ความแตกต่างของครู

หัวข้อที่นักเรียนและครูได้พูดกันเมื่อเช้านี้  หลังจากที่ฝึก mysore กันเสร็จ  ด้วยมีนักเรียนบางคนอาจจะงง ๆ กับการสอนของครู  เพราะครูแต่ละคนอาจจะมีเทคนิคหรือรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่เหมือนกัน  ทำให้เกิดความสับสนในการฝึกขึ้น  จริง ๆ เรื่องนี้  หนิงเองผ่านประสบการณ์การฝึกโยคะกับครูมารวม ๆ แล้ว  น่าจะ 20 ต้น ๆ ได้  ทำให้พอทราบว่า  เทคนิคการสอน  รูปแบบการสอน  และความซีเรียสของครูแต่ละคนแตกต่างกันไป  แต่ก็ไม่ได้มากมายนัก  เพราะอย่างน้อย ๆ ก็ยังอยู่ในหลักการของการฝึก Ashtanga เหมือนกัน  ยกเว้นครูบางคนที่ไม่ได้มาทางสายนี้โดยตรง  ก็อาจจะสร้างความแตกต่างของการสอนให้เราสับสนได้พอสมควรเหมือนกัน  โชคดีที่เราศึกษาและได้คุยกับครูหลาย ๆ คน  ทำให้พอเข้าใจในเรื่องนี้บ้าง  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น  หนิงก็เชื่อที่ Ken เคยบอกนะคะ  คือ  ไม่ว่าเราจะเรียนหรือฝึกกับครูคนใดก็ตาม  เราจะต้องเชื่อตามครูที่สอนเราในขณะนั้น  เพราะไม่ว่าใครเป็นผู้สอนก็ดีกับเราทั้งนั้น

ครูแต่ละคนมักจะมีรูปแบบเป็นของตัวเองที่ชัดเจน  แต่หนิงก็จะพยายามระวังในบางจุด  คือ  ตัวเราเองที่จะรู้ดีที่สุดว่าเราไหวแค่ไหน  และได้แค่ไหน  เพราะถ้าบังเอิญไปเจอครูบางคนที่จริงใจ  ด้วยความที่ความตั้งใจอาจจะสูง  ทำให้เคี่ยวเข็ญนักเรียนให้ทำโน้น, นี่, นั่น  มากภายในการฝึกแค่ครั้งเดียว  ซึ่งหนิงมองว่าหากหนิงทำตามร่างกายหนิงอาจจะรับไม่ไหว  และหนิงเองก็เคยบาดเจ็บจากเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว  บางครั้งการฝึนแค่นิดเดียว  มันอาจจะมีผลเสียที่รุนแรงเกิดขึ้นกับเราได้นะคะ  ดังนั้นเราต้องรู้จักและยอมรับกับตัวเองให้มากที่สุดจะเป็นการดีที่สุด

ส่วนรูปแบบการเรียนนั้นโดยส่วนตัวแล้ว  ชอบวิธีการในรูปแบบของ Ashtanga โดยเฉพาะการสอนแบบ mysore มาก  ทำให้ตั้งความมุ่งหวังสำหรับตัวเองไว้ว่าอยากทำคลาสแบบ mysore ให้ได้  แต่ในปัจจุบันที่โรงเรียนยังมีนักเรียนใหม่ ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ และนักเรียนบางคนก็ไม่ได้ชอบรูปแบบนี้นัก  ก็เลยกลายเป็นรูปแบบผสมผสาน  คือ  ช่วงต้นทำแบบ led class แต่ช่วงปลาย ๆ ใช้วิธีการสอนแบบ mysore เอา  อิอิ

นักเรียนหลายคนที่เข้ามาใหม่  ก่อนที่จะเข้ามาเริ่มคลาสด้วยกัน  เคยมีถามว่า

“คนอื่นเรียนมานานแล้ว  แล้วเขาจะทำได้หรือเปล่า  เขาจะตามคนอื่นทันไห๊ม”

ใจจริง ๆ ก็อยากจะตอบไปเหมือนกันนะคะว่า

“หนูจ๋า  เข้ามาเรียนก่อนลองดูไห๊มค่ะ  ว่าครูจะสอนได้ไห๊ม  เพราะถ้าเขาจัดการไม่ได้เขาคงมาเปิดสอนไม่ได้หรอกค่ะ”

แต่ด้วยความเป็นครู  และก็ทราบดีว่า  ประสบการณ์เลวร้ายในแต่ละเรื่องของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไป  บางคนอาจจะเจอมาแล้วก็ได้นะคะว่า  ไปเรียนแล้วมันไม่ OK เลย  เพราะก็มีบางคนโทรมาถามเหมือนกันค่ะว่า  เคยเรียนแล้วเขาไม่พัฒนาอะไรเลยอ่ะ  เพราะพอมีนักเรียนใหม่เข้ามาครูก็ให้เขากลับไปเริ่มท่าพื้นฐานเหมือนกันใหม่อีก  หนิงก็เข้าใจนะคะในจุดนั้น

เลยยิ่งทำให้ตัวหนิงเองมั่นใจวิธีการสอนในขณะนี้มากขึ้นว่า  จากสิ่งที่เราได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากครูแต่ละคนมา  แล้วเราเอาเทคนิคต่าง ๆ ของครูแต่ละคนที่เราชื่นชอบมาใช้ในคลาส  มันน่าจะตอบโจทย์หลาย ๆ โจทย์ได้ดีทีแล้ว  คิดไม่ผิดเลยที่เลือกรูปแบบนี้  อิอิ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s