นั่งรอวัน
กุมภาพันธ์ 7, 2010 at 7:44 am | In ก่อนคลอด | 1 CommentTags: ขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้ว, มีบุตรยาก, หมอวิวัฒน์, เด็กหลอดแก้ว
ตอนนี้ทั้งหนิงและแฟนน่าจะตัดสินใจแน่นอนแล้วว่า เราจะ “ทำเด็กหลอดแก้ว” กันในเดือนนี้อย่างแน่นอนค่ะ ตอนนี้ก็แค่นั่งรอวัน-เวลา ทุกวันนี้คุณหมอวิวัฒน์ก็ได้ให้ธาตุเหล็กมาทานเสริมหลังอาหารเช้า-เย็นทุกวัน ส่วนก่อนนอนก็ให้ทานฮอร์โมนเป็นยาคุมอ่ะค่ะ แต่ไม่ใช่เพื่อคุมกำเนิดนะคะ อิอิ คุณหมอให้หนิงทานฮอร์โมนจนถึงวันที่ 15 ก.พ. 53 ค่ะ
หลังจากนั้นคุณหมอคาดเดาว่า รอบเดือนหนิงน่าจะมาวันที่ 19 ก.พ. อันนี้ก็ต้องลุ้นกันดูว่าจะเป็นไปตามความคาดเดาของคุณหมอหรือเปล่า ถ้าใช่สิ่งที่หนิงต้องทำถัดไปก็คือ เมื่อวันที่รอบเดือนมาเป็นวันที่ 4 นั่นก็คือวันที่ 22 ก.พ. นี้หนิงจะต้องทำการฉีดฮอร์โมนเป็นวันแรก ซึ่งยาที่คุณหมอให้มาฉีดมีทั้งหมด 2 ตัว ต้องฉีดตัวละ 2 เข็ม ซึ่งถ้าทำตามนั้นหนิงคงต้องถูกฉีดวันละ 4 เข็ม ซึ่งน่าจะชินกับเข็มไปเลย แต่มันไม่ได้เป็นเยี่ยงนั้นหรอกค่ะ เพราะว่าคุณพยาบาลที่น่ารัก คือ คุณก้อได้แนะนำว่า ยาทั่งสองชนิดนี้สามารถผสมกันได้ ดังนั้น หนิงสามารถผสมน้ำกับยาผงเข้าด้วยกัน ให้ใช้เข็มดูดออก จากนั้นเอาไปฉีดผสมเข้ากับอีกขวดจนกระทั่งครบทั้ง 4 ขวดที่คุณหมอจัดให้ในแต่ละวัน ถามว่าเข้าใจตามที่คุณก้อพยาบาลสาวแนะนำหรือเปล่า ก็เข้าใจนะคะ แต่ไม่แน่ใจตัวเองมากกว่าว่าจะสามารถฉีดยาให้ตัวเองได้อ่ะป่าว ถึงแม้ว่าคุณหมอมีเข็มอีกอันที่มันสั้นกว่ามาให้ด้วยก็เถอะ มันเสียวนะ สรุปแล้วหนิงคิดว่าหนิงคงต้องอาศัยคลีนิคหรือโรงพยาบาลเป็นตัวช่วยแน่นอนค่ะ ซึ่งหนิงจะต้องทำการฉีดอยู่ที่ภูเก็ตประมาณ 7 วันด้วยกัน แต่จริง ๆ แล้วต้องฉีดฮอร์โมนทั้งหมด 9 วัน ซึ่งคุณหมอจะให้หนิงขึ้นไปตรวจก่อนในวันที่ 1 มี.ค. (วันเกิดหนิงพอดีเลย) ซึ่งเป็นวันที่ 8 ของการฉีดยา ดังนั้นวันที่ 8 และ 9 ของการฉีดยา หนิงคงต้องขึ้นไปฉีดยาที่ศูนย์ของคุณหมออย่างแน่นอนค่ะ
หลังจากนั้นก็รออีก 2 วัน นั่นก็คือ วันที่ 4 มี.ค. เป็นวันที่ 11 ของการเริ่มแผนการ คุณหมอจะทำการเก็บไข่ และน้ำเชื้อ เอาไปผสมกัน หลังจากนั้นอีก 5 วัน นั่นก็คือวันที่ 9 มี.ค. คุณหมอก็จะทำการฝังตัวอ่อนเข้าไปในมดลูก หากไม่มีความผิดปกติใด ๆ จากนั้นก็ให้นั่งนับวันรอไปอีก 14 วัน ซึ่งก็น่าจะตรงกับวันที่ 23 มี.ค. ก็จะทำการตรวจได้ว่าผลงานที่ทำมาสำเร็จหรือเปล่า
