PRAN YOGA For CHANGE….

หลังจากที่ได้ตัดสินใจร่วมหุ้นเพื่อเปิดโยคะแห่งใหม่ขึ้น ซึ่งพวกเราก็คิดว่าการรวมตัวครั้งนี้ จะใช้ชื่อว่าอะไรดี คิดว่าควรจะเป็นภาษาที่เรียกง่าย ๆ เพื่อให้ทั้งคนไทยและต่างชาติเรียกแล้วไม่เพี้ยน เป็นคำที่จำง่าย สั้น ๆ มีความหมายดี ๆ สรุปลงตัวที่ “PRAN YOGA” ….

PRAN-for-FB

“PRAN YOGA” เป็นชื่อที่พวกเราคิดว่ามีความหมายที่ดี คือ ลมหายใจ ซึ่งเป็นพลังชีวิต เป็นพลังที่ดีที่ทำให้พวกเรามาร่วมกันเพื่อสร้างสิ่งดี ๆ เผยแพร่ออกไป

จากนั้นมา ก็มาคิดถึง Concept หรือ Slogan ว่า “Pran Yoga” เราเปิดขึ้นมาเพื่ออะไร วันนั้นหนิงจำได้ว่าคิดไปคิดมาเป็นอาทิตย์แล้ว ยังไงก็คิดไม่ออก จนกระทั่งไปนั่งที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในตัวเมืองภูเก็ต แล้วนั่งมองคนที่เดินผ่านไปผ่านมา เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย จึงทำให้คิดถึงคำว่า “CHANGE” เป็นจุดแรก แล้วเปลี่ยนอะไรละ มามองตัวเองทันที ว่าฝึกโยคะแล้วอะไรที่เปลี่ยนบ้าง “ชีวิต” ไง ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปมากมาย ดีขึ้นสุด ๆ แล้วเปลี่ยนแปลงจากอะไรละ โหมันเปลี่ยนเยอะมาก ร่างกายดีขึ้น ความคิดดีขึ้น เยอะอ่ะ จะกลายเป็นเล่าซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะก็เคยเล่าอยู่บ่อย ๆ เท่านั้นแหละ ทำให้ สโลแกน นี้เกิดขึ้นเลย

Pran Yoga

“Change your Breath

Change your Mind

Change your Life”

สำหรับตัวหนิงเองมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ นะคะ  แค่เปลี่ยนลมหายใจ ที่เข้าลึกออกยาว ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่มันมีอิทธิพลมากมายกับร่างกายเรา เมื่อภายนอกดีแล้วภายในก็จะดีตาม นั่นก็คือ คิดแต่สิ่งดี ๆ คิดบวก และสิ่งที่เปลี่ยนแปลงจากลมหายใจ ความคิด นี่เอง สุดท้ายส่งผลให้ชีวิตเราก็เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น จนคิดว่า หากทุกคนเข้ามาหาโยคะแบบจริง ๆ จัง ๆ พวกเราในทีม “Pran Yoga” มั่นใจว่า การเปลี่ยนลมหายใจ ส่งผลให้เราเปลี่ยนความคิดที่ดี และสุดท้ายส่งให้ชีวิตผู้ฝึกดีขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ

แล้วพบกับ “Pran Yoga” กันนะคะ วันที่ 1 ก.ย. 58 นี้ค่ะ ที่โบ๊ทลากูน ภูเก็ต นะคะ

Advertisements

อาการติดยา….อิอิ

เห็นหัวเรื่องแล้วอย่าเพิ่งตกใจกันไปก่อนนะคะ มันไม่ใช่เรื่องยาเสพติดเลยค่ะ แต่เป็นอาการอยากฝึกโยคะที่เหมือนอาการติดยาอ่ะค่ะ

Healthy Ning Yoga Phuket (โยคะครูหนิงภูเก็ต)

ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกนะคะว่าตัวเองติด แต่มันเป็นอาการที่บอกไม่ถูกค่ะ ไม่อยากทำอะไรเลยนอกจากฝึกโยคะ สามีชวนไปทานอาหารเช้าก็อยากฝึกโยคะก่อน ทุกวันที่รู้ว่ามีคลาสโยคะแล้วไม่ได้ไป จะรู้สึกหงุดหงิด อยากไปๆๆๆๆๆๆๆ อาการคล้่าย ๆ ลงแดงเล็กน้อย อิอิ

หนิงเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่เมื่อได้สัมผัสกับโยคะแล้ว รู้สึกเห็นผล รู้สึกดีขึ้น และมีความสม่ำเสมอในระยะแรก ๆ มักจะมีความรู้สึก “ติดโยคะ” เหมือนกับหนิงแน่ ๆ สำหรับตัวหนิงเองแล้ว ยอมรับนะคะ ว่าช่วงแรก ๆ ก็เป็นเอาหนักเล็กน้อย แต่ก็ยังพอรู้ว่า เราก็ต้องมีสมดุลชีวิตบ้าง ต้องรักษาชีวิตครอบครัว สังคมกับเพื่อน และงาน จึงทำให้ไม่สามารถทำตามความอยาก หรือ “ตัญหา” ของตัวเองได้ทุกครั้ง ในที่สุดอาการเหล่านี้ก็เริ่มคลายลง เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะนึง ยังยืนยันว่า “รักโยคะ” นะคะ แต่ความมีวินัยในตัวเองเริ่มลดลง บอกเลยนะคะ เท่าที่เห็นส่วนใหญ่แล้ว คนที่บอกตัวเองว่า “ชอบโยคะ” “รักโยคะ” “โยคะดีเลิศ” แต่พอความต่อเนื่องในการฝึกลดลง เริ่มออกห่าง ไม่สม่ำเสมอ สิ่งที่บอก ๆ มาจะทำให้ตัวเราเองถอยห่างจากโยคะไปเรื่อย ๆ จนเหลือแค่เพียงความทรงจำกับโยคะเท่านั้น….

รู้แบบนี้แล้ว อย่าทิ้งให้ “โยคะ” เป็นเพียงแค่ความทรงจำนะคะ ขอให้มีวินัย มีความสม่ำเสมอในการฝึกเรื่อย ๆ เพื่อให้โยคะอยู่กับเราตลอดไปแบบยั่งยืนค่ะ อิอิ

เหงื่อ…

หลาย ๆ คนคงรู้นะคะ ว่าการเสียเหงื่อ ขับเหงื่อ มันมีประโยชน์กับเราอย่างไร แต่ไม่ไว้ใจค่ะ อิอิ ขอย้ำอีกครั้งดีกว่าว่า

เหงื่อ เป็นวิธีการขับของเสียออกจากร่างกายอีกทางค่ะ

ดังนั้น การเสียเหงื่อ ขับเหงื่อ ก็เป็นการทำให้ร่างกายสะอาดขึ้น บริสุทธิ์ขึ้น (แยกเรื่องคำว่าบริสุทธิ์นิดนึงนะคะ เพราะบางอย่างเสียความบริสุทธิ์ไปแล้วก็เสียเลยอ่ะค่ะ คริคริ) เหงื่อจึงเป็นสิ่งที่เราควรจะต้องเสียมาก ๆ นะคะ

Healthy Ning Yoga Phuket (โยคะครูหนิงภูเก็ต)

แต่ ณ ปัจจุบัน คนมักจะต้องการเสียเหงื่อเพื่อลดน้ำหนัก ยิ่งเหงื่อออกมากออกเยอะ น้ำหนักยิ่งลดมันก็จริงอ่ะนะ เพราะร่างกายคนเรามีส่วนประกอบของน้ำถึง 70% เมื่อถูกขับออกก็ย่อมทำให้น้ำหนักตัวลดเป็นเรื่องธรรมดา แต่อย่าลืมคำว่า “สมดุล” นะคะ

คราวนี้มาดูกันบ้างว่า การขับเหงื่อเราทำกันอย่างไรกันบ้าง บางคนแนะนำให้อบซาวน่า นอนในผ้าห่มร้อน แต่หนิงว่าออกกำลังกายน่าจะดีกว่านะ แต่ก็ไม่วาย แม้กระทั่งการออกกำลังกายก็ยังต้องมีการใช้ความร้อนร่วมเลยก็มี อย่าง HOT YOGA ไง แต่เชื่อไม๊ค่ะว่า เราสามารถออกกำลังกายในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี แล้วก็สามารถมีเหงื่อออกได้ดีเช่นกัน

