ก้าวเรื่อย ๆ ดีกว่ากระโดดนะคะ

การฝึกโยคะนั้น  ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ครูหลาย ๆ ท่านได้บอกมา  และจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ผ่านการฝึกทั้งแบบขี้เกียจ  ทั้งแบบเร่งรัดมาแบบหลากหลาย  เพราะก็ต้องยอมรับว่า  ภาวะจิตใจมีผลกะการฝึกจริง ๆ ช่วงที่ขี้เกียจก็ไม่อยากฝึกเลย  ก็เลยตามใจตัวเองซะหน่อยเพราะตอนนั้นก็คิดว่า  อย่างน้อยเราก็ยังออกกำลังกายบ้างยังดีกว่าตั้งหลายคนแหนะที่ไม่ออกกำลังกายเลย  สรุปหยุดก็หยุด  อิอิ  ช่วงไหนที่ขยันพลังเยอะก็ฝึกซะหนักเลย  บางวันฝึกถึงสองชั่วโมงเต็มเลยก็มี  ทำไงได้ล่ะแรงเยอะขอปลดปล่อยซะหน่อย  ผลปรากฎว่าไม่บาดเจ็บก็หมดแรง  ฝึกอยู่แบบนั้นได้แค่วันสองวัน  ก็เหนื่อย  วันต่อ ๆ มาก็ขอหยุดซะหน่อยเก็บพลัง 5555

นั่นแหละค่ะประสบการณ์ตรงของตัวเองเลยอ่ะ  จริง ๆ แล้วที่เอามาเล่าสู่กันฟังเพราะไม่อยากให้เอาเยี่ยงอย่างนะคะ  แต่อยากให้ดูเป็นตัวอย่างว่า  มันไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่  สู้เราฝึกเรื่อย ๆ ไม่ฝืนตัวเองจนเกินไป  แต่พยายามทำให้ได้ทุกวัน  จะทำให้ภาพรวมดีกว่าเยอะเลยค่ะ  เป็นการใช้งานร่างกายที่สม่ำเสมอ  และค่อย ๆ ให้ร่างกายได้เรียนรู้  ไม่ใช่ฝึกหนักแล้วต้องมาหยุดเพื่อพัก  หรือฝึกหนักจนบาดเจ็บก็ต้องพักอยู่ดี  ทั้ง ๆ ที่ใจสู้สุดชีวิต  พยายามบอกตัวเองว่าเราไม่ได้เป็นไรซะหน่อย  อิอิ  เพราะจิตใจที่เข้มแข็งไงค่ะ เลยพยายามปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกาย  และแล้วเมื่อร่างกายประท้วงขึ้นมา  ระวังจะสายเกินไปนะจ๊ะ

ก็คงเหมือน ๆ กับการที่เราเดินมั่งค่ะ  หากเราใช้ความระมัดระวังในการเดินให้ดี  เดินให้จังหวะสม่ำเสมอ  เรื่อย ๆ เราก็จะไม่เหนื่อยมาก  สุดท้ายก็ถึงเป้าหมายโดยปลอดภัย  หัวใจและกล้ามเนื้อก็ยังทำงานได้ดี  แต่หากเราเดินบ้าง  หยุดบ้าง  กระโดดบ้าง  วิ่งบ้าง  เราก็อาจจะพลาดพลั้ง  หกล้ม  และการทำงานของหัวใจก็ไม่ค่อยสม่ำเสมอเท่าที่ควร  หากพลาดหนัก  ขาหัก  ขาแพลงไป  ก็อาจจะไม่ถึงเป้าหมาย  หรือกว่าจะถึงก็อาจจะใช้เวลานานกว่าคนอื่น ๆ เป็นเท่าตัว  ฟังแบบนี้แล้ว  จะเลือกทางไหนดีเอ่ย  อิอิ

ทั้งนี้ทั้งนั้น  การฝึกของเราแต่ละครั้ง  เราเป็นผู้เลือกทั้งนั้น  ร่างกายเป็นของเรา  เราสามารถบอกได้แม้กระทั่งครูผู้สอนว่าวันนี้เกิดไรขึ้น  หรือหากเจอครูบางคนไม่เข้าใจเราก็ต้องเลือกที่จะถนอมตัวเองนะคะ  เพราะหนิงเคยเจอมาแล้วเช่นกันกับการใช้ความพยายามสุดท้ายแล้วก็บาดเจ็บกลับมา  โทษใครไม่ได้นะคะเรื่องนี้  ต้องโทษตัวเองที่วันนั้นทำไมเราไม่บอกให้จริงจังไป  หุหุ

ดังนั้น ณ วันนี้  ยืนยันได้เลยนะคะ  ว่าการฝึกนั้นเราต้องฝึกแบบค่อยเป็นค่อยไป  ทำความเข้าใจกับร่างกายตัวเอง  และพยายามสร้างความสม่ำเสมอให้กับตัวเอง  จะดีกว่าที่ไปสร้างแรงหึกเหิมเป็นบางช่วง  หรือใช้ความพยายามเพราะติดกับความรู้สึกอยากทำให้ได้  อิอิ  

“เราต้องเลือกทางเดินให้ตัวเราเองนะคะ  และทางนั้นควรเป็นทางที่ดี  เหมาะสม  และปลอดภัยด้วยค่ะ”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s