น่าจะเกือบร้อย

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา “ควันอินโด” มาเพื่อทดสอบจริง ๆ

healthy ning yoga phuket โยคะครูหนิง ภูเก็ต โยคะภูเก็ต

ก่อนหน้านี้ หนิงเองเป็นคนที่มีอากาศภูมิแพ้รุนแรงมาก ๆ เจออากาศเปลี่ยนเป็นไม่ได้ ทั้งควันไฟ ควันบุหรี่งี้เจอทีหน้าบวม ตาบวม น้ำมูก น้ำตาไหลเกือบตลอด อาการจามก็ไม่ต้องพูดถึง แถมมีอาการเหนื่อยหอบเล็ก ๆ ปนด้วยซ้ำไป เพราะหนิงเป็นหอบหืดด้วย จามจนเหนื่อยทีนึงละ เวลาทานข้าวแต่ละครั้งต้องทานไปอ้าปากรับอากาศหายใจไปด้วย นอนก็ลำบาก เพราะช่วงที่เป็นจะหายใจยากมาก ๆ ค่ะ นอนหมอนต่ำแทบไม่ได้เลย เมื่อก่อนสมัยวัยรุ่นเนี่ย ต้องได้ไปให้อ๊อกซิเจนที่โรงพยาบาลทุกปี เป็นไงค่ะ ร่างกายของหนิงเมื่อก่อน ถือได้ว่าเป็นคนที่ร่างกายอ่อนแอ บอบบางน่าทะนุถนอมมากอ่ะ ดีนะเนี่ยที่มีคนรับผิดชอบชีวิตแล้ว ไม่งั้นคงไม่มีใครอยากเอาไปเลี้ยงดูแน่ ๆ คริคริ

มาวันนี้ หลังจากที่หนิงได้ฝึกโยคะมาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 9 ปี หนิงว่ามันคุ้มค่าและเห็นชัดเจนมาก เพราะหนิงแทบไม่มีอาการที่ผิดปกติจากหมอกควันที่ผ่านมาเลย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าหนิงไปนั่นรับหมอกควันเต็ม ๆ นะคะ หนิงก็ป้องกันตัวเองเหมือนคนทั่ว ๆ ไป คือ ใส่หน้ากาก และพยายามปิดประตู หน้าต่าง คงเหมือน ๆ กับคนอื่น ๆ ทั่วไปปฏิบัติค่ะ เลี่ยงเท่าที่ทำได้ ซึ่งบอกเลยว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนหนิงคงอาการหนักไปแล้ว คงได้เข้าโรงพยาบาลแน่ ๆ ค่ะ ยาไม่ต้องกิน หมอก็ไม่ต้องหา …. มันสุดยอดมากเลยค่ะ

หนิงไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะคะ แต่หนิงว่า หนิงคงหายจากภูมิแพ้เกือบ 100% …. จากการฝึกโยคะ อิอิ

Advertisements

แค่…เข้าใจ ไม่พอนะคะ

หลังจากที่ได้ทั้งพูด ทั้งคุย  ทั้งอธิบาย และดูแนวทางปฏิบัติ กับผู้ฝึกโยคะหลาย ๆ ท่าน ซึ่งก็คิดว่ามากในระดับนึง หนิงกล้าสรุปได้เลยนะคะ ว่าเกือบทุกคนเข้าใจว่า

healthy ning yoga phuket โยคะ ครูหนิง ภูเก็ต

  • การฝึกโยคะ เราฝึกเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง
  • ไม่ฝึกแบบทำร้ายร่างกาย
  • เราไม่ฝึกหนักเกินความสามารถของร่างกายที่ไปได้
  • ฝึกแบบค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป
  • ฟังเสียงร่างกายทุกครั้งที่ฝึก

