ดีจัง ที่เกิด “อุบัติเหตุ”

เมื่อพูดถึง “อุบัติเหตุ” หลายคนก็คงมองไปถึงสิ่งที่คิดไม่ถึง คาดไม่ถึง และส่วนใหญ่คงจะเป็นเหตุการณ์ที่แย่ ๆ ซึ่งมันก็มักจะเป็นเช่นนั้นแหละ อิอิ แต่ทุกอย่างมันอยู่ที่เรามองจริง ๆ นะ ในเมื่อเหรียญมีสองด้านเสมอ

DSC_2982

“อุบัติเหตุ” ที่เกิดขึ้นกับหนิงครั้งนี้ หนิงแทบไม่ได้ประกาศผ่านสื่อใด ๆ เลย บอกตรง ๆ นะ ตอนแรกก็รู้สึกแย่ถึงระดับนึงเลยทีเดียว เพราะหนิงไม่สามารถฝึกโยคะได้เลย เนื่องจากเจ็บที่ข้อมือ ลงน้ำหนักแทบไม่ได้เลย เหตุเพราะเดินเหยียบคราบน้ำมันบริเวณที่จอดรถ เลยลื่นล้มไม่เป็นท่าเลย ซึ่งเป็นช่วงที่ยังเรียนคลาส advance ด้วย ทำให้ไม่ได้พักข้อมือเลย ฝืนฝึกทั้งที่ยังแจ็บ แต่ก็ฝึกแค่พอให้ได้รับรู้ความรู้สึกว่าท่านี้ต้องทำยังไงเท่านั้นค่ะ เพราะก็รู้ตัวเองดีว่าร่างกายไม่พร้อม หลังจากจบคลาส advance แล้ว หนิงแทบไม่ได้ฝึกโยคะเลยประมาณครึ่งเดือน แต่อาการก็ดีขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ในช่วงที่บาดเจ็บ ช่วงแรก ๆ ก็ได้แค่นวด ทายาเองเท่านั้น เพราะต้องสอนและเรียนในช่วงนั้น พอหลังจากที่เรียน advance เสร็จ หนิงได้ไปหาหมอกายภาพ ซึ่งคุณหมอก็ฝังเข็มและให้ทานยาลดการอักเสบของเอ็น แต่การฝังเข็มคุณหมอฝังแบบเข็มสั้นให้ฝังติดประมาณ 3 วัน แต่แค่ผ่านคืนแรกไปก็ค่อนข้างลำบากเพราะบริเวณที่คุณหมอฝังให้จะมีที่บริเวณข้อมือและบวิเรณแขนท่อนล่างส่วนบน ซึ่งเข็มที่ปักอยู่บริเวณข้อมือมันทำให้ใช้ชีวิตค่อนข้างจะเป็นอุปสรรคพอสมควร เนื่องจากเวลาขยับข้อมือทุกครั้งจะเจ็บปวดมาก ก็คงพอ ๆ กับที่เวลาให้น้ำเกลือแล้วเราขยับมือแล้วเข็มมันขยับไปโดนส่วนอื่นประมาณนั้นเลย ทรมารมาก แต่ก็ต้องทน อิอิ ผลปรากฎว่ารุ่งขึ้นมือบวม เลยโทรปรึกษากับคุณหมอ คุณหมอให้เอาเข็มที่ปักบริเวณข้อมือออก ก็คิดว่าจะดีขึ้น ปรากฎว่าอยู่ไปอยู่มา บวมทั้งสองมือ เท้าก็บวม ดู ๆ ไปหน้าก็บวมอีก (แต่ที่หน้านี้ไม่ค่อยแน่ใจว่าบวมหรือเพราะอ้วนอ่ะ เพราะช่วงนั้นน้ำหนักกำลังขึ้น พอดี 5555) เลยต้องโทรหาคุณหมออีกครั้ง ปรากฎว่าไม่น่าเชื่อว่าแพ้ยาแก้อักเสบ ทั้ง ๆ ที่ยาตัวนี้เคยทานมาก่อนแล้ว แต่คุณหมอบอกว่ายาตัวนี้จะไม่ค่อยแพ้ในครั้งแรก ก็เป็นความรู้ใหม่อีกอย่างอ่ะค่ะ ทำไงดีในเมือมันคือ “อุบัติเหตุ” แก้อะไรไม่ได้ เกิดไปแล้ว สิ่งที่ทำได้เพียงอย่างเดียวก็คือพยายามบำบัดตัวเอง ก็พยายามบริหารข้อมือทั่วไป แต่ถ้ารอให้ข้อมือดีขึ้นแล้วค่อยไปฝึกโยคะ หนิงคงแย่แน่ ๆ เลยต้องลอง คริคริ

