คือห้องน้ำอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 สองอ่ะค่ะ  เมื่อเข้าที่พักเรียบร้อย  พวกเราก็ท้องร้องไปติดต่อกับร้านอาหารเพื่อนัดเวลาทานอาหารค่ำกัน  เขานัดเราประมาณทุ่มครึ่ง  พวกเราก็เลยมาอาบน้ำกันก่อน  ได้เวลานัดเราก็ไปที่ร้านอาหาร  วันนั้นพวกเรารู้สึกเอร็ดอร่อยกันมาก  อาจจะเป็นเพราะผักที่เขาใช้สดด้วยล่ะมั่ง  วันนั้นพวกเราสั่งผัดผัก, ไข่เจียว, ปลาทับทิมทอด, แกงจืดเต้าหู้  แล้วก็เอาอาหารโปรดจากภูเก็ตไปด้วย  อิอิ  ก็แกงไตปลาแห้งซึ่งเป็นของฝากพื้นเมืองของภูเก็ตไงล่ะค่ะ  ขณะที่ทานอาหารเราก็เจอกับกลุ่มนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มนึง  ก็พูดคุยทักทายกันเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ดูท่าจะชอบท่องเที่ยวเหมือนกัน  แต่เป็นกลุ่มที่เกษียณแล้ว (เขาน่ารักกันมาก ๆ เลยล่ะ  ดูมีความสุขดี  คุยกันสนุกสนาน  ก็คงคล้าย ๆ กับพวกเราเพียงแต่อยู่คนละวันเท่านั้นเองค่ะ)  หลังจากนั้นพวกเราก็ไปพักผ่อน  แต่ช่วงที่ยังไม่หลับหนิงกับจอยออกมาเข้าห้องน้ำด้านนอก  ก็เลยถือโอกาสแอบถามว่าอุณหภูมิเท่าไหร่เหรอค่ะ  เขาบอกว่า 10 องศา  แต่ความรู้สึกของหนิงรู้สึกว่าไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่  อาจจะเป็นเพราะว่าไม่ค่อยมีลมด้วย  และอีกอย่างห้องที่พักพวกเราก็ปิดกันลมอย่างดี  เลยไม่รู้สึกหนาวมากนัก  รอดไปหนึ่งคืน

เช้าขึ้นมาพวกเราก็ไปที่ร้านอาหารตามเวลานัดคือ 07.00 น.  ตื่นตาตื่นใจมากค่ะกับสลัดผัก  แล้วก็ข้าวต้มร้อน ๆ ที่เขาจัดเตรียมไว้ให้  ลองดูภาพกันนะคะ

dsc_1022

รับรู้ได้ถึงความกรอบและสดของผักเลยล่ะค่ะ  พวกเราทานกันซะเกลี้ยงเลย  ทานอาหารมื้อแรกเรียบร้อยแล้ว  นางแบบก็เริ่มทำหน้าที่เขากล้อง  ไปดูภาพกันดีกว่าค่ะ  วางทั้งวิวซากุระ  และลีลานางแบบแต่ละคนเป็นยังไงกันบ้าง  อิอิ

dsc_10451  dsc_10501  dsc_1052  dsc_1080  dsc_1131  dsc_1140  dsc_1255  dsc_1282  dsc_1353

เชียงใหม่-ขุนช่างเคี่ยน

มกราคม 13, 2009 at 9:03 am | In ท่องเที่ยว | 3 Comments
Tags: , , , , , ,

หนิงเริ่มเดินทางออกจากภูเก็ตไปเชียงใหม่เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 52 ไปถึงเชียงใหม่ก็ประมาณ 4 ทุ่มเศษ  ตอนแรกว่าจะรอจอยซึ่งไปคนละเที่ยวบินให้มาถึงก่อนซึ่งจะมาถึงตอน 5 ทุ่มครึ่ง  ปรากฎว่าท้องมันร้องรอไม่ไหวแล้ว  ก็เลยตัดสินใจเดินทางไปกินที่ร้านขายมา-ม่า หลัง มช. ดีนะที่ถามเพื่อนที่อยู่เชียงใหม่ก่อน  เพราะว่าเขาย้ายร้านไปแล้ว  เขาเลยอาสานำทางไปที่ร้านซะ (ดีหน่อย  ได้กินเร็วขึ้นนิดนึง  หิวมาก ๆ) รอจนจอยได้เดินทางมาร่วมโต๊ะเรียบร้อย  เราก็ไปที่พัก  ซึ่งได้ครูทิพย์ที่สอนโยคะให้ไปพักที่บ้านครู  เพราะมีแต่ลูกกับหลานอยู่แค่สองคนค่ะ  คืนนั้นพวกเรานอนหลับสบายมาก  แอร์ก็ไม่ต้องเปิดค่ะเพราะอากาศดีมาก ๆ ค่ะ