พอถึงเวลาฝึกจริง

  • อีกนิดเดียวเองกำลังจะได้ละ ว่าแล้วก็ต่อซะเลย อิอิ
  • เพื่อนยังทำได้เลย เราดูแข็งแรงกว่าอีก ขอลองหน่อยนะ ไม่ก็ เพื่อนทำได้เราก็ต้องทำได้ด
  • ครูบอกว่าน่าจะได้นะ เราต้องเชื่อครูสิ
  • ถ้าไม่เริ่มตอนนี้แล้วจะไปเริ่มตอนไหนละ แก่ขึ้นทุกวันนะ
  • ขยันฝึกบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ได้เอง หมายถึง ปกติควรจะฝึกแค่รอบเดียว แต่ก็ฝึกหลาย ๆ รอบเพื่อให้ชำนาญ และวอร์มให้ถึงอ่ะ
  • และอื่น ๆ อีกมากมาย

เป็นไงค่ะ เหมือนจะเข้าใจเลย แต่พอเอาเข้าจริง เรามักมีเหตุผลให้ตัวเองเสมอ ถ้าไม่เป็นอะไรก็ดีไปค่ะ บางทีมันคือการสะสม ไม่ได้ส่งผลแบบปัจจุบันทันด่วน เรายังต้องใช้กายนี้อีก อย่าทำร้ายกายแบบไม่ตั้งใจกันเลยค่ะ …. “แค่…เข้าใจ ยังไม่พอ ต้องปฏิบัติให้ได้” จริง ๆ นะคะ

สมส่วน…

ช่วงนี้ มีคนโทรมาถามเยอะมากกับ “โยคะจะช่วยให้ลดน้ำหนักได้ป่าวค่ำ” หรือไม่ก็ “โยคะลดเฉพาะส่วนได้ป่าวค่ำ” ต้องขอโทษด้วยนะคะกับผู้ที่โทรมา เพราะคำตอบที่หนิงได้ตอบไปมันอาจจะไม่โดนให้ผู้ฟังนัก อย่างที่รู้ ๆ กันนั่นแหละค่ะ “ครูหนิง” คนนี้ มักจะพูดแต่เรื่องจริงไม่เน้นขายของ เอาแบบตรงไปตรงมา

HealthyNing Yoga Phuket ครูหนิง โยคะ ภูเก็ต

สรุปว่า สิ่งที่ตอบไปก็คือ

โยคะ อาจจะช่วยให้ลดความอ้วนได้ แต่ไม่อยากให้มองเป็นเป้าหมายหนักนะคะ เพราะจริง ๆ แล้วอยากให้มองเรื่องสุขภาพที่ดีขึ้น ส่วนเรื่องลดความอ้วนอาจจะเป็นผลพลอยได้มากกว่า ซึ่งบางทีน้ำหนักอาจจะไม่ลดเลยด้วยซ้ำ แต่ก็มั่นใจนะคะว่าหุ่นกระชับขึ้น แต่หากมองเรื่องลดน้ำหนักมันอาจจะดูเหมือนไม่ได้ผลเพราะน้ำหนักอาจจะไม่ลดเลย 55555

สิ่งที่บอกไปหนิงว่า หนิงบอกความเป็นจริงทั้งหมดนะคะ เพระบางทีปัจจัยที่จะทำให้คนลดความอ้วน หรือลดน้ำหนัก มันมีมากมายนัก จะให้โยคะมาช่วยเพียงอย่างเดียวคงไม่ค่อยเห็นผลนัก

ส่วนเรื่องการลดเฉพาะส่วน อันนี้ก็ไม่มีหลักฐานอะไรหรอกนะคะ คิดเองว่า คนเราจะลดเฉพาะส่วนมันคงจะทำได้เพียงระดับนึงเท่านั้น แต่สิ่งที่โยคะช่วยในเรื่องนี้คือ มันทำให้เราสมส่วนต่างหาก ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับต้นทุนเดิมที่แต่ละคนมี คงไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากคนที่หุ่นแบบคนมีอันจะกิน ให้เปลี่ยนเป็นพวกไส้แห้งเหมือนดาราคงจะยาก แต่สิ่งที่หนิงเห็น และรับรู้ได้จากตัวเองคือ หุ่นมันสมส่วนขึ้น และส่วนเกินมันลดลงมาก บางคนบอกว่าหนิงไม่มีด้วยซ้ำ แต่หนิงว่าหนิงก็มีบ้างตามอายุอ่ะค่ะ เพราะถ้าโยคะสามารถทำได้ขนาดนั้นจริง สถาบันความงามคงอยู่ยาก และคนคงมาฝึกโยคะมากกว่านี้แล้วละ หากผลทำได้ขนาดนั้น อิอิ แต่สำหรับคนที่มีความเชื่อว่าโยคะสามารถทำให้เห็นผลได้ขนาดนั้นก็ดีแล้วนะคะ เพราะในเมื่อ “ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว” การที่เราศรัทธาและเชื่อมั่น เราก็ประสบผลสำเร็จไปแล้วครึ่งนึงแน่ ๆ

