ในเสียมีดี ในดีมีเสีย

วันนี้หนิงเชื่อจริง ๆ นะคะ  กับสุภาษิตนี้  “ในเสียมีดี  ในดีมีเสีย”  เพราะหากหนิงไม่มีปัญหาเรื่องสรีระแบบนี้  หนิงก็คงไม่ได้เรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ มากมาย  และไม่ได้ค้นพบการทำงานของกล้ามเนื้อต่าง ๆ ที่ชัดเจนแบบนี้ 

จากสิ่งที่หนิงมีปัญหาอยู่หลายส่วนคือ  หลังช่วงล่างแข็งมาก  ทำให้ bend ไม่ค่อยได้เท่าไหร่  สะโพกไม่เปิด  ไหล่ก็ไม่เปิดเหมือนกัน  ข้อเท้าก็แข็ง  และเหยียดตรงไม่ค่อยดีเท่าไหร่  ก็เป็นโจทย์ให้กับครูทุกคนที่ทำการสอนเป็นอย่างมาก  ซึ่งครูเกือบทุกคนก็มีหลากหลายเทคนิควิธีที่จะแก้ปัญหาให้หนิง  ซึ่งหนิงเองทำได้บ้างไม่ได้บ้าง  ก็ถู ๆ ไถ ๆ มาเรื่อย ๆ ถามว่าดีขึ้นหรือเปล่า  ตอบได้แบบชัดเจน  และหนักแน่นเลยว่า  มันดีขึ้นมาก ๆ แต่สิ่งที่หนิงเรียกว่า “ดีขึ้น” แล้วนั้น  มันก็ไม่ใช่จุดที่ควรจะเป็นอยู่ดี  เพราะไม่ใช่จุดปกติที่คนเราควรจะทำได้ (ไม่ใช่ทำสิ่งที่พิศดารนะคะ  อิอิ) 

อย่างที่พอทราบกันมาบ้างแล้วว่า  การฝึกโยคะของหนิงนั้น  ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาที่ยังไม่นานมาก  คือ  ถ้ารวมการฝึกโยคะมาทั้งหมดก็ประมาณ 5-6 ปีได้แล้ว  แต่บางคนอาจจะบอกว่านั่นแหละเยอะแล้ว  ขอบอกว่าการฝึกโยคะนั้น  เราต้องฝึกเรืี่อย ๆ ต้องมีความต่อเนื่อง  และฝึกจนฝึกไม่ได้แล้วนั่นแหละค่ะ  ดังนั้นระยะเวลาแค่นี้อาจจะมองว่าแค่น้อยนิดเท่านั้น  เพราะครูบางคนฝึกมาแล้วเป็นสิบ  ยี่สิบ  สามสิบปี  ทุกวันนี้ก็ยังต้องฝึกและพัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ เลยค่ะ  เราเพิ่งได้แค่นี้เอง  อิอิ  มาถึงตอนนี้ครู Scot ซึ่งเป็นครูคนปัจจุบันที่ฝึกให้หนิงนั้น  ได้ฝึกให้หนิงใหม่หลายอย่าง  อย่าที่บอกไปว่า  “เริ่มต้นใหม่  แต่ไม่ใช่เริ่มจากศูนย์” ไงค่ะ  เพราะว่าก่อนหน้านี้เราอาจจะถูกบอกกล่าวจากครูคนอื่น ๆ มาบ้างแล้ว  แต่เราเองอาจจะทำไม่ได้ในช่วงนั้น ๆ จนกระทั่งเราลืมวิธีการนั้น ๆ ไปแล้ว  แล้วก็ไปเริ่มต้นกับครูคนใหม่อีก  มาวันนี้หนิงแทบจะเริ่มใหม่หลายเรื่องเลย  แต่ละวันรู้สึกเหมือนตัวเองฝึกท่าได้ไม่มาก  ในขณะที่รู้สึกเหนื่อยกว่าเมื่อก่อนมาก  ด้วยที่เราต้องพยายามทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำถึงขนาดนี้  อย่าเพิ่งสับสนนะคะ  ว่าก่อนเพิ่งบอกว่า  การฝึกนั้นเราไม่ได้เน้นอาสนะที่สวยงามเพื่อประกวดหรือแข่งขันกับใคร  แต่หากเราสามารถควบคุมและพัฒนาในแนวทางที่ควรจะเป็นให้ดีมันก็เป็นสิ่งที่ดีกับร่างกายเราอยู่แล้ว  แต่ก็ควรจะพอเหมาะกับร่างกายเรา  ซึ่งเราเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด  และเป็นความพึงพอใจของแต่ละคนด้วยว่า  เราพอใจในแบบใด