ตัวหนิงเอง เป็นคนชอบออกกำลังกาย แต่เมื่อก่อนไม่ค่อยมีเหงื่อเอาซะเลย จนกระทั่งได้สัมผัสกับโยคะ จากคนที่ไม่ค่อยมีเหงื่อปัจจุบันเหงื่อท่วมขึ้นมาก ทั้ง ๆ ที่ฝึกโยคะในห้องที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก เพียงแค่หายใจให้ลึกให้ยาว และมีสมาธิกับการฝึกของเราให้มาก ๆ ฟินเลยเหงื่อมาแบบไม่ต้องใช้กำลังภายนอกช่วยแต่อย่างใด เพราะจริง ๆ แล้วขณะที่เราหายใจได้ดีความร้อนก็เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว และนั่นคือสิ่งที่เป็นธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องหาตัวช่วยไปเร่งเลย เพราะร่างกายเรามหัศจรรย์มากค่ะ การที่เราฝึกในที่อากาศถ่ายเทได้ดี เราก็สามารถหายใจเอาอะไรดี ๆ เข้าไปในร่างกายเราได้ด้วย ไม่อึดอัดขณะที่เราฝึก ….

รู้อย่างนี้แล้ว เราจะเลือกฝึกโยคะหรือออกกำลังกายในสถานที่แบบไหนกันค่ะ เพื่อให้ได้เหงื่อแบบโล่งโปร่งสบายค่ะ …. อิอิ

8 ปีที่เปลี่ยนไป…

หนิงว่า หลาย ๆ คนที่ฝึกโยคะ อาจจะมีความรู้สึกกับตัวเองแตกต่างกันไป หรือบางทีก็อาจจะรู้สึกคล้าย ๆ กัน สำหรับตัวหนิงเอง หนิงพอจะสรุปความรู้สึกในแต่ละช่วง ดังนี้

Healthy Ning Yoga Phuket (โยคะครูหนิงภูเก็ต)

  1. ระยะงง ๆ แรก ๆ ที่เข้าคลาสโยคะ ที่เริ่มเห็นคนอื่น ๆ เขาฝึกกันไปถึงไหนต่อไหนกัน เราเองเพิ่งเริ่มเข้าคลาส รู้สึกงงมาก เขาทำอะไรกัน เขาทำกันได้ยังไง แล้วเราจะทำได้ไม๊ ต่าง ๆ นา ๆ เยอะแยะไปหมดเลยค่ะ ท่าก็จำไม่ได้ แล้วจะรอดไม๊ อิอิ
  2. ระยะที่ต้องอดทน เมื่อเริ่มงงไปแล้ว ก็ลองสักตั้งให้หายงงซะหน่อย เราก็ใช่แย่นี่นา คนอื่น ๆ เขายังฝึกกันได้เลย ทำไมเราจะทำไม่ได้ละ ว่าแล้วก็อึ๊บ อึ๊บ ฝึกกันต่อไป เมื่อยก็ทนไป เหนื่อยก็ทนเอา สักวันคงดีขึ้น คิดว่างั้น 55555
  3. ถัดมาเริ่มรู้สึกสับสน เพราะพอเริ่มเรียนกับครูหลายคน แต่ละคนก็บอกไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเข้าท่า การร้อยเรียงท่าต่าง ๆ ในเรื่องของท่าหลัก ท่าแก้ สรุปแล้วมันยังไงกัน จะใช้หลักไหนดีอ่ะ สับสนอยู่นานสรุปแล้วก็ต้องเลือกฝึกไปตามครูที่สอนปัจจุบันบอก ส่วนเวลาที่ฝึกเองก็เทคนิคไหนที่รู้สึกว่าปลอดภัย และรู้สึกสบาย ก็เลือกแบบนั้นละกันนะ น่าจะดีสำหรับเรา คริคริ
  4. ผ่านไปเรื่อย ๆ ชักเริ่ม “หลง” หลงนี่ หลงหลายอย่างเลยอ่ะ ทั้ง “หลงไหล” ช่วงที่เกิดอาการนี้แทบเรียกว่าติดยาได้เลยอ่ะ ไม่เจอกะตัวไม่รู้หลอก จริง ๆ นะ  บางครั้งก็มี “หลงทาง” บ้าง เพราะอยากลองไปเรื่อย อยากรู้ อยากเห็น จนถึงวันนึงที่ต้องเจอกับตัวเองว่ามันเป็นยังไง อาการ “บางอ้อ” ก็เกิดขึ้นค่ะ อีกอย่างก็คือ “หลงตัวเอง” ก็ทำไงได้ค่ะ บางครั้งบางคราวก็รู้สึกว่าเราเลิศอ่ะนะ อาการอยากโชว์ของก็คงเป็นเรื่องปกติ ชิมิ ชิมิ
  5. อาการ “บางอ้อ” ทำให้เกิด “ความเข้าใจ” ว่าเราฝึกโยคะไปทำไมอ่ะ สิ่งที่ได้คืออะไรอ่ะ ว่าแล้วก็เปลี่ยนไม๊กับความคิด วิธีการ และอื่น ๆ อีกมากมาย ก็เข้าใจแล้วไงค่ะ
  6. ตอนนี้ ก็เข้าสู่ระยะ “รอ” รอว่าต่อไปเราจะคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร เพราะตอนนี้เพิ่งรู้สึกได้แค่เนี่ยอ่ะ