เอาเป็นว่า เอาใจช่วยทุก ๆ คนนะคะ แต่เชื่อเหอะ สังขารก็คือสังขาร ไม่นานมันก็เหี่ยว ก็ย้อย 5555 แต่หากเราดูแลสุขภาพกายและใจ ได้ดี ความสุขที่มีอาจจะยืนยาวและมั่นคงกว่าเป็นไหน ๆ นะคะ…..

อุปสรรค 7 อย่างของการฝึกโยคะ

เชื่อไม๊ค่ะ ว่าการฝึกโยคะอุปสรรคเยอะแยะมากมายเลยทีเดียว เลยทำให้ใครหลาย ๆ คนยังพลาดกับการฝึกโยคะกันอยู่ ซึ่งหนิงเชื่อว่ามีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวนะคะ อิอิ จากประสบการณ์ที่เจอคำถามจากผู้ที่สนใจหรือแม้กระทั่งไม่ได้สนใจแแต่คิดไว้แล้วว่าเขามีอุปสรรคโน้น นี่ นั่น ตามเรื่องตามราว ….

DSC_4317

มาดูกันนะคะ ว่า 7 อย่างที่เป็นอุปสรรคในการฝึกโยคะมีอะไรกันบ้าง

  1. อายุ แน่นอนค่ะ อายุที่แตกต่างกัน ย่อมส่งผลกับการฝึกบ้าง แต่เชื่อไม๊ค่ะว่าจริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคหนักหนาอะไรเลย แค่ยอมรับกับร่างกายตัวเอง แล้วก็ปรับกันไป ฝึกเท่าที่ร่างกายเราทำได้คงจบนะคะ หนิงเองก็เริ่มฝึกแบบจริง ๆ ตอนอายุ 34 ปีไปแล้วค่ะ แต่มาตอนนี้เห็นบางคนเริ่มตอนห้าสิบกว่าก็ยังมีเลย ทำให้ที่เคยคิดว่าเราเริ่มช้ามันไม่ใช่ละ เราก็ยังเริ่มเร็วกว่าอีกหลาย ๆ คนเลยนะ ว่าแล้วเริ่มกัน ๆ นะคะ
  2. เพศ นี่ก็อีกเรื่องค่ะ เรามักเชื่อว่า ผู้ชายแข็งแรง ผู้หญิงอ่อนตัวดี แต่เชื่อไม๊ค่ะกับประสบการณ์ที่สอนมาหลายปี มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยค่ะ ผู้ชายที่ตัวอ่อนกว่าผู้หญิงเยอะมาก และผู้หญิงที่คิดว่าตัวจะอ่อนแต่แข็งโป๊กยิ่งเยอะมากกว่าอีก เพราะผู้หญิงมาเข้าคลาสมากกว่าผู้ชายไง คริคริ ดังนั้น หนิงมองว่าเรื่องเพศไม่ได้เป็นอุปสรรคอีกเช่นกัน ขอแค่เข้ามา จริง ๆ นะคะ หนิงเองก็เป็นแบบนั้นนะคะ หนิงตัวแข็งมา ถ้าเทียบกับคุณสามีแล้ว จุดเริ่มต้นของสรีระเราต่างกันมากค่ะ แต่เขาก็ยังคิดว่าเขาตัวแข็งกว่าหนิงอยู่ เอาเป็นว่าปล่อยให้คิดไปละกัน เพราะอย่างน้อยเขาก็ฝึกแล้ว คริคริ
  3. น้ำหนัก หลายคนคิดว่าจะฝึกโยคะได้ไงตัวหนักขนาดนี้ อ้วนมาก บอกเลยว่า คนที่ถูกมองว่าอ้วน หรือคิดว่าตัวเองอ้วนบางคนสามารถฝึกโยคะท่าที่คนตัวผอม ๆ ร่างบาง ๆ บางทำทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่แน่นอนค่ะ ย่อมมีบางท่าที่คนอ้วนก็ควรจะต้องดูเช่นกันว่าเราสามารถฝึกได้หรือเปล่า แต่ไม่ได้บอกว่าฝึกโยคะไม่ได้นะคะ
