เกินคาด

เข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว  ข่าวดีต่าง ๆ มากมายที่ทำให้รู้สึกดี  ไม่ว่าจะจำนวนลูกศิษย์ที่ทยอยกันมาเรียนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  รวมไปถึงการติดต่อจากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตที่ขอเพิ่มจำนวนวันสอนให้กับกลุ่มผู้ป่วยของโรงพยาบาล  ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ  หนิงได้ข้อมูลจากหลาย ๆ คนว่าอาการดีขึ้น

คนที่หนิงสามารถยกตัวอย่างให้เห็นได้แบบชัดเจนก็คือ  “น้องเฟิร์น” ซึ่งเป็นหลานของเพื่อนสนิท  หนิงทราบมาว่าน้องเฟิร์นเป็นโรคพุ่มพวง  หรือโรค SLE ตอนแรก ๆ ที่น้องเขามาฝึก  หนิงยังจำได้ว่า  หนิงตกใจมากจากที่เห็นน้องเขาครั้งแรก  เพราะน้องเขาหน้าบวมมาก  เวลาฝึกแล้วหน้าจะแดงกล่ำ  และอีกอย่างที่น่าลุ้นในแต่ละวันก็คือ  ขณะที่น้องเขาฝึกเพียงแค่ช่วงต้น ๆ ซึ่งเป็นช่วงการวอร์มเท่านั้น  คือ  การฝึกสุริยะ แค่นี้น้องเขาก็เกือบไม่ไหวแล้ว  กล้ามเนื้อไม่แข็งแรงมาก ๆ ตัวสั่นเหมือนกับลูกนกเลย  ล้มฟุ๊บลงก็หลายรอบ  หนิงรู้นะคะว่าน้องเฟิร์นต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากเพื่อที่จะฝึกโยคะ  น้องเขาพยายามมาฝึกทุกวัน  ช่วงต้น ๆ หนิงจำได้เลยว่าน้องเขาหยุดไปเพียง 2 วันเท่านั้น  หลังจากที่น้องเฟิร์นตั้งใจฝึกมาเรื่อย ๆ ทำให้อาการของน้องเฟิร์นดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น  สามารถฝึกได้เหมือนกับคนปกติทั่วไปเลย  แม้กระทั่งขึ้นท่ายืนด้วยศีรษะน้องเขาก็พยายามฝึกจนสามารถขึ้นได้  ด้วยความตั้งใจทำให้อาการของน้องเฟิร์นดีขึ้นแล้ว  คุณหมอยังชมด้วยซ้ำว่าน้องเขาดีขึ้นมาก  และที่สำคัญสามารถลดยาจากเคยทานวันละเป็นสิบเม็ด  ลดเหลือทานยาเพียงเม็ดเดียวแล้วเท่านั้น  หนิงได้ข่าวแบบนี้แล้วรู้สึกดีจนบอกไม่ถูก  ยังอยากให้น้องเฟิร์นขยันฝึกโยคะไปเรื่อย ๆ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

อีกรายก็เป็นลูกศิษย์ที่โรงพยาบาลวชิระ  ด้วยความบังเอิญ  หนิงแอบได้ยินน้องเขาไปเล่าให้เพื่อน ๆ ที่เพิ่งมาฝึกใหม่ว่า  เขามีอาการปวดหลัง  เมื่อก่อนเขาต้องทานยาหลายเม็ด  และทานมาเป็นเวลา 2 ปีกว่าแล้ว  หลังจากที่หมอให้มาฝึกโยคะ  ซึ่งเขาเองได้ฝึกเพียงแค่อาทิตย์ละวันเท่านั้น  เพราะเขามีวันหยุดเพียงวันเดียวคือวันอังคาร (หนิงสอนอังคารกับศุกร์)  เขาฝึกมาได้ไม่กี่เดือนอาการปวดหลังดีขึ้นเรื่อย ๆ การทานยาก็ลดลง  บางวันไม่ต้องทานด้วยซ้ำไป  ตอนนี้เขาฝึกมาได้ 8 เดือนแล้ว  ยังยืนยันที่จะฝึกต่อไป  และวันนี้เขายังเข้ามาสอบถามเรื่องการฝึกท่าต่าง ๆ เพื่อที่จะนำไปฝึกเองที่บ้าน  นี่ก็อีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้หนิงเป็นสุข  อิอิ

อีกรายก็คือ  คุณพ่อของเพื่อนซึ่งอายุ 65 ปีแล้ว  ก่อนที่จะมาฝึกมีอาการเป็นหอบหืด  และภูมิแพ้อย่างหนัก  แค่มาฝึกได้อาทิตย์เดียว  คุณพ่อมาบอกว่า  “หนิงพ่อไม่ทานยาแก้แพ้ก่อนนอนมา 2 วันแล้วนะ”  สุดยอดไปเลยค่ะ

และอีกหลาย ๆ คนที่ดีขึ้น  ก่อนหน้านี้หนิงเองก็ได้เจอกับความอัศจรรย์ของโยคะมาหลายเรื่องแล้ว  แต่หลังจากที่มาเป็น “ครูโยคะ” เต็มตัว  วันนี้หนิงได้พบกับความอัศจรรย์ที่ไม่รู้ว่าจะบอกได้ไงว่าทำไมมันมากมายและลึกซึ้งขนาดนี้  จนต้องบอกับคนที่จะมาฝึกว่า  เรื่องผลของโยคะนั้น  ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง  เรื่องพื้น ๆ คงไม่ต่างกันมาก  แต่อาการบางอย่างที่แต่ละคนเป็นต่างกันมันก็จะได้ผลที่แตกต่างเช่นกัน  สรุปแล้วก็  เหมือนกับโยคะเป็นยาอัศจรรย์จริง ๆ ค่ะในความคิดหนิง  อิอิ  ไม่ได้เวอร์นะคะ  ต้องสัมผัสกันเองค่ะแล้วจะรู้ …..  แบบนี้เรียกว่า “เกินคาด” ได้ไห๊มค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s