ที่บอกไป ก็แค่ความรู้สึกตัวเองนะคะ ผ่านมา 8 ปีละ รู้สึกได้แค่เนี่ยแหละ อิอิ

ลองอีกครั้ง อิอิ

Healthy Ning Yoga Phuket (โยคะครูหนิงภูเก็ต)ไม่คิด ไม่ฝัน จริง ๆ นะคะ กับการที่ต้องเข้ามาลองอะไรอีกในสิ่งที่ปฏิญาณตัวไว้แล้วว่าจะ “ไม่เอาอีกแล้ว” เนื่องจากหนิงเองเคยทำธุรกิจมาหลายรูปแบบ และเคยทำหลายธุรกิจเช่นกันที่มีหุ้นส่วน บอกเลยว่า “หลาบ” หลาบในที่นี้คือ หนิงมองว่า การทำธุรกิจด้วยกันมันคล้าย ๆ กับการแต่งงานกันเลยค่ะ ต้องดูแลกันและกัน ช่วยเหลือกัน มองอะไร คิดอะไร ควรจะต้องพูดคุยกันแบบเปิดอก ถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้างก็เป็นเรื่องปกติ แต่บางทีก็มีถูกทิ้งบ้าง เหมือนทำทุกอย่างอยู่คนเดียวทั้ง ๆ ที่เราหุ้นกัน ค่าบริหารดูแลกิจการไม่มีนะคะ บางทีประชุมสรุปกันแล้ว แต่พอทำจริงกลับไปทำอีกแบบ ซึ่งมันไม่ใช่อ่ะ หรือบางทีพอกิจการไปไม่รอดก็ต้องมารับผิดชอบใช้คืนอยู่คนเดียว นั่นหมายถึง หนิงต้องแบกรับภาระทุกอย่างคืนให้หุ้นส่วน ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วเราหุ้นกันควรจะแชร์ความรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งก็ไม่เคยพูดออกไปนะคะ เพราะคิดว่าถ้าเราทำแล้วตัวเราเองสบายใจก็ทำไป ไม่ได้เดือดร้อนอะไรมากมาย เรื่องอื่น ๆ เจอกันข้างนอกเราก็ยังพูดคุยกันแบบปกติ

 

แต่วันนี้ หนิงกลับมองมุมกลับของคำปฏิญาณกับตัวเองไว้ เพราะที่ผ่านมาเราอาจจะหุ้นกันทำด้วยที่มองแค่ผลกำไรในกิจการ บางคนไม่มีประสบการณ์ ไม่มีไอเดียกับงานที่ร่วมกันเลย แต่ด้วยตัวหนิงเองเป็นคนชอบลองและตั้งใจทำด้วย หากไม่รู้ก็จะเรียนรู้ศึกษาเองจนทำได้ อิอิ เลยทำให้บางครั้งต้องทำอยู่คนเดียวเพราะเหตุนี้แหละ 55555 ก็ทำไงได้คนอื่นทำไม่เป็นนี่นา ครั้งนี้คงจะไม่เหมือนเดิม เพราะ เราทุกคนที่ร่วมกันทำ นอกเหนือจากมองผลกำไรในธุรกิจแล้ว สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือ

เรามีพื้นฐานของความรักในสิ่งที่เราทำเหมือน ๆ กัน

ช่วงหลัง ๆ หนิงได้มีโอกาสไปฟังสัมมนากับวิทยากรหลาย ๆ ท่านที่ถือได้ว่าประสบความสำเร็จกับสิ่งที่พวกเราทำ เขามักจะบอกว่า พวกเขาได้ “ทำตามฝัน และทำในสิ่งที่ตัวเองรัก” เลยทำให้หนิงมองว่า เมื่อเรามีพื้นฐานของสิ่งนี้เหมือนกัน สามารถช่วยกันดำเนินธุรกิจนี้ได้พอ ๆ กัน เพราะทุกคนถือว่ามีความรู้ในงานไม่ต่างกัน เราน่าจะประสบความสำเร็จกับสิ่งที่พวกเราทำอย่างแน่นอน เพราะ

เราทำมันด้วยรัก และด้วยใจ

เป็นที่มา ของ “Pran Yoga ปราณโยคะ” จุดเริ่มต้นของพวกเรา ที่จะทำให้ทุกคน

Change your Breath

Change your Mind

Change your Life

พบกับ “Pran Yoga” ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2558 ที่โบ๊ทลากูน Park plaza E เกาะแก้ว นะคะ

4 ปี บนเส้นทางแห่งฝัน

Healthy Ning Yoga ได้ดำเนินการครบ 4 ปีเต็ม ซึ่งเป็น 4 ปีที่เต็มไปด้วยการสร้างฝัน และล่าฝัน ปกติเป็นคนเบื่อง่าย หน่ายเร็ว แม้กระทั่งการเปิดสอนแรก ๆ ก็ทำใจนะคะ ว่าจะอยู่กับตรงนี้ได้นานหรือเปล่า แต่นี่คือสิ่งที่ “ทำด้วยรัก สอนด้วยใจ” เลยทำให้ 4 ปีมันเร็วมาก กับก้าวแรกที่เริ่มต้น

ฝันแรกที่สำเร็จไป คือ ได้ทำแผ่นพับชุดฝึก Ashtanga Yoga Primary Series ฝันนี้จริง ๆ เกิดขึ้นช่วงปีหลัง ๆ นี้เอง เมื่อก่อนหนิงเคยนำแผ่นพับของครูคนอื่นมาจำหน่าย ส่วนใหญ่จะเป็นครูต่างชาติ ยังไม่มีคนคนไทยคนไหนทำเลย อิอิ จำหน่ายจนแผ่นพับหมด และเคยเห็นของครูท่านนึงชาวฮ่องกง ซึ่งเคยสอนหนิงด้วย หนิงพยายามติดต่อเพื่อหาแผ่นพับชุดฝึกของครูทั้งสองท่านมาจำหน่ายอีก เพราะยังมีคนถามถึงและต้องการ แต่ไม่ว่าจะติดต่อโดยตรงหรือติดต่อผ่านครูหรือตัวแทนจำหน่ายท่านอื่น ๆ ก็ไม่สามารถ ฝันจริงเกิดตั้งแต่วันนั้นว่า สักวันจะทำเป็นผลงานตัวเองก็ได้หายากนัก 5555 แต่ทำไงได้ละ ให้ไปถ่ายรูปอาสนะเราเหมือนครูคนอื่นเขาเหรอ คงลำบากอ่ะนะ ท่าอาาสนะเราคงจะสื่อให้คนอื่นเข้าไปไม่ถึงจุดที่ควรจะเป็นแน่ ๆ แต่นึกขึ้นได้ว่าเคยเห็นครูท่านนึงวาดตัวเองในท่าอาสนะด้วย ฝันไม่ไกลละจากเดิมหริบหรี่มาก ต่อมาก็เห็นนักเรียนเก่าท่านนั่งชอบวาดการ์ตูน เพราะคงต้องเป็นแนวการ์ตูนที่ต้องลงคอมได้ และไม่ใช่การ์ตูนเหมือนจริงนัก เจอแล้ว…รีบติดต่อเลย แต่ปรากฎว่าเธอไม่ค่อยมีเวลาเสียดายมาก เพราะเธอฝึกโยคะอยู่บ้าง น่าจะจินตนาการได้ไม่ยาก ความหวังทรุดไปอีกครั้ง จนกระทั่งนึกถึงน้องคนนึงเคยไปเที่ยวด้วยกันสอบถามกันไว้บ้างแล้วด้วย ว่าแล้วก็ติดต่อจนกระทั่งทันกับวันก้าวขึ้นสู่ปีที่ 5 จนได้ จริง ๆ ก็เอ็นดูน้องเขามากนะคะ เพราะบางท่าเห็นตอนแรกก็งงว่าทำไมออกมาแบบนี้ น้องเขาเล่าว่าเขาลองทำเอง เห็นหลังมันโค้ง ๆ มันก็เลยวาดให้หลังโค้ง ท้ง ๆ ที่ภาพควรจะต้องหลังตรง แต่ก็ต้องชื่นชมในความพยายามของน้องเขานะคะ ที่อุตส่าห์ลองทำด้วยอ่ะ สุดท้ายผลงานก็ออกมา หลายคนบอกว่า มันเหมือนหนิงมาก ก็บกเลยว่าตั้งใจอ่ะ เอาคาเรคเตอร์ที่รู้สึกว่าเราชอบ และมองแล้วว่าเป็นเราที่สุดให้น้องเขาไป คริคริ มันจะไม่เหมือนได้ไงนิ