  4. เวลา ก็เหมือนจะเข้าใจนะคะว่าคำว่า “ไม่มีเวลา” มันเป็นยังไง แต่เชื่อไม๊ค่ะว่า มนุษย์เราเนี่ย อัศจรรย์มากค่ะ ถ้าเราเห็นคุณค่ากับสิ่งไหนแล้ว เราจะสามารถจัดการมันได้เองค่ะ เพียงแค่เรายังมีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าและยังจัดการไม่ได้ เช่น ต้องส่งลูกเรียนพิเศษ ซึ่งจริง ๆ อ่ะนะความรับผิดชอบผู้เป็นแม่มันปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ แต่บางคนก็อัจฉริยะนะคะ ฝากเพื่อนผลัดกันไปรับไปส่ง สลับกับคุณสามีบ้าง มันก็เข้าสู่จุดสมดุลได้ อันนี้แค่ยกตัวอย่างนะคะ ไม่ได้เป็นข้อชี้แนะว่าต้องทำแบบนี้นะคะ อิอิ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด แต่หากวันนึงเรารู้สึกว่าเราต้องการมันมาก ๆ เราก็จะสามารถหาคำว่า “เวลา” ได้เอง อย่ารอให้ “มีเวลา” แต่ตอนนั้นเราไม่สามารถทำอะไรได้แล้วนะคะ
  5. ระยะทาง คำว่า “ใกล้” “ไกล” แต่ละคนมันแตกต่างกันค่ะ ก็คงเหมือนกับข้อก่อนหน้านั่นแหละค่ะ เท่าที่หนิงเคยทราบมา มีนักเรียนคนนึงที่เชียงใหม่ บ้านไกลมาก เดินทางเพื่อมาฝึกโยคะขาละชั่วโมงครึ่ง แถมหอบลูกมาด้วยอีกต่างหาก ซึ่งก็เข้าใจนะคะว่า เคสนี้ก็อาจจะมากไปนิด แต่รู้สึกว่า ถ้าคนที่ต้องการความใกล้หรือไกลไม่ใช่อุปสรรคเลยแม้แต่น้อย ไม่แน่ใจว่าเชื่อกันแบบนั้นป่าวนะคะ แต่หนิงเห็นหลายคนแล้วค่ะ บางครั้งก็ต้องแลกกันนะคะ ไม่มีอะไรที่เราจะได้ไปหมดทุกอย่างค่ะ
  6. ความคิด ตัวการสำคัญอีกอย่างที่เป็นอุปสรรคชัดเจนมาก ๆ ก็คิดเรื่องทั้งห้าข้อแรกนั่นแหละคะ คิดว่ายากคงฝึกไม่ได้ ถ้าไม่เริ่มจะรู้เหรอค่ะ อีกอย่างการฝึกโยคะไม่ได้แข่งขันกับใครแม้กระทั่งตัวเองแล้วเอาอะไรมาวัดว่าเก่งหรือไม่เก่ง เราวัดกันด้วยสุขภาพที่ดีขึ้นมากกว่านะคะ อีกเรื่องคือไม่เคยเรียนมาก่อนคงเข้าเรียนไม่ได้หรอกเพราะเขาสอนกันมานานแล้ว แย่ละถ้าทุกคนคิดแบบนี้สตูโยคะคงอยู่กันลำบาก เพราะจะไม่มีนักเรียนหน้าใหม่เข้ามาเลย และที่เขาเข้ามาเรียนเพราะยังไม่รู้ไงค่ะ ถ้ารู้มากแล้วไม่ต้องมาเรียนหรอกค่ะฝึกเองที่บ้านอาจจะดีกว่านะ คริคริ
  7. ขี้เกียจ นี่แหละตัวการสำคัญที่สุด แม้กระทั่งหนิงเองยังเอามันออกยากมาก ไม่รู้ไปโดยคุนไสยหรือยาสั่งมาจากไหน มันบังคับตัวเองไม่ได้จริง ๆ แค่อยากนอน อยากอยู่เฉย ๆ ไม่่อยากออกแรง แต่จะว่าอยากอยู่นิ่งก็ไม่ใช่นะ ก็แค่ “ขี้เกียจ” ก็เท่านั้น คนที่มีวินัยสูง ๆ หนิงก็ว่าเขาก็ยังเป็นกัน ใครมีข้อแนะนำสำหรับเการแก้ปัญหาเรื่องนี้รบกวนเม้นท์กันมาเลยนะคะ อยากได้มาก ๆ ค่ะ เพราะตัวเองก็แก้ไม่ตกเหมือนกันค่ะ