หากทำสำเร็จ หลังจากนี้หน้าที่คุณแม่ก็คงเริ่มขึ้นอย่างจริงจังซะที เพราะเท่าที่ทราบมา การทำเด็กหลอดแก้วครั้งแรกนั้นโอกาสหลุดก็มีสูงเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเพราะร่างกายคุณแม่เอง หรือว่าความเคยชินจากพฤติกรรมเดิม ๆ ของคุณแม่ด้วย ดังนั้นจะต้องลดกิจกรรมลงอย่างน้อย 50% เลยล่ะ เพื่อสิ่งที่เรารอมานาน และเราจะต้องรักษาให้เขามีชีวิตอยู่ มีคนที่เคยทำเด็กหลอดแก้วมาแล้วหลายคนบอกกับหนิงว่า “ใครจะว่าเรายังไงก็ช่าง ต้องอดทน เพราะช่วงนั้นจะดูเหมือนเราเป็นคนขี้เกียจ เอาแต่นอน ไม่ต้องไปสนใจเลย เพราะนอกจากเราจะเสียเงินที่ทำมาแล้ว สิ่งที่เราจะเสียมากกว่าก็คือการเสียใจซึ่งจะรักษายากมาก และทำใจยากด้วยค่ะ” ว่าม่ะ
ครบอาทิตย์แล้ว น่าจะฝึกโยคะได้แล้วล่ะ
กุมภาพันธ์ 7, 2010 at 4:08 am | In Ashtanga Yoga | 2 CommentsTags: บ่นไปเรื่อย, ฝึกโยคะ, เจ็บแล้วฝึกโยคะ
วันนี้ คือ วันอาทิตย์ที่ 7 ซึ่งเป็นวันที่หนิงไปส่องกล้องครบหนึ่งอาทิตย์พอดี แต่ยังไม่ได้เห็นแผลตัวเองเลย ก็กำลังคิด ๆ อยู่ว่าจะไว้อีกสักวันสองวันก่อน ค่อยแกะพลาสเตอร์ปิดแผลออก for sure อิอิ
สำหรับอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ หนิงว่ามันหายไปเกือบหมดแล้วล่ะ ยังเว้นแผล ที่ยังมีเสียว ๆ บ้างกับบางอิริยาบถ เดินก็คล่องเกือบเป็นปกติแล้ว กะไว้ว่าวันพรุ่งนี้น่าจะไปเริ่มฝึกโยคะได้แล้ว เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของร่างกายได้เกิดขึ้น ก็จะไม่ให้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ยังไงล่ะค่ะในเมื่อ แค่อาทิตย์เดียวทำเอา รูปร่างหนิงเปลี่ยนไปพอควร คือ พุงยื่นออกมามาก ไม่รู้ว่าเพราะอาการบวมของแผลหรือแก๊สที่หมอใส่เข้าไป หรือว่าเพราะทานมากกันแน่ อิอิ
เมื่อวานแค่เกริ่น ๆ ว่าจะไปฝึกโยคะก็ทำเอาหลาย ๆ คนตกใจว่าชลอก่อนดีไห๊ม ไว้ให้หายดีก่อนรอให้ครบสองอาทิตย์ดีก่าอ่ะป่าว แต่หนิงว่าถ้ารอก็คงต้องรอไปเรื่อย ๆ เราน่าจะรู้กำลังตัวเองนะคะว่าได้แค่ไหน ได้แค่ไหนก็แค่นั้น ไม่เห็นต้องอะไรมากเลยจริงไห๊มคะ ก็หนิงคิดว่าแค่ให้เหงื่อออก แล้วก็จะได้เตรียมร่างกายให้แข็งแรงก่อนที่จะไปทำเด็กหลอดแก้วนี่คะ คงไม่ผิดหรอกนะ อิอิ
ในที่สุดก็ต้องตัดสินใจทำ “เด็กหลอดแก้ว”
กุมภาพันธ์ 1, 2010 at 9:21 am | In ก่อนคลอด | Leave a CommentTags: ท่อนำไข่ตัน, ผ่าตัดมดลูก, สวนอุจจาระ, ส่องกล้อง, เด็กหลอดแก้ว
จากความเดิมตอนที่แล้ว หนิงบอกว่าขึ้นมาพบหมอนั้น คุณหมอก็ได้นัดขึ้นมาทำการส่องกล้องเพื่อดูความปกติภายในมดลูก ซึ่งมันก็ค่อนข้างเร็วมาก หนิงตัดสินใจขึ้นมาส่องกล้องที่ รพ.พญาไท 2 ในวันที่ 31 มกราคม เลย