Healthy Ning Yoga Phuket (โยคะครูหนิงภูเก็ต)

ฝันที่ยิ่งใหญ่อีกหนึ่งฝันคือ การทำคลาสมัยซอร์ พูดไว้นาน ไปสร้างความอยากให้นักเรียนไว้หลายคนแล้วยังไม่สามารถทำได้ เพราะคิดว่าถ้าทำจริงคงต้องมีเครื่องมือที่ใช้ในการสอน นั่นก็คือแผ่นพับตัวนี้แหละค่ะ ตอนนี้มันเสร็จเรียบร้อยแล้วจะช้าอยู่ใย ได้โอกาสครบรอบขึ้นปีที่ 5 แล้วก็เปลี่ยนแปลงอีกสักอย่างให้มันสะใจไปเลย ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ละ มั่นใจซะอย่าง คิดว่าในการทำคลาสมัยซอร์คงต้องมีปัญหาอยู่บ้าง แต่มั่นใจว่ามันก็ต้องปรับปรุง สร้างความเข้าใจ และแก้ไขกันไป สุดท้ายแล้วผู้ฝึกทุกคนคงจะเข้าใจว่าทำไม “หนิง” ถึงอยากให้ทุกคนได้มีโอกาสเรียนและสัมผัสกับคลาสนี้จริง ๆ

4 ปีแห่งความฝัน ก้าวสู่ปีที่ 5 ที่ทำฝันให้เป็นจริง ขอฝันถัดไปว่าจะสำเร็จหรือไม่ แต่จะพยายามค่ะ เพราะทุกคนย่อมมีฝัน แต่จะมีสักกี่คนที่ได้ทำตามฝัน อย่างน้อยที่ผ่านมาหนิงก็ฝันไปเรื่อย แต่ฝันก็เป็นจริงมาบาง ต้องฝันทิ้งขว้างไปบ้าง แต่ก็ภูมิใจนะคะ ที่ได้มีฝัน สร้างฝัน ปั้นจนมันเป็นจริงค่ะ….

แรงผลักดัน

Healthy Ning Yoga Phuket (โยคะครูหนิงภูเก็ต)

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีเรื่องที่ทำให้หนิงค่อนข้างอัศจรรย์ใจกับสิ่งที่ได้รับรู้มาเป็นอย่างมากค่ะ คือ มีคนมาเรียนโยคะกับหนิงแบบรายครั้ง แล้วหลังจบคลาสเรามีโอกาสได้คุยกัน เขาบอกว่าเขามาจากหัวหิน และจริง ๆ มีเพื่อนรุ่นน้องอีกคนที่อยากเจอ อยากมาฝึกโยคะกับหนิงมาก เพราะน้องเขาไม่สบาย และได้ติดตามบล็อคของหนิงอยู่ทำให้เขามีแรงบันดาลใจ มีแรงผลักดันในการฝึกโยคะ และตอนนี้อาการน้องเขาดีขึ้นมาก ซึ่ง ณ ปัจจุบันก็ได้ฝึกโยคะอยู่ เลยอยากเดินทางมาหาหนิงและมาฝึกกับหนิง ฟังครั้งแรกรู้สึกประหลาดใจมาก ว่าการระบายความรู้สึกของเราด้วยตัวอักษรบนโลกออนไลน์นี้ มันจะมีผลทำให้ใครบางคนมีแรงผลักดันได้ขนาดนั้น มันยิ่งใหญ่มากนะคะ

