นั่งรอวัน

ตอนนี้ทั้งหนิงและแฟนน่าจะตัดสินใจแน่นอนแล้วว่า  เราจะ “ทำเด็กหลอดแก้ว” กันในเดือนนี้อย่างแน่นอนค่ะ  ตอนนี้ก็แค่นั่งรอวัน-เวลา  ทุกวันนี้คุณหมอวิวัฒน์ก็ได้ให้ธาตุเหล็กมาทานเสริมหลังอาหารเช้า-เย็นทุกวัน  ส่วนก่อนนอนก็ให้ทานฮอร์โมนเป็นยาคุมอ่ะค่ะ  แต่ไม่ใช่เพื่อคุมกำเนิดนะคะ  อิอิ  คุณหมอให้หนิงทานฮอร์โมนจนถึงวันที่ 15 ก.พ. 53 ค่ะ 

หลังจากนั้นคุณหมอคาดเดาว่า  รอบเดือนหนิงน่าจะมาวันที่ 19 ก.พ.  อันนี้ก็ต้องลุ้นกันดูว่าจะเป็นไปตามความคาดเดาของคุณหมอหรือเปล่า  ถ้าใช่สิ่งที่หนิงต้องทำถัดไปก็คือ  เมื่อวันที่รอบเดือนมาเป็นวันที่ 4 นั่นก็คือวันที่ 22 ก.พ. นี้หนิงจะต้องทำการฉีดฮอร์โมนเป็นวันแรก  ซึ่งยาที่คุณหมอให้มาฉีดมีทั้งหมด 2 ตัว  ต้องฉีดตัวละ 2 เข็ม  ซึ่งถ้าทำตามนั้นหนิงคงต้องถูกฉีดวันละ 4 เข็ม  ซึ่งน่าจะชินกับเข็มไปเลย  แต่มันไม่ได้เป็นเยี่ยงนั้นหรอกค่ะ  เพราะว่าคุณพยาบาลที่น่ารัก  คือ  คุณก้อได้แนะนำว่า  ยาทั่งสองชนิดนี้สามารถผสมกันได้  ดังนั้น  หนิงสามารถผสมน้ำกับยาผงเข้าด้วยกัน  ให้ใช้เข็มดูดออก  จากนั้นเอาไปฉีดผสมเข้ากับอีกขวดจนกระทั่งครบทั้ง 4 ขวดที่คุณหมอจัดให้ในแต่ละวัน  ถามว่าเข้าใจตามที่คุณก้อพยาบาลสาวแนะนำหรือเปล่า  ก็เข้าใจนะคะ  แต่ไม่แน่ใจตัวเองมากกว่าว่าจะสามารถฉีดยาให้ตัวเองได้อ่ะป่าว ถึงแม้ว่าคุณหมอมีเข็มอีกอันที่มันสั้นกว่ามาให้ด้วยก็เถอะ มันเสียวนะ  สรุปแล้วหนิงคิดว่าหนิงคงต้องอาศัยคลีนิคหรือโรงพยาบาลเป็นตัวช่วยแน่นอนค่ะ   ซึ่งหนิงจะต้องทำการฉีดอยู่ที่ภูเก็ตประมาณ 7 วันด้วยกัน  แต่จริง ๆ แล้วต้องฉีดฮอร์โมนทั้งหมด 9 วัน  ซึ่งคุณหมอจะให้หนิงขึ้นไปตรวจก่อนในวันที่ 1 มี.ค. (วันเกิดหนิงพอดีเลย) ซึ่งเป็นวันที่ 8 ของการฉีดยา  ดังนั้นวันที่ 8 และ 9 ของการฉีดยา  หนิงคงต้องขึ้นไปฉีดยาที่ศูนย์ของคุณหมออย่างแน่นอนค่ะ

หลังจากนั้นก็รออีก 2 วัน  นั่นก็คือ วันที่ 4 มี.ค. เป็นวันที่ 11 ของการเริ่มแผนการ  คุณหมอจะทำการเก็บไข่  และน้ำเชื้อ  เอาไปผสมกัน  หลังจากนั้นอีก 5 วัน  นั่นก็คือวันที่ 9 มี.ค. คุณหมอก็จะทำการฝังตัวอ่อนเข้าไปในมดลูก  หากไม่มีความผิดปกติใด ๆ จากนั้นก็ให้นั่งนับวันรอไปอีก 14 วัน  ซึ่งก็น่าจะตรงกับวันที่ 23 มี.ค.  ก็จะทำการตรวจได้ว่าผลงานที่ทำมาสำเร็จหรือเปล่า 

หากทำสำเร็จ  หลังจากนี้หน้าที่คุณแม่ก็คงเริ่มขึ้นอย่างจริงจังซะที  เพราะเท่าที่ทราบมา  การทำเด็กหลอดแก้วครั้งแรกนั้นโอกาสหลุดก็มีสูงเช่นกัน  ไม่ว่าจะเป็นเพราะร่างกายคุณแม่เอง  หรือว่าความเคยชินจากพฤติกรรมเดิม ๆ ของคุณแม่ด้วย  ดังนั้นจะต้องลดกิจกรรมลงอย่างน้อย 50% เลยล่ะ  เพื่อสิ่งที่เรารอมานาน  และเราจะต้องรักษาให้เขามีชีวิตอยู่  มีคนที่เคยทำเด็กหลอดแก้วมาแล้วหลายคนบอกกับหนิงว่า  “ใครจะว่าเรายังไงก็ช่าง  ต้องอดทน  เพราะช่วงนั้นจะดูเหมือนเราเป็นคนขี้เกียจ  เอาแต่นอน  ไม่ต้องไปสนใจเลย  เพราะนอกจากเราจะเสียเงินที่ทำมาแล้ว  สิ่งที่เราจะเสียมากกว่าก็คือการเสียใจซึ่งจะรักษายากมาก  และทำใจยากด้วยค่ะ”  ว่าม่ะ

8 thoughts on “นั่งรอวัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s