ขั้นวันใหม่ของวันที่ 31 มกราคม 53 หนิงก็ได้เดินทางมาถึง รพ. พญาไท 2 ประมาณตีหนึ่งเศษ ๆ ทำบัตรผู้ป่วยเรียบร้อย ก็ถูกเจาะเลือดซะแล้ว (เขาต้องดูก่อนอ่ะค่ะ ว่ามีเชื้อ HIV อ่ะป่าว จริง ๆ นะคะไม่ได้ล้อเล่น) จากนั้นไปถ่าย x-ray ปอด แล้วเขามาส่งที่ห้องพักเพื่อให้พักผ่อน แต่ก็นอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่ อาจจะเพราะเลยเวลานานแล้วด้วย
ได้เวลาตี 4.30 น. พยาบาลก็เคาะประตูขอเข้ามาสวนอุจจาระ (เป็นครั้งแรกเลยเหมือนกันค่ะ กับประสบการณ์นี้) ทรมานนิดหน่อย เพราะจะมวน ๆ ท้องด้วย เข้าห้องน้ำอยู่พักใหญ่ ก็มานอนต่อจนเกือบ 6 โมง พยาบาลก็เข้ามารับตัวไปห้องผ่าตัด ถูกเสียบสายโน้น-นี่-นั้น พอควร และได้รับคำอธิบายจากพยาบาลไว้บ้างแล้วว่าจะเจออะไรบ้าง ไม่นานหนิงรู้สึกว่าท้องไม่ค่อยดี เสยถามพยาบาลไปว่า ถ้าเราทำการสวนอุจจาระแล้วจะมีโอกาสปวดได้อีกหรือเปล่าค่ะ พยาบาลตอบว่าไม่น่านะ แต่สรุปสุดท้ายหนิงต้องขอเข้าห้องน้ำจนได้ และมันก็สามารถอีกจริง ๆ เสร็จกิจเรียบร้อย หนิงก็มานอนบนเตียงผ่าตัด เกรงใจพยาบาลเขาเหมือนกันค่ะ ต้องมาทำงานเดิมซ้ำอีก แล้วเขาก็แจ้งว่าคุณหมอมาแล้ว ก็มีผู้หญิงคนนึงมาแจ้งว่าเดี๋ยวจะให้ยานอนหลังนะคะ น่าจะฉีดเข้าทางสายน้ำเกลือ จากนั้นไม่น่าจะถึง 1 นาที หนิงก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลย จนกระทั่งมารู้สึกตัวอีกทีก็นอนบนเตียงในห้องพักซะแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าเขาทำอะไรไปบ้าง อิอิ
หลังจากรู้สึกตัว พูดอะไรก็ยังไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ซึ่งก็ตรงกับที่พยาบาลบอกไว้ช่วงต้นว่า ต้องใส่สายลงไปในคอด้วย เพราะเราไม่สามารถหายใจเองได้ หลังจากผ่าแล้วเราจะรู้สึกเหมือนคอแห้ง กว่าจะพูดได้เป็นปกติก็น่าจะเกือบค่ำแล้วล่ะ ตลอดที่หลังผ่าเสร็จ สิ่งที่หนิงรู้สึกก็คือ จุดที่บริเวณหน้าอก หลังด้วย เพราะเกิดการที่เขาพ่นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เข้าท้องช่วงผ่าตัดด้วย แล้วก็เจ็บแผลนิดหน่อย ตัวก็บวม ๆ แต่ไม่แน่ใจว่าเพราะอ้วนขึ้นตั้งแต่ก่อนมาแล้วหรือเปล่านะ อิอิ
วันรุ่งขึ้น หมอก็มาพบ แล้วก็ให้ดู CD ที่อัดเอาไว้ น่ากลัวเหมือนกัน สรุปคือ หมอบอกว่าหมอได้จัดการปัญหาในมดลูกให้เรียบร้อยแล้ว แต่ส่วนของท่อนำไข่จัดการไม่ได้ ก็เลยต้องทำ “เด็กหลอดแก้ว” ซะแล้ว
