ความคิดกับ “สิ่งที่เป็น”

ช่วงระยะนี้  หนิงได้ฝึกกับนักเรียนใหม่หลายคนในคลาส  ซึ่งบางคนอาจจะเคยฝึกมาบ้างแล้ว  แล้วหายไป  บางคนอาจจะฝึกอยู่บ้างแต่เป็นคนละรูปแบบ  บางคนก็ฝึกมานานแล้ว  บางคนก็เพิ่งเริ่มต้น  แต่สิ่งที่สังเกตได้จากหลาย ๆ คนคือ  เมื่อเห็นคนที่ฝึกอยู่หลาย ๆ คนได้ฝึกท่าที่มากกว่า  มันจะถามครูหรือเพื่อน ๆ ในคลาสว่า  เมื่อไหร่เขาจะได้ทำ  แล้วทำอย่างไร  ซึ่งจริง ๆ แล้วกว่าพวกเราที่ฝึก ๆ กันมาแล้วหลายปี  กว่าจะได้มา  ครูคนก่อน ๆ ไม่ได้ให้ท่าเราง่าย ๆ เลย  โดยเฉพาะการฝึกในคลาสมัยซอร์ (mysore)  เพราะช่วงแรก ๆ ของการฝึกนั้นพวกเราได้ฝึกกันแค่สุริยนมัสการ  และท่ายืนอีกสองสามท่าเท่านั้นในวันแรก ๆ จนกระทั่งเราจำท่าเหล่านั้นได้  และเริ่มทำได้บ้างแล้ว  ครูจึงจะให้ท่าเพิ่มมาวันละท่าเท่านั้น  แล้วรอจนกว่าเราจะทำได้อีก  จึงจะเพิ่มให้  ซึ่งให้เวลานานเหมือนกัน  แต่เนื่องจากพวกเราฝึกมาพร้อม ๆ กันก็ไม่ได้มีปัญหามาก  อย่างมาก็แค่มีอยู่บ้างที่ครูอาจจะให้ท่าอีกคนนึงก่อน  ส่วนบางคนยังไม่ได้ให้เพิ่ม  เพราะยังทำไม่ค่อยได้  เป็นต้น

ซึ่งถ้าเทียบกับปัจจุบัน  เวลามีนักเรียนใหม่ ๆ มาเรียนแล้วนั้น  มันค่อนข้างแตกต่างกันมากด้วยซ้ำ  เพราะครูก็ต้องพยายามทำความเข้าใจกับนักเรียนด้วยว่า  เขาจ่ายเงินมาเพื่อเรียน  ถ้าไม่ให้ท่าเขาเขาก็อาจจะไม่ปลื้มได้  เพราะมันมีการเปรียบเทียบกับนักเรียนเก่า ๆ ที่ฝึกมานานแล้วด้วย  จึงทำให้ปัจจุบันนักเรียนเข้ามาใหม่  ได้ท่าค่อนข้างเร็วมาก  แต่บางคนเราก็ต้องยอมรับว่าสรีระเขาก็ให้กับการฝึกจริง ๆ ไม่เหมือนกับเราที่ต้องทำความเข้าใจกับร่างกายตัวเองอย่างมาก  ว่าจะต้องทำอย่างไรกับสนิมกายที่มันเกาะอยู่  อิอิ

นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เห็นว่า  การฝึกโยคะก็เหมือนกับการฝึกจิต  เพราะหากเราอยากได้โน้นอยากได้นี่  ก็เหมือนกับเราไม่สามารถตัดความอยากมี  อยากได้  อยากเป็น  ออกจากตัวเองได้  ซึ่งปกติแล้วมันควรจะเป็นแนวทางของผู้ฝึกว่าไม่ควรให้เกิดสิ่งนี้เพราะมันจะขัดขวางการฝึกของเรา  ซึ่งหนิงยอมรับนะคะว่าช่วงที่ฝึกแรก ๆ ก็เคยเป็นอยู่บ้าง  แต่ ณ ปัจจุบัน  ความคิดเหล่านี้แทบไม่มีอยู่ในหัวเลย  เพราะคิดว่าจริง ๆ แล้วการที่เราได้ฝึก Primary อย่างเดียวก็ทำให้เราได้มากมายแล้ว  และทุกวันนี้ยังไม่สามารถทำได้สมบูรณ์เลย  ยังต้องพัฒนาอีกเรื่อย ๆ

แต่มาวันนี้ครู Scot ให้หนิงขึ้นท่า intermediate ท่าแรกแล้ว  ถามว่าดีใจไห๊ม  ก็ต้องยอมรับว่ามี  เพราะแสดงว่าการฝึก primary ของเรามีการพัฒนาขึ้น  ครูจึงเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้วที่จะให้เราฝึกเพิ่ม  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น  หนิงก็ยังเชื่อว่า  มันอยู่ที่มุมมองของเรามาก  ว่าเรายังคงต้องสร้างความตระหนักรู้ให้อยู่กับตัวเองในปัจจุบัน  คือ  ต้องอยู่กับ “สิ่งที่เป็น”  ไม่ใช่อยู่กับ “สิ่งที่ควรเป็น”  จริงไห๊มค่ะ  เพราะบางครั้งอาจจะเกิดจากเราคิดไปเองก็ได้  5555

นมัสเต

One thought on “ความคิดกับ “สิ่งที่เป็น”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s