จากนั้นเช้าวันที่ 6 พวกเราต้องตื่นกันตั้งแต่ 5.30 น.  เพื่อเตรียมตัวออกจากบ้านตอน 6.00 น.  ไปหาอาหารเช้าทานกัน  กะว่าจะเปลี่ยนร้านซะหน่อย  เพราะเพื่อนบอกว่าหน้า มช. ก็มีร้านอาหารเช้าอร่อย ๆ และเป็นอาหารพื้นเมืองอยู่  แต่พวกเราไปแล้วเขายังไม่เปิดกันเลยค่ะ  เลยต้องไปกินกันที่ร้านข้าวต้มสมเพชรเจ้าเดิม

จากนั้นพวกเราก็มุ่งหน้าไปที่ขุนช่างเคี่ยน  ซึ่งไปทางเดียวกับดอยสุเทพ  ระหว่างทางเห็นเขาตั้งโต๊ะขายอาหารชุดเพื่อตักบาตร  พวกเราก็เลยจอดรถทำบุญกันซะหน่อยค่ะ dsc_05741

ทำเอาพวกเราจากที่อิ่มอยู่แล้ว  ก็อิ่มบุญเพิ่มขึ้นไปอีกค่ะ  อิอิ

แล้วพวกเราก็เดินทางต่อไปยังจุดหมาย

ขณะที่เดินทางไป  ก็ไม่คิดนะคะว่าจะมีคนรู้จักที่นี่มาก  เพราะพวกเรานำโดย 9mot ซึ่งเป็นทั้งไกด์ทั้งคนขับรถ  และช่างภาพของพวกเรา  ได้หาข้อมูลเรื่องท่องเที่ยวให้กับพวกเราทุกปี  มักจะหาที่ใหม่ ๆ ให้พวกเราได้ไปกันเสมอ  ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน  เพราะขุนช่างเคี้ยนก็เป็นครั้งแรกที่พวกเราได้ไปเยือน  พอเดินทางเข้าไปเรื่อย ๆ พวกเราก็เริ่มเห็นดอกซากุระ  ทำเอาพวกเรายิ้มแก้มแทบปริกันเลยล่ะ  เพราะปีที่แล้วกินแห้วไปเรียบร้อยเพราะได้เห็นแต่ซากซากุระที่ร่วงอยู่ตามพื้นเท่านั้นเอง  ลองดูรูปนะคะ

dsc_0582

dsc_0732  dsc_0896

ไม่ผิดหวังเลยค่ะ  สำหรับวันแรกของพวกเรา  เห็นแล้วก็คุ้มค่ากับการเดินทางจริง ๆ พวกเราก็ถ่ายรูปที่นี่ค่อนข้างเยอะเลย  แล้วก็ได้ลองร้านกาแฟด้วย  ขอบอกว่ากาแฟอร่อยเหมือนกันนะคะ  เขาปลูกและคั่วบดกันเองด้วยค่ะ 

dsc_07131  dsc_0725  dsc_0726

(นี่เป็นภาพบรรยากาศภายในร้านกาแฟค่ะ)

dsc_0749  dsc_0805  dsc_0897  dsc_0926

เป็นไงค่ะ  อยากไปกันบ้างอ่ะยัง  สวยมาก ๆ ดูในรูปอาจจะยังไม่เท่ากับได้เห็นของจริงนะค่ะ  อิอิ

อ้อ!  ลืมบอกไปว่า  วันนั้นพวกเราได้เป็นผู้ให้สัมภาษณ์กับรายการของช่อง NBT ด้วยล่ะ  แต่ไม่แน่ใจว่าเขาเอาไปออกรายการอ่ะป่าว  อิอิ

บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
Entries and comments feeds.