เพื่อนฝากบอกค่ะ ข่าวครู Ken
มกราคม 27, 2010 at 9:24 am | In Ashtanga Yoga | Leave a CommentTags: Ashtanga Yoga, ashtanga yoga phuket, โยคะ, โยคะภูเก็ต, Ken Harakuma, workshop yoga
วันนี้หนิงก็เอาข่าวโยคะมาบอกอีกเช่นเคยค่ะ แต่คราวนี้มีเพื่อนบอกมาอีกที ก็เลยเอาแบบง่าย ๆ ขอให้ wording ที่คุณก้อยส่งมาให้เลยล่ะกันนะคะ
สวัสดีค่ะ…
สวัสดีปีใหม่ค่ะ … ปีใหม่นี้ได้ทดลองอะไรใหม่ ๆ บ้างรึยังคะ ก้อยมีโปรแกรมฝึกโยคะกับครูเคนมานำเสนอค่ะ
ใครที่เป็นขาประจำโยคะคงจะรู้จักหรือคุ้นหน้าคุ้นตากับครูเคนกันมาบ้างแล้วนะคะ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วค่ะที่ครูเคนมาจัดเวิร์กช็อปที่สุโขสปา ภูเก็ต ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับความสนใจจากผู้รักสุขภาพพอสมควรค่ะ ครั้งนี้ครูเคนก็มีอะไรใหม่ ๆ มา update หรือว่ามา Charge พลังให้กับลูกศิษย์..รับรองว่าไม่มีคำว่า “ผิดหวัง” แน่นอนค่ะ
เห็นภาพแล้วไม่ต้องตกใจนะคะว่า..จะทำได้รึป่าว.. ทุกอย่างต้องมีการเริ่มต้นค่ะ และโอกาสดี ๆ ก็ไม่มีบ่อย ๆ นะคะ บางคนกว่าจะได้เรียนกับครูเคน ต้องเสียค่าเดินทางไปถึงกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หรือญี่ปุ่น แน่ะ …วันนี้ สุโขสปา จัดให้ครูเคน มาสอนทุกคนถึงที่ภูเก็ตแล้ว อย่าพลาดนะคะ…
ถ้าการจัดเวิร์กช็อปได้รับความสนใจจากทุกคนมาก เราก็จะได้มีกำลังใจในการจัดครั้งต่อ ๆ ไปค่ะ ซึ่งนอกจากครูเคนแล้วยังมีครูโยคะท่านอื่น ๆ ที่รอการติดต่อเพื่อมาจัดเวิร์กช็อปที่สุโขสปาอีกหลายท่านค่ะ แต่ถ้าจัดแล้วไม่มีคนสนใจ … การจัดครั้งต่อ ๆ ไปก็คงจะเกิดขึ้นยากนิดนึง
สำหรับท่านที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ตลอดเวลาค่ะ ก้อยได้ให้รายละเอียดวัน/เวลา และราคาbbเพื่อประกอบการตัดสินใจแล้วนะคะ
เห็นไห๊มล่ะ ชาวโยคะทั้งหลาย ได้เจอกับสิ่งดี ๆ กันอีกแล้ว ใครต้องการหาประสบการณ์การฝึกโยคะกับ Ken ก็เชิญนะคะ แล้วเจอกันค่ะ
yoga anatomy
มกราคม 23, 2010 at 2:24 am | In Ashtanga Yoga | Leave a CommentTags: หนังสือโยคะ, kinokuniya, yoga anatomy
ขึ้นมากรุงเทพฯ ทั้งที ก็ยังทิ้งโยคะไม่ได้ แต่ไม่ใช่เรื่องการฝึกอาสนะหรอกนะคะ ก็ช่วงนี้มีเรื่องใหม่ที่กำลังศึกษาอยู่ เลยทำให้ห่างจากโยคะมาชั่วคราวค่ะ