น่าจะประมาณวันเดียวหลังจากนั้น  หนิงก็ได้มีโอกาสได้คุยกับตัวจริงของน้องเขา เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวหนิงขอไม่กล่าวถึงอาการป่วยของน้องเขานะคะ ไม่น่าเชื่อว่า แค่การคุยกันในครั้งแรก เราพูดคุยกันเกือบชั่วโมงจากคนที่ไม่รู้จัก ไม่เคยคุยกัน เป็นความรู้สึกที่ดีมากสำหรับหนิง บอกเลยว่าตอนที่คุยอยากร้องไห้มาก มันเป็นอารมณ์ที่ไม่สามารถบรรยาย อธิบายอะไรใด ๆ ได้เลยค่ะ แต่หลังจากวางสาย ต่อมน้ำตาแตกอ่ะ 555555

แต่ในที่สุด ความฝันของเราทั้งสองคนที่จะได้เจอกันก็เป็นจริง ครั้งแรกที่เจอเรากอดกันแน่น หนิงไม่รู้หรอกนะคะว่าน้ำตาเขาออกหรือเปล่า แต่ของหนิงนี่นองเลยค่ะ อิอิ ตลอดเวลาที่เราได้เจอกัน ถึงแม้จะมีเวลาเพียงไม่กี่วัน เรากอดกันเกือบทุกวัน มันเป็นความรู้สึกอบอุ่น รู้สึกดี รู้สึกบอกไม่ถูก ซะงั้น

สิ่งที่หนิงถูกย้ำคือ น้องเขาบอกว่า มีอยู่บางช่วงที่หนิงเงียบหายไป เขาอยากโทรมาถามเหลือเกิน ว่าทำไมไม่เขียน ณ เวลานั้น คำพูดของสามีผุดขึ้นมาในหัวทันที เพราะคุณสามีเคยเตือนหนิงไว้ว่า

หนิงถ้าหนิงเขียนบล็อคและเริ่มมีคนติดตามแล้วสิ่งหนึ่งที่เราต้องทำคือ ความมีวินัย มีความรับผิดชอบกับแฟนคลับ (อิอิ แอบใช้คำนี้เพราะรู้สึกดีอ่ะนะ เหมือนเป็นดังไงมะรุ 55555)

แต่บางครั้งก็ยอมรับตัวเองนะคะว่ามันไม่มีอารมณ์ และเรื่องที่อยากเขียนมันสุ่มเสี่ยงกับการกระทบต่อคนอื่น ทำให้ต้องยั้งคิดยั้งทำมาก คิดเยอะขึ้นจริง ๆ ค่ะ เพราะเราเริ่มเปลี่ยนสถานะตัวเองจากผู้เรียน ซึ่งปกติครูผู้สอนก็เป็นต่างชาติ อ่านภาษาไทยไม่ได้ สิ่งที่เราระบายออกก็ไม่มีผลกระทบใด ๆ คริคริ พอตอนนี้เราเป็นครูจะเขียนถึงผู้เรียน ผู้ฝึก คงไม่เหมาะสม เพราะแต่ละคนคิดไม่เหมือนกัน เราไม่สามารถปรับความคิดใครได้ แค่ตัวเราเองยังเอาตัวลำบากเลยจริงไม๊ค่ะ

แรงผลักดันจากเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้น จนน่าจะเป็นตัวบังคับให้หนิงสานฝันอีกหนึ่งอย่าง ตอนนี้ขออุบไว้ก่อนนะคะ เพราะกลัวว่าถ้าบอกไปแล้วเราทำไม่สำเร็จ หรือมีคนรู้แล้วรอคอย มันจะทำให้ความรู้สึกหนิงแย่ แต่ค่อนข้างมั่นใจนะคะว่าจะทำให้ได้ และทำให้สำเร็จ เพราะเพิ่งได้คุยกับเพื่อนอีกคนว่าสิ่งที่ฝัน เขาบอกว่า

หนิง ทุกคนมีฝันนะ จะมีกี่คนที่จะสามารถทำฝันของตัวเองให้เป็นจริงได้ คำว่า “ฝัน” ไม่ใช่สิ่งที่จะบอกว่ามันประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่เราได้ทำมันแล้วต่างหาก

ฟังแล้ว ยิ่งมั่นใจที่จะก้าวต่อไป อิอิ ผลักกันไปให้สุด ๆ แหะแหะ