เมื่อหัวเปิด

หลังจากได้สัมผัสโยคะมาไม่ต่ำกว่า 7 ปี แรก ๆ ไปฝึกกะครูที่ภูเก็ตแถว ๆ โรงแรมมนตรีก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าฝึกรูปแบบใด แต่ตอนนั้นน่าจะมีที่ให้ฝึกเพียงที่เดียวในภูเก็ต ชื่อว่า “จิราโยคะ” ก็ไปฝึกกะเพื่อนอยู่พักนึง แต่ด้วยครูติดภารกิจไป-กลับกรุงเทพบ่อย ทำให้พวกเราเรียนได้ไม่ค่อยต่อเนื่องนัก จำไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าได้ไปเรียนกี่ครั้ง อิอิ

จากนั้นได้มาสัมผัสกับโยคะจริง ๆ จัง ๆ เมื่อเริ่มทำงานเกี่ยวกับสุขภาพ (สปา) ก็ได้รับการชักชวนจากพี่สาวที่แสนดี (พี่อ้อย เจ้าของสุโข สปา) ให้ไปเรียนเป็นครูโยคะกับครูสุนีย์ ซึ่งเป็นรูปแบบของศิวะนันทะ ก็ขึ้น ๆ ลง ๆ กรุงเทพ อยู่พักนึง ยังเรียนไม่จบคอร์สดี เพราะต้องเดินทางและหาเวลาจริง ๆ ส่วนใหญ่ถือโอกาสไปเรียนโยคะพร้อมกับขึ้นไปเรียนงานด้านสปา จากนั้นไม่นานทางสุโข สปา ก็ได้เชิญครูอุ้ม สุชาวดี ซึ่งเป็นครูคนแรกของเมืองไทยที่ได้รับการรับรองจากคุรุชีในการสอนอัษฎางคโยคะ มาเปิดคลาสโยคะให้ ทำให้หลังจากนั้นมาหนิงก็ได้ฝึกในรูปแบบอัษฎางคโยคะ (Ashtanga Yoga) มาโดยตลอด 6 ปีกว่า ซึ่งในช่วงระหว่างนั้นหนิงก็ได้ลองฝึกโยคะรูปแบบอื่นบ้าง แต่ก็ไม่ชอบอยู่ดี ยังรู้สึกว่าอัษฎางคโยคะเป็นที่สุดในช่วงนั้น

จนกระทั่งหนิงเองเริ่มมาเป็นครูสอนโยคะแบบจริงจัง หนิงได้เปิดความคิดตัวเองมาขึ้นกับโยคะรูปแบบอื่น ๆ เริ่มเชิญครูโยคะดัง ๆ มีชื่อเสียง มาทำเวิร์คช๊อปให้ ซึ่งสิ่งหนิงที่ได้ในการที่หนิงจัดก็คือความรู้ที่เพิ่ม และการเปิดรับกับโยคะรูปแบบอื่น จากนั้นมาหนิงก็เริ่มที่จะเรียนรู้และอยากลองโยคะในแนวอื่น โดยเฉพาะแนวของการบำบัดมากขึ้น หนิงได้เชิญครูสุธรรมมาสอน นั่นก็เป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยน เพราะหนิงสอนให้คนป่วยที่ รพ.วชิระอยู่แล้ว ก่อนหน้านั้น หนิงต้องช่วยตัวเองมากกับการสอนคนป่วย เพราะเราเอารูปแบบของอัษฎางคโยคะมาดัดแปลง พอมาเรียนของครูสุธรรมซึ่งสอนแนวสัตยา (ไม่แน่ใจจำถูกหรือเปล่า) ทำให้หนิงเอาสิ่งที่ได้ไปใช้กับคนป่วยได้มากขึ้น ซึ่งก็ยังมีการดัดแปลงเอาฤาษีดัดตนไปผสมผสานบ้างอยู่ดี และล่าสุดหนิงได้เข้าคลาส Teacher Training กับครูหนู ทำให้หนิงเองได้เปิดรับในบางสิ่งมากขึ้นไปอีก เพราะจริง ๆ แล้วรูปแบบนี้หนิงก็เคยไปเรียนรู้กับครูสุนีย์มาแล้ว หนิงทราบนะคะว่าครูหนู และครูสุนีย์ มีการดัดแปลงบางอย่างที่ให้เป็นรูปแบบของตัวเองมากขึ้น  แต่ก็ล้วนมีข้อดีทั้งนั้น

จุดเปลี่ยนของหนิงเริ่มเกิดใหม่ขึ้นมาอีก เพราะหนิงคิดว่าตัวเราเอง “หัวเปิด” พร้อมที่จะเปิดรับกับสิ่งใหม่ เราเรียนรู้แบบไม่มีข้อสงสัย ไม่มีข้อโต้แย้ง แต่พยายามทำความเข้าใจ และอาจจะมีการดัดแปลง ผสมผสานกันบ้างตามเหตุผลและหลักการที่เราได้เรียนรู้มา ไม่ได้ชมตัวเองนะคะ แต่หนิงก็เชื่อมั่นกับการเรียนรู้ของตัวเองว่า เป็นคนที่เรียนมามากพอสมควร และเป็นคนเรียนรู้เร็ว แต่ก็มีพื้นฐานบนหลักการและเหตุผลนะคะ ไม่ใช่เอาความคิดตัวเองเป็นที่ตั้ง หากวันไหนเราได้ค้นพบเหตุผลในการฝึกบางเรื่องที่ดีกว่าก็พร้อมที่จะปรับความคิดและวิธีการของตัวเองให้ดีขึ้น ทำให้สิ่งที่หนิงปรับมาใช้ในวันนี้ หนิงคิดว่าเป็นการตอบโจทย์ให้กับนักเรียนได้มากขึ้น แต่ทั้งนี้หนิงยังคงต้องอาศัยเวลาสักระยะในการปรับ เพราะเราเข้าใจแล้ว แต่เนื่องจากเรายังต้องศึกษาเพิ่มเติมอีกสักระยะ เพื่อให้มีความแม่นยำและเชี่ยวชาญกว่านี้ก่อน คิดว่าการสอนของตัวเองคงจะชัดเจนขึ้นไปอีก

เท่าที่สัมผัสมา ไม่ว่าจะเป็นการเข้าเวิร์คชอปหรือการฝึกในคลาสใด ๆ ก็ตาม หนิงเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า โยคะทุกประเภทมีข้อดีทุกตัว เพียงแต่ถูกจริตกับเราหรือเปล่า แต่หลังจากที่หนิงคิดว่าเมื่อเราหารูปแบบที่ต้องจริตกับเราแล้วเราจะเลือกแบบนั้นอย่างเดียวเท่านั้น มาวันนี้บอกได้เลยว่า บางครั้งการฝึกที่หลากหลายก็จะทำให้เราได้เรียนรู้ในรูปแบบที่แตกต่างกัน และจริง ๆ แล้วมันสามารถนำมาประยุกต์ใช้ด้วยกันได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตัวเอง เพราะ “โยคะ” ไม่มีคำว่า “ผิด” หรือ “ถูก” นะคะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s