ที่บอกว่าทิ้งโยคะไม่ได้เพราะ ยังไงก็ต้องไปหาหนังสือมาเพิ่มพูนความรู้นะซี ก่อนหน้านี้หนังสือส่วนใหญ่ที่มีจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องของอาสนะซะมากกว่า จริง ๆ ก็ยังหาอ่านอยู่เสมอ ๆ เพราะบางครั้งอาจจะมีสิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาจากที่เราเคยรู้เหมือนกัน ซึ่งเมื่อวานก็เช่นเคย เพราะร้านประจำของหนิงอยู่ที่ร้าน Kinokuniya ไม่ว่ามาครั้งไหนหนิงก็ต้องแวะให้ได้ เพราะที่ภูเก็ตหาหนังสือโยคะอ่านได้ยากจริง ๆ เพราะส่วนใหญ่เป็น basic ซะมากกว่า ไม่งั้นก็ยังไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าตอนนี้หนิงเก่งกาจอะไรหรอกนะคะ แต่เป็นเพราะว่าหนิงเราอาจจะได้ฝึกมากับหลากหลายอาจารย์ และค่อนข้างใกล้ชิด ทำให้เรารู้เกี่ยวกับอาสนะต่าง ๆ ได้ค่อนข้างละเอียด พอเห็นของบางคนเลยรู้ว่ายังไม่ใช่ แต่ไม่ได้แปลว่าผิดนะคะ เพราะเรื่องนี้ถ้าพูดก็พูดกันไม่จบ เพียงแต่หนิงก็มีจุดของหนิงอยู่เท่านั้นเองค่ะ
เกรงใจทางร้านเขาเหมือนกันค่ะ เพราะปกติหนังสือทุกเล่มเขาจะหุ้มพลาสติกไม่ให้เปิดได้ ต้องไปขอเปิดที่เคาท์เตอร์ ซึ่งหนิงก็อยากรู้ข้อมูลด้านในอยู่หลายเล่ม ไม่งั้นกลัวไปใกล้เคียงกับที่มีอยู่ด้วย และกลัวว่าจะไม่มีสิ่งที่เราสนใจด้วย หลายอย่าง อ่านไปอ่านมา เลยตัดสินใจว่าคราวนี้เอาไปเล่มเดียวก่อนละกัน คือ yoga anatomy เพราะเทียบกับหลาย ๆ เล่มแล้ว เล่นนี้น่าจะแตกต่างจากที่เคยมีมากที่สุด และอยากรู้มากที่สุดในตอนนี้ด้วยค่ะ เพราะราคาค่อนข้างแพงค่ะ อีกอย่างบัตรลดก็ไม่มี ไปถามแล้วเขาก็บอกว่าค่าสมัคร 500 บาท ลดได้ 10% ไว้คราวหน้าละกัน เพราะบัตรก็มีอายุแค่ปีเดียว หนิงยังไม่แน่ใจว่าปีนี้จะได้ซื้อเพิ่มซักกี่เล่มเลยคิดหนักค่ะ
ครั้งแรกที่ safe fertility center
มกราคม 23, 2010 at 1:59 am | In ก่อนคลอด | Leave a CommentTags: ขั้นตอนรอตรวจ, พบหมอ, หมอวิวัฒน์, safe fertility center
เมื่อวานนี้หนิงเดินทางขึ้นมากรุงเทพฯ เพื่อมาทำการตรวจที่ safe fertility center กับคุณหมอวิวัฒน์ ปรากฎว่าต้องนอนคนเดียวเพราะเพื่อนซี้เจ้าของห้องไม่อยู่ ก้อเลยโอ้เอ้นิดหน่อยก่อนเข้าห้อง ซื้อโน้นซื้อนี้ฝากเพื่อน ๆ หลายคน จนค่ำพอควรก็กลับห้อง นอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่ ก็ประมาณเที่ยงคืนกว่า ๆ
เช้าตื่นครั้งแรกประมาณ 6.30 น. แต่หนิงตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 7.20 น. ก็เลยนอนต่อ จนกระทั่งนาฬิกาปลุก มาถึงสถานีรถไฟฟ้า 8.00 น. เพราะได้เคารพธงชาติตอนแลกเหรียญพอดี อิอิ หนิงเดินทางไม่นานก็มาถึงตึกอัมรินทร์ ขึ้นลิฟต์มาชั้น 17 เลี้ยวขวาออกจากลิฟต์ก็เจอศูนย์เลยค่ะ หาไม่ยาก ได้พบกับการต้อนรับที่ดีจากพนักงาน