ส่วนหนิงมองว่า  ก่อนหน้านี้เราพยายามควบคุมในเรื่องลมหายใจ  เราสามารถจำท่า  จำขั้นตอนการฝึกได้หมดแล้ว  ดังนั้นก็มาถึงขั้นสุดท้ายก็คือ  การเก็บรายละเอียดของแต่ละท่า  ให้เราได้เข้าถึงท่าแต่ละท่าให้มากขึ้น  บอกได้เลยนะคะ  ที่บางครั้งครูบอกว่าเราจะต้องรู้สึกนะถึงการทำงานของกล้ามเนื้อมัดนี้มัดนั้น  เราควรจะต้องรู้สึกกับมันจริง ๆ เพราะหากเราทำไปแบบไม่ใส่ใจก็ฉันทำของฉันได้ก็แล้วกันอ่ะ  หนิงเชื่อว่าบางคนอาจจะรู้สึกแบบนี้  มาวันนี้หนิงบอกได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยนะคะ  ว่า 

บางครั้ง  สิ่งที่เราเข้าใจว่ามันถูกต้องแล้ว  มันอาจจะไม่ใช่ก็เป็นได้

หากหนิงไม่ได้มาเจอกับตัวเองเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา  บอกได้เลยนะคะ  หนิงค้นพบอะไรต่อมิอะไรมากมายกับการฝึกในครั้งนี้  ขอยกตัวอย่างให้เห็นกันชัด ๆ เลยนะคะ  ท่าเจ้าปัญหาของหนิงคือ  Back bend  ซึ่งก่อนหน้านี้คงเคยได้เห็นรูปกับบ้างแล้วว่า  ไม่ใช่หนิงยกไม่ขึ้นเลย  หนิงสามารถยกตัวเองขึ้นได้มากกว่าเมื่อก่อนด้วยซ้ำไป  แต่ครูกลับบอกว่า  ให้หนิงฝึกในวิธีของเขาใหม่  เพราะหากหนิงยังฝึกแบบนี้ในอนาคตหนิงคงต้องมีปัญหากับหลังแน่ ๆ หนิงก็เป็นนักเรียนที่ดีซะด้วย  ก็ทำตามที่ครูบอกทุกอย่าง  ถามว่าหนักไห๊ม  บอกได้เลยว่า  หนักมาก  เพราะคนที่มีปัญหาแบบนี้คงจินตนาการได้ไม่อยากเลยนะคะ 

สิ่งที่ครูให้ทำ  คือ  ให้เอาขาด้านบนบริเวณเหนือเขาหนีบกับ box ส่วนข้อศอกต้องใส่เข็มขัดรัดไว้ขนาดเท่าความกว้างของหัวไหล่  แล้วต้องไปขึ้นที่ข้างฝา  โดยให้ข้อศอกติดผนังตลอด  ทำนายได้เลยนะคะว่าหนิงยกตัวเองไม่ขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว  จนกระทั่งวันนึงครูให้หนิงค้างมาหลายวันแล้ว  ครูก็มาช่วยจนหนึงสามารถยกตัวสูงขึ้นมาได้  แต่เมื่อสูงได้ระดับนึงหนิงทำ box หล่น  ทันใดนั้นก็รู้สึกเลยค่ะว่า  จากตอนแรกที่เราไม่รู้สึกว่าเราถูกใช้กล้ามเนื้อที่หลังด้านล่างเลย  แต่พอ box หล่นเท่านั้น  มันรู้สึกได้  และทำให้หนิงรู้สึกปวดหลังนิดหน่อย  เพราะรู้เห็นปั๊บก็ให้หนิงลดตัวเองลงทันที  นั่นแหละค่ะ  สิ่งสำคัญ  ครูมักจะย้ำเสมอว่า  การขึ้น back bend นั้น  ต้องขึ้นตั้งแต่ขา  และสบัก  ไม่ได้ใช้หลังกับหัวไหล่เลย  ครั้งนี้หนิงรับรู้ได้จริง ๆ ค่ะ 

เห็นหรือยังค่ะ  ในเสียมีดี  ในดีมีเสีย  จริง ๆ จริง ๆ แล้วก็มีอีกหลายเรื่องที่ค้นพบจากปัญหาของหนิง  ไว้จะทยอยมาปันเรื่อย ๆ ล่ะกันนะคะ  อ่านไปแล้วไม่ต้องทำสรีระให้เป็นปัญหาเพื่อค้นพบแบบหนิงหรอกนะคะ  อิอิ

 

2 thoughts on “ในเสียมีดี ในดีมีเสีย

  1. ไม่ทำคับ.. แต่สรีระมันเป็นของมันเอง
    ยังกะไม้กระดานดีๆ นี่เองแหละ

    ได้ไอเดีย ได้แรงใจ เยอะเลยครับ
    เพราะผมก็ตัวแข็ง สรีระไม่ให้มากๆ คนนึงแหละ
    จนป่านนี้ยังบิดตัวได้ไม่ถึงไหนเลยด้วย🙂

    • เป็นกำลังใจให้นะคะ เพราะหนิงเองก็ต้องเพียรพยายามมาก เนื่องจากหนิงสรีระผู้ชายเลยอ่ะค่ะ มีครูคนนึง เรียกหนิงว่า a boy เลยอ่ะ แต่ก็ไม่ได้คิดมากนะคะ จะพยายามและฝึกตามสิ่งที่เราเป็น และรับไหวค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s