แรก ๆ ก็ฝึกโยคะจำพวก หยิน-หยาง โยคะไปก่อน เพราะไม่ต้องใช้ข้อมือเท่าไหร่ แต่ก็นั่นแหละสำหรับหยางหนิงเองเป็นพวกที่มีปัญหาหัวเข่า ทำให้ฝึกได้ไม่มากนัก และใจก็ยังขาด Ashtanga yoga ไม่ได้อยู่ดี เลยลองฝึกดู ปรากฎว่าวินยาสะลำบากมาก ต้องลดระดับจาก upward facing dog เป็น baby cobra เท่านั้น และอีกหลาย ๆ ท่าเลย ยอมรับนะคะว่าแรก ๆ รู้สึกไม่ดีเลยกับสิ่งที่เราต้องเจอ แต่หลังจากที่ต้องใช้ชีวิตในการฝึกแบบนี้มาประมาณ 2 เดือนกว่า ทำให้หนิงได้สังเกตุเห็นข้อดีของร่างกายหนิงขึ้นมาในบางเรื่องก็คือ ช่วงสองเดือนมานี้ หนิงฝึกได้เฉพาะท่าพื้นฐานทั่วไป ท่าที่เป็นท่ายากในชุดท่าหนิงไม่สามารถฝึกได้เลย เพราะส่วนใหญ่ต้องใช้ข้อมือมาก ๆ ก็ไม่เป็นไรฝึกไม่ได้ก็ไม่ต้องฝึก ประกอบกับช่วงก่อนหน้านั้นเป็นช่วงที่ได้เรียนกับครูนารี และครูน๊อต ทำให้เราฝึกโยคะแบบพยายามจัดสรีระตัวเองให้มากขึ้น ไม่ได้ปรับให้เข้ากับท่าโยคะหรอกนะคะ แต่พยายามเข้าใจสรีระตัวเอง และปรับการฝึกให้เข้ากับเราในรูปแบบที่คิดว่าตัวเองเลือกแล้วว่า

“ฉันจะฝึกโดยให้ความสำคัญกับหลังและคอมาเป็นอันดับแรก ส่วนอื่น ๆ ไว้ทีหลังเลย”

ด้วยเพราะคิดว่าหลังและคอมีความสำคัญกับร่างกายเราอย่างมาก ยิ่งไปสอนที่ รพ. มา หนิงยิ่งเห็นอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ว่ามันเกิดจาก 2 จุดนี้เป็นส่วนใหญ่ ระวังไว้ก่อนน่าจะดีสำหรับอนาคตยามที่เราอายุมากขึ้น เพราะขณะที่อายุยังไม่มากคงยังไม่เห็นอะไรชัดนัก แต่ก็ไม่อยากรอให้เห็นผลของมันแล้วค่อยแก้ เพราะคงจะทำอะไรยากขึ้นพอสมควร

จากเหตุผลที่ต้องลดการฝึกดังกล่าว ทำให้หนิงค้นพบว่า ร่างกายตัวเองแข็งแรงขึ้นกับการฝึกแบบง่าย ๆ สบาย ๆ มีความสุขหลังการฝึกทุกครั้ง เพราะรู้สึกว่าพอมาฝึกเบาลงอาการตึง ๆ บางส่วนของร่างกายโดยเฉพาะที่แขนหนิงแทบไม่มีเลย ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้หนิงรู้สึกว่าที่แขนหนิงจะมีอาการบ่อย จะมีอาการคล้าย ๆ กับกลุ่มที่เป็น golfer elbow กะ tennis elbow เลย อาจจะเพราะเราใช้งานกล้ามเนื้อแขนเกินกำลังของเราไปก็เป็นได้ ถึงได้บอกไงค่ะว่า

ดีจัง ที่เกิด อุบัติเหตุ

ที่บอกเนี่ย ก็ไม่อยากให้หลาย ๆ คนต้องมาเจอเหตุการณ์แบบหนิงแล้วค่อยคิดนะคะ แต่อยากให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับบางคน ที่บางทีอาจจะยังไม่รู้ตัวเองเหมือนกับหนิงก็ได้ว่า “เราอาจจะฝึกหนักเกินไปหรือเปล่า คำว่าหนักในที่นี่คือ หนักเกินกว่าที่ร่างกายเรารับไหวอ่ะค่ะ” เพราะร่างกายแต่ละคนคงจะรับได้ไม่เท่ากันแน่นอนค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s