ขั้นแรกเขาสอบถามเบื้องต้นว่าเคยมาตรวจไห๊ม นัดไว้หรือเปล่า ต่าง ๆ นานา หนิงเพิ่งมาครั้งแรก เขาก็เลยเอาใบลงทะเบียนมาให้กรอกข้อมูล หน้าแรกไม่ค่อยมีปัญหาในการกรอกข้อมูลเท่าไหร่ แต่หน้าสองนี่ซิเป็นภาษาอังกฤษและอาจจะเป็นศัพท์เฉพาะทางด้วยมั่ง ปกติภาษาอังกฤษก็เป็นปัญหาพอควรแล้ว มาเจอศัพทฺ์แบบนี้ก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน แต่ไม่มีปัญหาเลยค่ะ เพราะจะมีพนักงานมาคอยให้คำแนะนำการกรอกทีละข้อเลยเชียวล่ะ หลังจากกรอกเสร็จ ก็ตามระเบียบให้ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดันตามปกติ จากนั้นหนิงก็มานั่งพิมพ์เรื่องนี้อยู่นี่แหละ
ที่นี่เขามีบริการให้เราได้มีกิจกรรมระหว่างรออยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ให้ดู มีหนังสือให้อ่าน มี internet ให้เล่น จนกระทั่งมีเครื่องดื่มบริการสารพัด เรียกได้ว่า ไม่เบื่อแน่นอนค่ะ ขณะที่หนิงพิมพ์เรื่องนี้อยู่ก็ยังไม่ 9 โมงเลย แค่คิวหนิงได้ตอน 9.45 น. ซึ่งคาดว่าน่าจะต้องรอพอสมควร เพราะมีคนจองคิวก่อนหนิงไว้แล้ว รอลุ้นอย่างเดียวว่าจะทันเครื่องออกหรือเปล่า เพราะหนิงจอง 1-2-go ไว้ ออกตอน 13.40 ด้วย
ไม่เป็นไรค่ะ ใจเย้นไว้ก่อน แต่ก็แจ้งพนักงานเขาไว้แล้ว ว่าต้องออกจากที่นี่ตอน 11.40 ดู ๆ แล้วไม่น่าจะมีปัญหาค่ะ ว่าแต่จะได้ทานข้าวเที่ยงหรือเปล่านี่ซิ ไม่เป็นไรค่ะเพื่อสิ่งที่เราต้องการสร้างใหม่ ทำได้อยู่แล้วค่ะ
ตื่นเต้นจัง กับเด็กหลอดแก้ว
มกราคม 22, 2010 at 3:42 am | In ก่อนคลอด | Leave a CommentTags: ท่อน้ำไข่ตัน, มีลูกยาก, หมอกิตติพันธ์, หมอวิวัฒน์ ศรีสยาม, เด็กหลอดแก้ว, โรงพยาบาลมิชชั่น, safe fertility center
หนิงเองเคยตรวจมดลูกบ้าง ซึ่งทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนหมอก็จะเจออาการไม่ค่อยซ้ำกันเลย แต่ก็หาทางแก้ปัญหาทุกครั้งนะคะ แต่ยังไง ๆ ก็ยังไม่มีลูกซักที จนตอนล่าสุดไปตรวจที่โรงพยาบาลมิชชั่นภูเก็ต ปรากฎว่าหมอบอกต้องทำการฉีดสีเลย เผื่อดูว่ามดลูกมีอะไรผิดปกติบ้าง เจอเลยค่ะ ท่อนำไข่ตันทั้งสองข้างเลย แถมผนังมดลูกก็ยังขรุขระอีก ไม่มีทางเลยที่จะมีลูก ก็ไข่ตกลงมาไม่ได้ ก็ไม่สามารถผสมกับน้ำเชื้อได้นะซิ ทำไงดีล่ะ
หมอแนะนำทางแก้ไว้ 2 อย่างคือ
ทางแรก ไปจัดการกับท่อนำไข่ให้มันไม่ตันซะก่อน แล้วค่อยมาดำเนินการเรื่องอื่น ๆ กันต่อ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะจัดการกันง่าย ๆ หรอกนะคะ เพราะว่ายังไม่รู้ว่าระยะทางของการตันมันแค่ไหน ถ้ายาวก็ไม่แนะนำให้ทำอะไรประมาณนั้น