เป็นไงบ้างค่ะ 7 อุปสรรค เห็นแล้วคงไม่ทำให้ท้อนะคะ เพราะสำหรับหนิงแล้ว ข้อไหน ๆ ก็คงสู้ข้อ 6 กะ 7 มะได้จริง ๆ ว่าแล้วก้อ ต้อง “สู้ สู้” นะคะ เอาใจช่วยทุกคนนะคะ สรุปแล้ว “คิดจะฝึกโยคะ ต้องเดินเข้าคลาสนะคะ”

กลิ่นกาย….

ต่อเนื่องหลังจากเรื่อง “เหงื่อ” เข้ากันดี อิอิ เลยขอพูดถึงเรื่อง “กลิ่น” ที่อาจจะเกิดขึ้นจากเหงื่อที่ออกนะคะ แหะแหะ พอพูดถึงจุดนี้หลายคนคงจะนึกภาพหรือเรียกว่าสภาพ (น่าจะเห็นภาพกว่า) ตัวเองออกนะคะ ว่ามันเป็นยังไง 5555 แต่ละคน คงจะต่างคนต่างกลิ่นกันไป ก็มันเป็นฟีโรโมนของแต่ละคนนี่นาอย่าได้แคร์ค่ะ

Healthy Ning Yoga Phuket (โยคะครูหนิงภูเก็ต)

ช่วงแรก ๆ หนิงว่าเกือบทุกคนนะคะ ที่จะรู้สึกว่ากลิ่นเหงื่อตัวเอง “เหม็น” ไม่แน่ใจนะคะว่าคนอื่นจะรับรู้กลิ่นตัวเองไม๊ แต่หนิงว่าของหนิงชัดมากอ่ะ อายเหมือนกันนะคะ เพราะรู้สึกว่ามันแรงใช่ย่อยเลย แต่หนิงก็รู้สึกว่ากลิ่นมันค่อย ๆ จางลงไป พอ ๆ กับรสของเหงื่อเหมือนกันนะคะ แรก ๆ ก็เหงื่อเค็ม ช่วงหลัง ๆ ก็เหมือนจะจืดลง กลิ่นก็เหมือนกันเลยค่ะ แรก ๆ แรงมากไม่ค่อยกล้านั่งใกล้ใครเลยอ่ะตอนที่ยังไม่ได้ล้างตัว

ครูและพี่บางท่านเคยบอกว่า แรก ๆ เหงื่อเราอาจจะยังไม่บริสุทธิ์พอ ทำให้กลิ่นแรง และอาจจะบวกกับการทานอาหารที่เราทานเนื้อสัตว์ในปริมาณที่มากอยู่ทำให้กลิ่นสาบรุนแรง ถ้าไม่อยากให้กลิ่นแรงก็พยายามออกเหงื่อบ่อย ๆ ดื่มน้ำให้มาก และลดการทานปริมาณเนื้อสัตว์ลง หนิงไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกันจริงหรือเปล่านะคะ แต่สำหรับหนิงเองก็คิดว่าเป็นเช่นนั้นค่ะ ต้องลอง ต้องลองกันนะคะ