ทางที่สองคือ การทำเด็กหลอดแก้ว ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก โอกาสก็ใช่ว่าจะได้เต็มร้อย แต่ถ้าทำอย่างแรกไม่สำเร็จก็ต้องมาใช้หนทางนี้อยู่ดี
ทำให้หนิงคิดหนักมาก ๆ ตัดสินใจอยู่นาน สุดท้ายก็ตัดสินใจได้ว่า ลองซักตั้ง อย่างน้อยก็ได้ลองจนสุด ๆ แล้ว ทำเด็กหลอดแก้วก็ได้ กะว่าคงจะทำแค่ครั้งเดียว ได้ก็เอาไม่ได้ก็กลับไปทำใจก็แล้วกัน ช่วงแรกที่ไปขอผลจาก รพ. มิชชั่น หมอกิตติพันธ์ ก็ใจดีมาก ๆ แนะนำอย่างดี โทรหาก็รับทุกครั้ง ไม่มีครั้งไหนที่แสดงน้ำเสียงไม่ดีออกมาเลย พอไปพบหมอ หมอแนะนำให้ไปที่โรงพยาบาลของรัฐดีกว่า เช่น มอ. , ศิริราช , รามา หนิงตัดสินใจระหว่างศิริราช และรามาทันที เพราะ มอ. คงเดินทางไปไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ และไม่ค่อยคุ้นด้วย แต่พอโทรไปเพื่อทำการปรึกษา มันทำให้เราลำบากใจมาก ๆ เพราะจะทราบข้อมูลแค่ขั้นตอนจริง ๆ แต่ปัญหาใหญ่ของเราคือ เวลาด้วย เพราะหากไม่สามารถตอบได้ เราก็แค่พนักงานคนนึง จะเดินทางไปก็ต้องลางาน แต่ถ้าบอกอะไรไม่ได้มากก็จัดการกับชีวิตค่อนข้างลำบากเหมือนกัน
จึงตัดสินใจใหม่ ด้วยการสอบถามจากรุ่นพี่ ๆ ที่เขาประสบปัญหาเดียวกัน แล้วก็ลองติดต่อดู ตอนนี้หนิงตัดสินใจไปหาหมอวิวัฒน์ เห็นมีหลายคนเขาบอกว่าดี หมอน่ารัก ที่ safe fertility center ซึ่งอยู่ที่ตึกอัมรินทร์ หนิงว่าการเดินทางสะดวกแน่ เพราะรถไฟฟ้าก็ผ่าน การสอบถามข้อมูลก็ดีมาก ๆ เขาจะมีเบอร์มือถือของพยาบาลให้คำปรึกษา หนิงติดต่อผ่านทางน้องก้อ สะดวกสุด ๆ ถามไปบอกว่าเราว่างวันไหน เขาจัดให้เลยค่ะ กลายเป็นว่าพรุ่งนี้หนิงได้ตรวจแล้ว เบื้องต้นเพื่อให้แน่ใจว่า ร่างกายเราพร้อมแล้วจริง ๆ แถมติดต่อไปปรากฎว่าช่วงนี้เขามีโปรโมชั่นอีก จากราคา 180,000 บาท ลดเหลือ 145,000 บาท แต่ต้องเสียเงินจองก่อน 10,000 บาท ภายในเดือนนี้ หนิงก็ว่าคุ้มดีนะ แต่ยังไงก็ต้องทราบก่อนว่าโอกาสของเราแค่ไหนอ่ะค่ะ ช่วยให้กำลังใจกันหน่อยนะคะ
ขอหยุดก่อน 2 วัน
มกราคม 16, 2010 at 4:48 am | In Ashtanga Yoga | Leave a CommentTags: พักร่างกาย
เสาร์-อาทิตย์นี้ หนิงกับจอยตั้งแต่กันว่า จะขอหยุดการฝึกโยคะไว้ก่อน เพราะว่าจะได้พักร่างกายบ้าง อีกอย่าง จอยเองกำลังจะไปเข้า workshop yoga ที่เชียงใหม่ด้วย ก็เลยปรึกษากันว่าชักพักก่อนก็ดีนะ เพราะตอนนี้ทั้งคู่กำลังมีปัญหาที่หลังช่วงล่างเหมือนกันซะด้วยซี
เมื่อเช้าจอยยังต้องติด กอ-เอี๊ยะ ที่หลังเลย…
ไม่หนักเกิน
มกราคม 16, 2010 at 4:43 am | In Ashtanga Yoga | Leave a CommentTags: Ashtanga Yoga, ฝึกโยคะ, พื้นฐานโยคะ, basic level, level 1
โดยปกติตอนนี้ที่ สุโข สปา จะฝึก Ashtanga Yoga กันทุกวันจันทร์, พุธ และศุกร์ ในรอบค่ำ แต่หลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมาครูก็จะถาม ๆ กันบ้างว่าอยากจะฝึกแบบไหน แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นไปตามตาราง แต่เมื่อวานนี้ เห็นว่าครูถามแล้วเสียงส่วนใหญ่ต้องการยืดเหยียด (พอดีหนิงเข้า class ช้ากว่าคนอื่นเลยไม่ได้ออกเสียงอ่ะ) ว่าไงก็ว่ากันอยู่แล้ว
ก่อนฝึกครูย้ำกับพวกเราว่า วันนี้ครูจะไปแบบช้า ๆ เพราะต้องการให้รายละเอียดเกี่ยวกับแต่ละท่าให้มากขึ้น ก็ดีนะคะ เพราะรู้สึกว่าเป็นวันท้าย ๆ ของสัปดาห์แล้ว เริ่มล้าเหมือนกันค่ะ
อีกอย่างนึงที่ชอบมาก สำหรับ class เมื่อวานนี้ก็คือ เป็น Basic level หรือ level 1 ซึ่งจะไม่มีการฝึกท่าสะพานโค้ง รู้สึกสบายหลังไปเลยค่ะ อิอิ
update อาการปวดหลัง
มกราคม 15, 2010 at 8:02 am | In Ashtanga Yoga | Leave a CommentTags: บาดเจ็บจากโยคะ, ปวดหลัง, อาการปวดหลัง, support ตัวเอง
เมื่อวานนี้หนิงยังคงตั้งใจที่จะไปเรียนโยคะทั้ง ๆ ที่รุ้ว่าหลังไม่ปกติ แต่ก็ไม่ได้เจ็บปวดอะไรนะคะ เพียงแค่รู้สึกว่าไม่ปกติเท่านั้น ยังสามารถอยู่ในอิริยาบถต่าง ๆ ได้ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรเลย
จากการที่ตัดสินใจว่าวันนี้ยังไงก็จะฝึก ก็เมื่อปลายปีไม่ค่อยได้ฝึกนี่น่าจะหยุดอีกก็เสียดายเพราะเวลาก็มีนะ จากการที่ตัดสินใจฝึก ทำให้เกิดปัญหาขึ้นเหมือนกันค่ะ แค่สุริยก็ไปไม่ค่อยไหวแล้ว ก็จะไปไหวได้ยังไงล่ะ เพราะเวลาที่ทำ upper dog แล้วกลับไปเป็น downward dog หนิงรู้สึกว่าปวดหลังมาก จนมีความรู้สึกว่าเราควรจะหยุดหรือฝึกต่อไปดี แต่ก็เกรงใจทั้งครูและนักเรียนคนอื่น ๆ ก็เลยฝึกต่อ
ซึ่งหนิงก็พยายาม support ตัวเองอยู่พอควร เวลา jumb ก็จะเปลี่ยนเป็นก้าวแทน ส่วนท่า upper dog เปลี่ยนเป็น downward dog ก็จะลงเข่ารองไว้ก่อน กันการบาดเจ็บอ่ะค่ะ เพราะถ้าเราเจ็บก็จะเหมือนกับเราทำร้ายตัวเราเอง เราต้องฝึกโยคะแบบรู้ตัวเองด้วยนะคะ ดังนั้นการฝึกเราต้องรู้จุดของเราว่าได้ระดับไหน และถ้าเราเจ็บเราควรจะต้องถามครู หรือศึกษาวิธีการที่จะป้องกันด้วยเองด้วยค่ะ
บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
Entries and comments feeds.