เมื่อมีกลิ่นแล้ว จึงทำให้หลายคนกังวล ตัวหนิงเองก็เคยเป็นนะคะ เคยคิดที่จะหาสเปรย์หรือโรลออนเพื่อมาดับกลิ่น เพราะเกรงใจผู้ฝึกอ่ะค่ะ บางที่สอนเกือบตลอดก็คงมีบ้าง แต่หนิงก็รู้ดีว่า บางครั้งการเลือกกลิ่นของเครื่องหอมต่าง ๆ คงมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ ก็เราใช้แล้วไปอยู่ใกล้คนที่ไม่ชอบเขาก็คงรู้สึกแย่พอ ๆ กับกลิ่นเหงื่อเรานั่นแหละ งั้นไม่ใช่ดีกว่า (ไม่เปลือง 55555) แต่หนิงก็ยังสังเกตุว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกหรือผู้สอน ก็น่าจะยังกังวลกับ “กลิ่นกาย” ตัวเอง จึงใช้เครื่องหอมช่วยไม่ว่าจะเป็นก่อนหรือหลังฝึก หนิงว่าเรายอมให้มันเป็นไปตามธรรมชาติน่าจะดีเหมือนกันนะคะ เพราะบางทีเวลากลิ่นเครื่องหอมมันรวมกับกลิ่นเฉพาะตัวแล้ว มันเพี้ยนออกกลิ่นอื่นได้อ่ะ อิอิ…. แถมส่วนใหญ่เป็นกลิ่นสังเคราะห์มีเคมีเข้าตัวอีก เราอยู่แบบธรรมชาติกันดีกว่านะคะ จริง ๆ นะ หนิงไม่เคยรังเกียจกลิ่นนักเรียนเลย ยอมรับว่าได้กลิ่นนะคะ (ไม่อยากโกหกอ่ะ) แต่ก็เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ เชื่อเหอะ เพื่อสุขภาพที่ดีของเราในอนาคตค่ะ

ว่าแล้วก็อย่างน้อยช่วงที่เราฝึก เรางดใช้เครื่องหอมกันดีกว่านะคะ …. ตัวเธอ

 

อาการติดยา….อิอิ

เห็นหัวเรื่องแล้วอย่าเพิ่งตกใจกันไปก่อนนะคะ มันไม่ใช่เรื่องยาเสพติดเลยค่ะ แต่เป็นอาการอยากฝึกโยคะที่เหมือนอาการติดยาอ่ะค่ะ

Healthy Ning Yoga Phuket (โยคะครูหนิงภูเก็ต)

ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกนะคะว่าตัวเองติด แต่มันเป็นอาการที่บอกไม่ถูกค่ะ ไม่อยากทำอะไรเลยนอกจากฝึกโยคะ สามีชวนไปทานอาหารเช้าก็อยากฝึกโยคะก่อน ทุกวันที่รู้ว่ามีคลาสโยคะแล้วไม่ได้ไป จะรู้สึกหงุดหงิด อยากไปๆๆๆๆๆๆๆ อาการคล้่าย ๆ ลงแดงเล็กน้อย อิอิ

หนิงเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่เมื่อได้สัมผัสกับโยคะแล้ว รู้สึกเห็นผล รู้สึกดีขึ้น และมีความสม่ำเสมอในระยะแรก ๆ มักจะมีความรู้สึก “ติดโยคะ” เหมือนกับหนิงแน่ ๆ สำหรับตัวหนิงเองแล้ว ยอมรับนะคะ ว่าช่วงแรก ๆ ก็เป็นเอาหนักเล็กน้อย แต่ก็ยังพอรู้ว่า เราก็ต้องมีสมดุลชีวิตบ้าง ต้องรักษาชีวิตครอบครัว สังคมกับเพื่อน และงาน จึงทำให้ไม่สามารถทำตามความอยาก หรือ “ตัญหา” ของตัวเองได้ทุกครั้ง ในที่สุดอาการเหล่านี้ก็เริ่มคลายลง เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะนึง ยังยืนยันว่า “รักโยคะ” นะคะ แต่ความมีวินัยในตัวเองเริ่มลดลง บอกเลยนะคะ เท่าที่เห็นส่วนใหญ่แล้ว คนที่บอกตัวเองว่า “ชอบโยคะ” “รักโยคะ” “โยคะดีเลิศ” แต่พอความต่อเนื่องในการฝึกลดลง เริ่มออกห่าง ไม่สม่ำเสมอ สิ่งที่บอก ๆ มาจะทำให้ตัวเราเองถอยห่างจากโยคะไปเรื่อย ๆ จนเหลือแค่เพียงความทรงจำกับโยคะเท่านั้น….

รู้แบบนี้แล้ว อย่าทิ้งให้ “โยคะ” เป็นเพียงแค่ความทรงจำนะคะ ขอให้มีวินัย มีความสม่ำเสมอในการฝึกเรื่อย ๆ เพื่อให้โยคะอยู่กับเราตลอดไปแบบยั่งยืนค่ะ อิอิ

เหงื่อ…

หลาย ๆ คนคงรู้นะคะ ว่าการเสียเหงื่อ ขับเหงื่อ มันมีประโยชน์กับเราอย่างไร แต่ไม่ไว้ใจค่ะ อิอิ ขอย้ำอีกครั้งดีกว่าว่า

เหงื่อ เป็นวิธีการขับของเสียออกจากร่างกายอีกทางค่ะ

ดังนั้น การเสียเหงื่อ ขับเหงื่อ ก็เป็นการทำให้ร่างกายสะอาดขึ้น บริสุทธิ์ขึ้น (แยกเรื่องคำว่าบริสุทธิ์นิดนึงนะคะ เพราะบางอย่างเสียความบริสุทธิ์ไปแล้วก็เสียเลยอ่ะค่ะ คริคริ) เหงื่อจึงเป็นสิ่งที่เราควรจะต้องเสียมาก ๆ นะคะ

Healthy Ning Yoga Phuket (โยคะครูหนิงภูเก็ต)

แต่ ณ ปัจจุบัน คนมักจะต้องการเสียเหงื่อเพื่อลดน้ำหนัก ยิ่งเหงื่อออกมากออกเยอะ น้ำหนักยิ่งลดมันก็จริงอ่ะนะ เพราะร่างกายคนเรามีส่วนประกอบของน้ำถึง 70% เมื่อถูกขับออกก็ย่อมทำให้น้ำหนักตัวลดเป็นเรื่องธรรมดา แต่อย่าลืมคำว่า “สมดุล” นะคะ

คราวนี้มาดูกันบ้างว่า การขับเหงื่อเราทำกันอย่างไรกันบ้าง บางคนแนะนำให้อบซาวน่า นอนในผ้าห่มร้อน แต่หนิงว่าออกกำลังกายน่าจะดีกว่านะ แต่ก็ไม่วาย แม้กระทั่งการออกกำลังกายก็ยังต้องมีการใช้ความร้อนร่วมเลยก็มี อย่าง HOT YOGA ไง แต่เชื่อไม๊ค่ะว่า เราสามารถออกกำลังกายในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี แล้วก็สามารถมีเหงื่อออกได้ดีเช่นกัน

ตัวหนิงเอง เป็นคนชอบออกกำลังกาย แต่เมื่อก่อนไม่ค่อยมีเหงื่อเอาซะเลย จนกระทั่งได้สัมผัสกับโยคะ จากคนที่ไม่ค่อยมีเหงื่อปัจจุบันเหงื่อท่วมขึ้นมาก ทั้ง ๆ ที่ฝึกโยคะในห้องที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก เพียงแค่หายใจให้ลึกให้ยาว และมีสมาธิกับการฝึกของเราให้มาก ๆ ฟินเลยเหงื่อมาแบบไม่ต้องใช้กำลังภายนอกช่วยแต่อย่างใด เพราะจริง ๆ แล้วขณะที่เราหายใจได้ดีความร้อนก็เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว และนั่นคือสิ่งที่เป็นธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องหาตัวช่วยไปเร่งเลย เพราะร่างกายเรามหัศจรรย์มากค่ะ การที่เราฝึกในที่อากาศถ่ายเทได้ดี เราก็สามารถหายใจเอาอะไรดี ๆ เข้าไปในร่างกายเราได้ด้วย ไม่อึดอัดขณะที่เราฝึก ….

รู้อย่างนี้แล้ว เราจะเลือกฝึกโยคะหรือออกกำลังกายในสถานที่แบบไหนกันค่ะ เพื่อให้ได้เหงื่อแบบโล่งโปร่งสบายค่ะ …. อิอิ